ผมไปรีดพิษด้วยวารีบำบัด
   


รูปนี้น้ำยังใสอยู่เพราะเพิ่งแช่เท้าของผมเอง   2.น้ำขุ่นเวลาผ่านไป 15 นาที 3.จะจบ
น้ำกลายเป็นสีโคลนออกแดงๆแถมมีเมือกลอยด้านบนอีก

 

 

                เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2005 ผมไปที่”สยาม สแควร์”ฮอลลีวู้ดเพราะคุณนิกกี้ อิทธิเกษมและคุณเจ.เจ.เชิญไปรีดสารพิษออกจากร่างกาย ในวันแกรด์ โอเพนนิ่งเปิดร้านนวดไทย มีทั้งนวดแผนโบราณ นวดฝ่าเท้า มีนวดโดยหมอกระดูก(ท่านมีอินชัวรันซ์ไปด้วยจะได้นวดฟรี)  ผมชอบครับหากสารพิษของเราจะถูกรีดออกได้ 

ไปถึงก็ถอดรองเท้าถุงเท้าจะมีพนักงานนำอ่างน้ำใสสะอาดมาวาง ผมก็แช่เท้าลงไป  สักพักก็จะมีเครื่องเล็กๆต่อสายไฟฟ้ามาตั้งไว้   ผมอ่านคู่มือภาษาอังกฤษที่เขาจัดไว้ให้ขณะแช่เท้า  เรียกว่า Hydro Healing System อย่างที่คุณนิกกี้แปลเป็นภาษาไทยว่า”วารีบำบัด”ตรงตัวเลยครับ หรือการบำบัดด้วยพลังน้ำ

                แช่อยู่สัก 5 นาทีน้ำเริ่มเปลี่ยนสี  พอ 15 นาทีน้ำขุ่มและหมด 35 นาทีสีของน้ำเป็นสีโคลนออกแดงๆแถมมีเมือกลอยอยู่ข้างบน มันน่าตกใจครับว่ามันออกมาได้ยังไง  ส่วนฝรั่งที่นั่งข้างๆผม  เมื่อเสร็จอ่างของเขามีสีขุ่นเล็กน้อย  สอบถามได้ความว่าเขาไม่ทานเนื้อ เป็นพวกมังสะวิรัติและออกกำลังกาย  ดังนั้นสิ่งที่อยู่ในอ่างของผมนั้นคงจะมีสารพิษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสารจากนิโคติน จากไวน์ กาแฟและไขมัน ที่สะสมมานาน

                ระหว่างที่นั่งแช่เท้าในอ่างนั้นก็ได้รับบริการเครื่องดื่ม”ชาเขียวตราใบหม่อน”ที่หอมหวนเป็นชาสมุนไพรจากเมืองไทยนะครับ  ก็เพื่อสุขภาพซึ่งทางร้านนำมาวางจำหน่ายด้วย

                การใช้น้ำเพื่อบำบัดร่างกายมีมานานแล้วตั้งแต่โบราณ เช่นการอาบน้ำแร่เพื่อให้รูขุมขนตามผิวหนังเปิดขับสิ่งสกปรกออกมา การอาบน้ำร้อน การใช้น้ำร้อนประคบเมื่อเจ็บปวดตามร่างกาย  อาบน้ำทะเล(แก้โรคผิวหนัง) การอบไอร้อน(ซาวน่า)ฯลฯ  หรืออย่างเช่น Amazing Water ของคุณอาทิตย์ สิทธิโส จำหน่ายเครื่องปรับพลังน้ำเพื่อให้อณูของน้ำแตกตัว  ก่อนจะดื่มเข้าไปเพื่อให้น้ำที่ถูกปรับพลังแล้วไปขยายเซลส์ของร่างกายให้โลหิตหมุนเวียนดีขึ้น เมื่อเลือดลมเดินดีร่างกายของคนเราก็ไม่เจ็บป่วย  ก็น่าจะเป็นวิธีการคล้ายๆกัน เพียงแต่เป็นประเภทดื่ม

                ส่วนเครื่องที่ผมพูดถึงนี้เป็นแบบ”ดูด”คือดูดสารพิษออกมาทางปลายเท้าให้เห็นกับตา มันน่าอัศจรรย์ครับ   ผมเชื่อว่าแต่ละคนเมื่อไปให้หมอนิกกี้ดูดสารพิษ  ท่านก็จะเห็นกับตา  และพิษของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนกินยารักษาโรคมาก  แม้น้ำจะขุ่นเล็กน้อยแต่อาจจะได้กลิ่นตามออกมา  เหมือนเป็นสารพิษของเคมีที่ตกค้างในร่างกาย 

