การประชาสัมพันธ์ถึงข่าวลือ
ชุมชนไทยของเราในแอล.เอ.อาจอ่อนประชาสัมพันธ์กันไปหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการสร้างภาพมากกว่าอันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์
คำว่าการประชาสัมพันธ์เราแปลจากภาษาอังกฤษจากคำว่า
Public relations ความหมายง่ายๆของการประชาสัมพันธ์ก็คือการแจ้งข่าวสารให้ผู้ชมผู้ฟังทั้งหลายรับทราบและเข้าใจ
หากเป้าหมายที่เราประชาสัมพันธ์รับทราบ แต่ไม่เข้าใจถือว่ากระบวนการประชา
สัมพันธ์ไม่ครบวงจร
ตัวอย่างการประชาสัมพันธ์ที่ไม่ครบวงจร
จนทำให้เกิดความยุ่งเหยิงและกลายเป็นที่ขบขันกันคือเพลงผู้ใหญ่ลีเพลงนี้คนขับร้องคือ
ศักดิ์ศรี
ศรีอักษร ผมยังจำได้ว่าเนื้อร้องของเพลงนี้คือ
พอศอสองพันห้าร้อยสี่
ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม
ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว
ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา
ทางการเขาสั่งมาว่าให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดเลี้ยงสุกร
ฝ่ายนายสีหัวคลอนถามว่า
สุกรนั้นคืออะไร ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด
สุกรนั้นไซร้คือหมาน้อยธรรมดา
ๆ
ความผิดพลาดหรือความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นทั้งกระบวนการกล่าวคือทางการน่าจะเป็นนายอำเภอหรือปลัดอำเภอเพราะเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของผู้ใหญ่บ้าน,กำนันและสารวัตรกำนัน
ไม่ได้พูดภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจโดยใช้ศัพท์ทางการว่าสุกร แต่หากบอกว่าให้ชาวบ้าน-ชาวนาเลี้ยงหมูก็น่าจะเข้าใจกัน ขณะเดียวกันผู้ใหญ่ลีที่ไปร่วมประชุมมาเมื่อไม่เข้าใจคำว่าสุกรก็ไม่ได้ถามว่ามันคืออะไร
ครั้นมาตอบคำถามลูกบ้านก็ลุกขึ้นตอบอย่างมั่นใจว่าหมาน้อย
อุทาหรณ์เรื่องนี้ถือเป็นความล้มเหลวของการประชาสัมพันธ์นับตั้งแต่นายอำเภอและปลัดอำเภอลงมา เมื่อมาถึงผู้ใหญ่บ้านกับลูกบ้านสารที่ทางการต้องการจะสื่อถึงทุกคนก็ถูกบิดไป
โดยความไม่เข้าใจแม้ว่าชาวบ้านทั้งหลายจะรับทราบนโยบายที่ทางการสั่งมาก็ตาม
ชุมชนไทยในแอล.เอ.ส่วนใหญ่แล้ว
ผมเห็นว่ามักจะมีการสร้างภาพกันมากกว่าคือแจกภาพข่าวกันทุกสัปดาห์
การสร้างภาพนี้จะต้องอาศัยสื่อสารมวลชนจึงจะสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร
หนังสือพิมพ์
ทีวี.วิทยุหรือสื่ออื่นใดที่จะสื่อออกสู่ผู้ชมผู้ฟังและบ่อยครั้งสื่อก็เลี่ยงไม่ออก
เพราะคนที่จะเป็นข่าว
ส่วนใหญ่ก็คือคนทำงานให้กับสังคม
หรือคนที่ให้โฆษณาธุรกิจ
เป็นต้น
อีกประเภทหนึ่งคือข่าวลือชุมชนไทยในแอล.เอ.มักจะฟังคำเล่าลือของผู้อื่น
โดยไม่เคยสอบถามหรือไตร่ตรองให้รอบคอบ
อันนี้เป็นนิสัยถาวรของชาวบ้านครับ บางครั้งฟังไม่ได้ศัพท์ก็จับไปกระเดียด
ถือเป็นอันตรายยิ่งของชุมชน
เป็นการทำลายชุมชนของตัวเองโดยแท้
ผมเองก็โดนข่าวลือตั้งแต่มาเหยียบอเมริกา
ในครั้งแรกผมถูกข้อหาว่าเป็นพวกฝ่ายซ้ายจนถึงเป็นคอมมิวนิสต์ ทุกวันนี้หลายคนก็มองผมด้วยสายตาไม่เข้าใจและไม่เคยสอบถามผม และผมเองก็ไม่ทำประชาสัมพันธ์เพราะไม่รู้จะสร้างภาพตัวเองไปทำไม บางรายใช้สายตาตัดสิน จนผมคิดว่าสงสัยพวกนี้เป็นอรหันต์
อรหันต์คือใคร?
ก็คือผู้ที่รู้แจ้งแทงตลอด บางคนรู้แจ้งแต่แทงไม่ตลอด ปัญหาความเข้าใจผิดจึงเกิดขึ้น
ผมเคยถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกนายทองดี
สุขเดช เพราะผมเสนอข่าวนายทองดี
(คำตอบก็คือนายทองดีเป็นนายกสมาคมไทยฯมีตำแหน่ง การเคลื่อนไหวใดๆของคนมีตำแหน่งย่อมเป็นข่าว
ตอนนี้นายทองดีไม่ได้เป็นนายกสมาคมฯ ผมก็ไม่มีข่าวนายทองดีและก็ไม่ทราบว่านายทองดีหายไปไหน)
สมัยที่น้องจอย-รอสลิน
ปัทมคันธิน
ขึ้นมาเป็นนายกฯผมก็เสนอข่าวรอสลิน ตอนนี้ผมเสนอข่าวคุณสมชาย
ไทยทัน และในอนาคตหากมีนายกสมาคมไทยฯคนใหม่ขึ้นมาผมก็ต้องเสนอข่าวต่อไป
เพราะสมาคมไทยฯเป็นสมาคมกลางของคนไทย
ผมไม่ได้เสนอข่าวเฉพาะช่วงนี้เท่านั้นนะครับ ก่อนหน้านั้นผมก็ให้การสนับสนุนทุกคนตลอดมาตั้งแต่สมัยคุณศรีณรงค์
ภูลพิพัฒน์,คุณณรงค์ ผาผุย,คุณจรัล
ศศะสมิต,ท่านม้อหรือคุณศิริชัย
กังวาฬพร เป็นต้น(ผมยังมีหลักฐานนิตยสารตะวันที่ได้ลงข่าวท่านนายกฯเหล่านี้
ไม่ได้เขียนลอยๆครับ)
หากท่านคิดไม่ออกในเรื่องนี้
ทำไมคนต้องเสนอข่าว
จอร์จ บุช ทุกวัน
ทำไมหนังสือพิมพ์ต้องเสนอข่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร ทุกวัน
จนตอนนี้ท่านแม้วยังไม่ยอมพูดกับนักข่าวหรือไม่ให้สัมภาษณ์
ผมถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกนายนภดล
วงศ์ชัยวัฒน์
ประธานกลุ่มบ้านขนมไทยเพราะเอาโฆษณามาลง(
คำตอบ-แต่ก่อนเขาให้โฆษณา
ซึ่งหนังสือพิมพ์อยู่ได้ด้วยโฆษณา
ผมไม่มีธุรกิจอะไร
ไม่มีหลังอิงเหมือนหนังสือพิมพ์เล่มอื่นๆ
จึงอยู่ได้ด้วยโฆษณา ผมไม่เคยปฏิเสธหากมีคนยื่นเงินให้โดยมีสิ่งตอบแทนกันอย่างเสมอภาคในเรื่องของธุรกิจ แต่ผมไม่เคยรับซองขาวอันเป็นเงินที่ให้โดยเสน่หาเพื่อการใดการหนึ่ง)
ผมถูกกล่าวหาจากกลุ่มนักกอล์ฟบางกลุ่มว่าผมเป็นพวกนายชาญณรงค์
ไล้บางยาง นายกสมาคมกอล์ฟไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้
(คำตอบ-นายชาญณรงค์เคยเป็นประธานจัดกอล์ฟให้สมาคมสื่อมวลชนฯ
ปัจจุบันส่งข่าวกอล์ฟมาให้ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์และลงโฆษณาเล่นกอล์ฟใน
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ความจริงกอล์ฟกลุ่มไหนผมก็เสนอให้ทั้งนั้น
ผมไม่เคยปฏิเสธลงรูปและลงข่าวคนหมู่มาก
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนสมาคมใด ทั้งๆที่บางคน
ผมโคตรเหม็นหน้าเลย ผมยังต้องลงเพราะเป็นเรื่องของส่วนรวม
)
ผมถูกกล่าวหาว่าเป็นคนเย่อหยิ่งจองหอง
(คำตอบ- เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่ยืนหยัดในหลักการและความถูกต้อง
ผมจำเป็นต้องรักษาสิ่งนี้ไว้ คนที่ไม่มีศักดิ์ศรีคือซากศพที่ยังมีลมหายใจ)
ผมเคยไปเปิดหนังสือพิมพ์ไปช่วยหนังสือพิมพ์ไทยในแอล.เอ.หลายฉบับให้ออกสู่ตลาดได้ บางฉบับก็ให้กำลังใจกลับถูกกล่าวหาว่าผมใช้หนังสือพิมพ์บางฉบับเป็นสนามทดลองฝีมือ
(คำตอบ-ผมเรียนจบมาทางด้านนี้
ทำข่าวเป็นอาชีพมาตั้งแต่ปี
1973 ก่อนหน้านั้นก็ทำหนังสือในมหาวิทยาลัยทดลองมาพอแล้ว
เขียนหนังสือมาก็รวมเล่มแล้วถึง
5 เล่ม ผมอยากให้หนังสือพิมพ์ทุกฉบับรุ่งโรจน์เพราะหนังสือพิมพ์คือหน้าตาของชุมชนและของสังคม
ยิ่งมีมากฉบับแสดงว่าวัฒนธรรมการอ่านและธุรกิจการให้โฆษณาของชุมชนนั้นเข้มแข็ง
คำกล่าวหาที่ระบุว่าผมใช้เป็นสนามทดลองฝีมือจึงเป็นการดูถูกกันและถือว่าเป็นเรื่องเนรคุณ ผมคิดว่าคนเนรคุณคนไม่เจริญ
ไม่ว่าโลกนี้หรือปรโลก)
ดังนั้นอยากเรียนให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเมื่อเรื่องใดก็ตามที่เป็นข่าวและเป็นความจริง
การเสนอข่าวออกไปย่อมอาจทำให้ฝ่ายหนึ่งพอใจ
อีกฝ่ายหนึ่งไม่พอใจ
สิ่งนั้นก็เป็นเรื่องที่ผู้อ่านจะตัดสินกันเอาเอง
ผมไม่ได้อยู่ในฐานะจะไปตัดสินผิดถูกเพราะข่าวมันออกมายังงั้น ที่สำคัญเราจะต้องตรวจสอบข่าวให้แน่ชัดเสียก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ไม่ใช่ฟังมาแล้วนำไปลงเป็นข่าวทันที
อย่างตอนนี้ผมได้ข่าวว่ามีคนทำหนังสือพิมพ์บางคนไปติดคุกในคดี
domestic violence ข่าวยังงี้ผมไม่อยากไปเจาะครับ บางทีเราก็ละเว้นเพราะเป็นปัญหาส่วนตัว-ปัญหาครอบครัว
หากใครไม่เจอเข้ากับปัญหานี้ก็อาจไม่เข้าใจ
(คำตอบ-ข้อนี้ผมอาจปล่อยข่าวลือให้ผู้อ่านได้รับทราบ)
หากท่านไม่เข้าใจในสิ่งใด เมื่อพบผมอย่ามองผมด้วยสายตาประหลาดๆนะครับ เข้ามาคุยและสอบถามผมได้ ผมจะพูดคุยชี้แจงให้ฟัง
บ่อยครั้งผมช่วยแนะทางออกให้
หลายคนก็โทร.มาปรับทุกข์กับผม หลายคนก็ใช้ผมเป็นโอปะเรเตอร์ บางท่านโทร.มา
อยากทราบเบอร์วัดป่าธรรมชาตินะคะ ดิฉันเปิดสมุดโทรศัพท์แล้ว
หาไม่พบผมตอบไปว่า
เมื่อคุณเปิดหาไม่พบ
แล้วผมเปิดหาจะพบหรือ เธอก็ได้แต่หัวเราะตอบผมไม่ได้
แต่ผมก็หาเบอร์โทรศัพท์ให้จนได้
คราวต่อไปนะครับ
วิธีจะใช้ผมหรือหนังสือพิมพ์ฉบับไหนก็ตามต้องบอกว่า
ดิฉันออกมานอกบ้านแล้ว
อยากขอความกรุณาช่วยหาเบอร์วัดไทยหรือเบอร์วัดป่าให้หน่อยนะคะ
ก็ได้แต่ติดหนังสือ
พิมพ์ของคุณมาด้วยนี่ล่ะคะ
ผมหรือหนังสือพิมพ์เล่มอื่นก็คงเป็นปลื้มกุลีกุจอช่วยเป็นธุระให้
ก่อนจบ อยากเน้นนโยบายของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้
สักหน่อยครับ
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ยืนอยู่บนความถูกต้อง
ฝ่ายใดที่ทำไม่ถูกต้อง ผมไม่เข้าข้างครับ
ขอให้รับทราบไว้
และผมเองก็เป็นพวกของนายไพสันติ์
ไม่ได้เป็นพวกของใคร
(ป.ล. ท่านที่หาหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ไม่ได้หรือท่านที่อยู่ต่างเมืองต่างรัฐ
ต่างประเทศเปิดเข้าไปดูเว็บไซท์ของเราที่
www.apacnews.net ท่านก็จะได้ข่าวสารต่างๆเช่นกัน
) ฉบับที่ 233 ประจำวันที่
21-27 กรกฎาคม 2005.....อ่านต่อ
|