เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมไปเยี่ยมห้องอาหาร
Green Papaya แปลเป็นไทยก็น่าจะได้ความว่าร้านมะละกอดิบ
ทำให้ผมคิดถึงปากซอยหมู่บ้านทิพวัล
1 ที่สำโรง
สมุทรปราการ
อันเป็นบ้านอีกหลังที่เวลากลับกรุงเทพฯผมแวะไปพัก
เป็นบ้านแม่ยายผมครับ
ตรงปากซอยนั้นจะมีร้านหนึ่งชื่อร้าน
Papaya Pok Pok เป็นการตั้งชื่อร้านเอากิริยามาตั้งหมายถึงการสับมะละกอ
เรื่องนี้ก็มีประวัติเล่ากันมาสมัยที่จีไอเข้าเมืองไทยยุคสงครามเวียดนาม
หลายจังหวัดของเมืองไทยมีระบบเมียเช่าขึ้นมา
ตอนหลังอาจเป็นผัวเมียกันจริงๆก็มาก
มีเพลงจอห์น
เอ๋ย จอห์น
ดอลลาร์ขาดแคลน
เมียเซ็คกั้นแฮนด์ของยูยังคอย
บรรดาเมียเช่าทั้งหลายก็พยายามสื่อสารกับฝรั่งด้วยภาษาอังกฤษ
พอจะเป็นที่เข้าใจกัน
อาจผิดมั่งถูกมั่งมั่วมั่ง
เช่นใช้คำว่า
จอห์นๆ
ยูจะโกบังกะโลหรือยูจะโกแคมป์
ความหมายก็คือไปบังกะโลก็จะไปเสพสมกันละ
หากเข้าแคมป์ก็ไปทำงานคืนนี้ไม่ค้างข้างนอกว่างั้น
คราวนี้ภาคอีสานนิยมกันมากเรื่องตำบักหุ่งหรือส้มตำ การจะใช้คำพูดว่าส้มตำก็ไม่ทราบจะใช้กันยังไงเลยต้องบอกจีไอว่านี่คือ
ปาปาย่า
ป๊อก ป๊อก
เลยเป็นที่รู้จักกันทั่วคำว่าปาปาย่า ป๊อก
ป๊อกหมายถึงตำบักหุ่ง
ในศัพท์ภาษาฝรั่งเขาเรียกส้มตำว่า
Green Papaya Salad แต่ทุกวันนี้ก็ใช้ทับศัพท์เป็นที่รู้กันคือ
Som Tum ฝรั่งเข้าใจครับ
ที่คุยมาตั้งนานแบบขี่ม้าเลีบยค่ายก็เพราะจะคุยเรื่องมะละกอดิบ
ห้องอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่
1800 W. Valley Blvd., Alhambra โทร.626-282-1291 หรือหากท่านใช้เว็บไซท์จะเข้าไปดูก็ได้ที่
www.green-papaya.net
ผู้บริหารคือคุณเดวิด
ทิวาศาสตร์
เป็นลูกชายคนโตของคุณสุทิน-คุณสุรภี
ทิวาศาสตร์
ร้านนี้เพิ่งเปิดใหม่ได้ยังไม่ถึงเดือน
เรียกว่ามาแบบเงียบๆ
แต่เท่าที่ผมไปสังเกตการณ์นั้นมีลูกค้าคนหนุ่มสาวชาวจีนในละแวกนั้นไปอุดหนุนกันมากทีเดียว
มีชาวไทยไปบ้าง
นี่คือเสน่ห์ของอาหารไทยที่ต่างชาตินิยมชมชอบกันมากทีเดียว
ผมไปไหนผมเชียร์ให้ทุกร้านขึ้นป้ายว่า
Thai Food ตัวใหญ่ๆ
ชื่อร้านเอาไว้เป็นรองอย่างเช่นตั้งชื่อว่าห้องอาหารมะลิซ้อนตามชื่อเจ้าของร้านคุณมะลิ
เมืองไทยไม่มีปัญหาเพราะคนไทยรู้จัก
ตัวอย่างเช่นที่จังหวัดมหาสารคามมีชื่อร้านว่าติ่งหุ่ย บาร์เบอร์แต่เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวเป็ด
เพราะร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดมาเซ้งต่อจากร้านตัดผม
เจ้าของร้านขี้เกียจเปลี่ยนชื่อหรือยังไงไม่ทราบ
จึงปล่อยเลยตามเลย
ดังนั้นคำว่ามะลิซ้อนผมว่าคนต่างชาติไม่รู้ครับว่ามันหมายถึงอะไร
แต่คนไทยเข้าใจ
เมื่อเรามาทำมาหากินในต่างแดนเราจะต้องจับจุดให้เร็วที่สุด
เหมือนเช่นวันก่อนผมไปพบกับคุณ
พอล เชิดธรรม
อาชีพจริงๆเป็นช่างภาพ
ตอนนี้แกไปเทคโอเวอร์ห้องอาหาร
Thai Smile ,Anaheim (ไทยสมาลย์ที่เบลฟลาวเวอร์มีร้านหนึ่งของคุณติ๋ว
ส่วนที่นอร์ธ
ฮอลลีวู้ดก็มี
Thai Smile แต่ทว่าเป็นคลีนิกหมอทำฟันครับ
) ผมแนะนำคุณพอลว่าควรขึ้นป้าย
Thai Food ใหญ่ๆตรงป้ายรวมเพราะคำว่า
Thai Smile ฝรั่งเห็นเข้าอาจจะนึกว่าคลีนิกหมอฟันก็ได้
คุณพอลคงรับไปพิจารณา
หากไม่พิจารณาผมว่าเปลี่ยนชื่อใหม่ก็ได้ครับคือร้าน
Thai Food & Smile
หันกลับมาที่
Green Papaya เท่าที่ทราบเป็นการไปซื้อร้านแฮมเบอร์เกอร์ของฝรั่งมาปรับปรุงเป็นห้องอาหารไทย
ที่จอดรถจึงกว้าขวางสบาย
ภายในห้องอาหารก็นั่งสบาย
เพราะคุณเดวิดแกไม่ให้ใครยุ่ง
แกทำตามที่ตัวเองต้องการ
ร้านจึงออกมาในลักษณะมีของไทยๆเข้าไปบรรจุอยู่มาก
เรียกว่าเป็นไฟของคนหนุ่ม
ที่ตั้งของห้องอาหารสังเกตเห็นได้ชัดเจนริมถนนใหญ่
และอยู่โดดๆไม่แออัดกับใคร
ผมคิดว่าหากเร่งสตีมก็จะทำให้ทะลุได้เร็วเพราะอาหารไทยตอนนี้ขึ้นชื่อไปทั่วโลก
คนส่วนใหญ่รู้จักกันแล้วครับ
แต่กว่าจะรู้จักก็ต้องหันไปอิงแอบกับคำว่า
Thai-Chinese Food เสียนาน
ผมเคยคุยกับคุณธานิน
อิงอุดมนุกูล
เจ้าของห้องอาหารครัวไทย
เขาเล่าให้ฟังว่าไปอ่านเจอในแอล.เอ.ไทม์เกี่ยวกับห้องอาหารจีนในเขตซาน
เกเบรียล แวลเลย์มีกันมากกว่า
2,000 ร้าน เพราะซาน
เกเบรียล แวลเลย์กินเนื้อที่หลายเมืองตั้งแต่มอนเทอเรย์
พาร์ค,อัลฮัมบรา,Rosemead
,Temple City และอีกหลายเมือง
ก็แสดงว่าร้านอาหารเปิดขึ้นมา
ทำอร่อย คนก็นิยมเพราะคนต้องกินอาหารทุกวันวันละ
3 เวลา (แก่ตัวลงอาจแค่
2 เวลาครับกินเหมือนพระฉัน)
ผมคงจะยังไม่กล้าวิจารณ์อะไรมากสำหรับห้องอาหารแห่งนี้
เพราะยังใหม่ยังไม่ได้แกรนด์ โอเพนนิ่งด้วยซ้ำ แต่เมื่อดูจากการจัดร้าน
ทำเลที่ตั้งแล้วน่าจะไปได้ดี
ตรงกันข้ามก็เป็นสำนักงานทนายความของท่านอินโต
จำพัน ทนายความที่ว่าความให้คนลาว-คนไทย
ถัดขึ้นไปทาง
Main Street ก็เป็นดีลเลอร์ขายรถหลายบริษัท
รวมทั้ง Wondries
Toyota, Goudy Honda ที่มีคนไทย-คนลาวไปซื้อรถ
ดังนั้น Traffic
สำหรับคนมารับประทานอาหารน่าจะไปได้
คงแวะไปเยี่ยมยามกันบ่อยเพราะลูกค้าผมแถวนั้นก็หลายรายทีเดียว
สิ่งแรกคือการไปอุดหนุน
สนับสนุนและส่งเสริมอาหารไทย
เพราะอาหารไทยหมายถึงวงจรเศรษฐกิจทั้งหมดของคนไทยและคนในประเทศไทย
ซึ่งเมืองไทยมีโครงการครัวไทยสู่โลก
การที่อาหารไทยในต่างประเทศไปได้ดี
พวกอุปกรณ์ต่างๆที่สั่งจากเมืองไทย
ข้าวหอมมะลิ
เครื่องปรุงรส
ฯลฯเป็นเงินตราที่จะกลับเข้าสู่ประเทศทั้งสิ้น
คือกลับไปถึงมือผู้ผลิตที่อยู่เมืองไทย
ขอฝากคุณเดวิด
ทิวาศาสตร์
พร้อมด้วยทีมงานไว้พิจารณาครับ
(จากคอลัมน์"ส่วนตัว-ส่วนรวม"
โดย ไพสันติ์
พรหมน้อย
The Asian Pacific News ฉบับที่
219 ประจำวันที่ 14-20
เมษายน 2005
apacnews@hotmail.com).....อ่านต่อ
|