                ตามคำแนะนำเขาบอกว่า“วารีบำบัด”นี้เหมาะกับคนที่อ่อนเพลีย เมื่อยล้า สูญเสียพลังงานไปแบบไม่มีแรง  คนไม่มีเวลาออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ คนติดบุหรี่ คนเป็นโรคเบาหวาน ผู้มีปัญหาเรื่องไต ปอด สตรีมีประจำเดือนมาไม่ปกติ โรคภูมิแพ้ ไขข้ออักเสบ คนที่ทำงานในครัวสูดควัน น้ำมันและควันพิษตามโรงงานหรือท้องถนน น่าจะไปทำกัน

                ผมพิจารณาดูแล้วก็เหมือนกับว่าเมื่อร่างกายขับถ่ายของเสียออกมา เซลส์ของร่างกายก็จะจัดตัวดีขึ้นทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น เหมือนเราไป”ทูนอัพ”ร่างกายประเภทหนึ่ง  หากจะเปรียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์  เมื่อใช้งานไปมากๆข้อมูลก็ชักจะอยู่กันกระจัดกระจาย ไม่เป็นระเบียบทำให้เครื่องอืด เขาจึงให้เราทำ disk cleanup บ้าง ทำ disk defragment หรือจัดระเบียบของ file หนักๆเข้าก็ต้อง delete ทิ้งเป็นต้น  หากจะเปรียบเทียบกับรถยนต์ท่านจะต้องนำรถไปถ่ายน้ำมันเครื่องเพื่อเครื่องจะทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                ส่วนบุคคลที่ต้องไม่ไปให้เครื่องนี้ดูดประกอบด้วยสตรีมีครรภ์หรือคิดว่าจะตั้งครรภ์  ผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะภายในร่างกายและผู้ใช้เครื่องมือไฟฟ้าในร่างกาย

                เมื่อทำเสร็จแล้วขาทั้งสองข้างของท่านจะออกอาการเปลี้ยๆเวลาเดิน  หลังจากนั้นผมไปเดินที่วอล-มาร์ทเพื่อซื้อสิ่งของบางอย่างก็รู้สึกเปลี้ยๆครับ  ดังนั้นจะต้องดื่มน้ำมากเพื่อให้น้ำเข้าไปทดแทนสารที่ถูกเครื่องดูดออก  ผมคิดว่าผมคงจะกลับไปทำอีกสัก 3-4 ครั้ง 

ในช่วงโปรโมชั่นนี้คุณเจ.เจ.คิดเพียง 30 ดอลลาร์ต่อนวดไทย 1 ชั่วโมงและทำวารีบำบัด  35 นาที(อันนี้ลองฟรีนะครับ)   แต่หากไม่ฟรี 35 นาทีก็คิด 30 ดอลลาร์  ไม่ทราบว่าช่วงโปรโมชั่นนี้จะอยู่นานเท่าไหร่ และอีกอย่างอยู่ในระหว่าง Grand Opening  สอบถามกันเอาเองนะครับที่323-871-2165

เสร็จจากนั้นผมมาคุยกับคุณเจ.เจ. ถึงราคาเครื่องก็หลายพันดอลลาร์และจะต้องเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่าง(เหมือนเปลี่ยนไส้กรองน้ำ)เป็นประจำ  คุณเจ.เจ.มีความคิดว่าหากงานด้านนี้ของเธอเป็นไปได้ดี  เธอมีความคิดว่าจะนำเข้าไปทำที่เมืองไทย  ไปทำฟรีเหมือนเปิดโรงบำบัดให้กับคนไทยที่มีปัญหาโรคที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะที่เป็นโรคปอด โรคไตต้องใช้เครื่องฟอกไตในอัตราราคาแพงมาก อย่างเช่น รงค์ วงษ์สวรรค์ นักเขียนระดับพญาอินทรีและศิลปินแห่งชาติต้องลงจากสวนทูนอิน เพื่อมาฟอกไตในตัวเมืองเชียงใหม่อยู่เป็นประจำ

เรื่องนี้ผมก็คิดไปถึงมูลนิธิชัยพัฒนาซึ่งท่านกงสุลใหญ่อินสินธร สอนไว เคยแจ้งไว้ว่าหากมีเทคโนโลยี่ใหม่ๆทางเมืองไทยก็อยากจะนำไปใช้บ้าง  หรือมีพืชพันธุ์ใหม่ๆมูลนิธิก็อยากทดลองนำไปปลูก หากพืชนั้นขึ้นดีเป็นพืชเศรษฐกิจ  คนไทยก็จะได้มีรับประทานกัน

                ถ้าคุณเจ.เจ.ทำได้(คือรวยมากขึ้นกว่านี้แล้ว)และนำไปเผยแพร่บำบัดฟรีแก่ผู้ต้องการที่เมืองไทย  ผมคิดว่าจะเป็นกุศลยิ่ง  ผมขอสนับสนุนด้วยคน  และที่ผมเขียนมาข้างต้นท่านก็อย่าเพิ่งเชื่อผมนะครับ  ต้องไปลองด้วยตัวเอง  ลองแล้วท่านจะตกใจ (ฉบับที่236 ประจำวันที่ 11-17 สิงหาคม 2005).....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy