----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×Í´ÙÃÙ»ãËè--------------------------------------------
ภูใจใส-ที่พักชั้นนำแบบธรรมชาติ
รถ 2 คันของคณะออกจากดอยฝิ่นก็ตรงไปยังที่พักคือ”ภูใจใส
รีสอร์ท แอนด์สปา” (Phu Chaisai Mountain Resort
& Spa) ตั้งอยู่เลขที่ 388 หมู่
4 บ้านแม่สลองใน
ตำบลป่าซาง
อำเภอแม่จัน
จังหวัดเชียงราย
57110
ระยะทางจากอ.แม่สาย
มาอ.แม่จันผมว่าน่าจะเกือบชั่วโมงเพราะต้องแล่นตามเขาลาดชัน
มีขึ้นเนินและลงเนินไปเรื่อย
ตามทางก็จะพบเห็นรีสอร์ทต่างๆผุดขึ้นเรียงรายไปตลอด
จนกระทั่งมาถึง”ภูใจใส”มืดค่ำแล้ว ที่นั่นมีฝรั่งเป็นคณะอาจารย์จาก
USC ไปพักผ่อนเหมือนกันกำลังเช็คอิน
เห็นคุณน้ำเพชร
พานิชพันธ์
เข้าไปทักทายสนทนาก่อนใครอื่น
เมื่อไปถึง
เจ้าหน้าที่ของสปาแห่งนี้จัดเตรียมน้ำผลไม้คั้นรสชาติดีไว้บริการ
รวมทั้งหมายเลขห้องพัก-กุญแจไว้ให้แต่ละคนเรียบร้อย กระเป๋าก็จะมีพอร์เตอร์นำไปไว้ที่ห้อง แต่ละคนทำธุระส่วนตัวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อรับประทานอาหารร่วมกันในคืนนั้น
จากวันอันยาวนานตั้งแต่เช้ามืดจากสนามบินสุวรรณภูมิ
ดูงานมาหลายแห่งและมาสิ้นสุดเอาที่ภูใจใส
จึงเป็นที่ปรารถนาของคณะเพราะเมื่อยล้ากันมาทั้งวัน
หลังอาบน้ำเสร็จผมกับคุณสุรศักดิ์
วงศ์ข้าหลวง
ซึ่งอยู่ห้องติดกันก็ขึ้นไปห้องอาหารที่จัดไว้แบบโล่งตรงกลาง
เป็นบรรยากาศภูเขาจริงๆ
กงสุลนุชหรือคุณนิภา
นิรันดร์นุต
ได้แนะนำให้รู้จักกับเพื่อนของเธอคือคุณณัฐฬิญา(จุ๊ย) สำราญถิ่น
ผู้ช่วยผู้จัดการที่มาคอยดูแลคณะ
ทราบว่าทั้งสองไม่ได้พบกันมานาน
คุณจุ๊ยเรียนจบคณะรัฐศาสตร์
มธ.เช่นเดียวกับกงสุลนุช
จากนั้นไปจบปริญญาโทศิลปศาสตร์
คณะมนุษย์ศาสตร์
ม.เกษตรศาสตร์
ทำอาชีพแอร์โฮสเตสแล้วเดินทางมาอยู่สหรัฐ(จำไม่ถนัดว่าอยู่ออเรกอนหรือรัฐวอชิงตัน)
และเปิดห้องอาหารไทยในระยะสั้น
แต่งงานแล้วกลับไปอยู่ภูใจใส
ท่านรองปิยวัชร
นิยมฤกษ์ เชิญชวนว่าท่านใดต้องการไวน์ก็เชิญได้
มีพนักงานเสิร์ฟให้
เราเริ่มกันด้วยไวน์ขาวตามด้วยไวน์แดง
เป็นไวน์ฝรั่งเศสจากบอร์โดซ์อันลือชื่อ
เท่าที่ผมทราบไวน์ที่นี่จะนำของฝรั่งเศสมาเสิร์ฟโดยเฉพาะ
บริเวณด้านบนจะมีพนักงานคอยทำออร์เดิฟสดๆร้อนๆไว้บริการ
อาทิเช่นไข่นกกระทาทอดวิธีการทำคือใช้ที่แคะขนมครกมาวางกับหม้อไฟจากนั้นตอกไข่นกกระทาลงไป
ทุกคนตื่นเต้น
ตอนแรกงงๆว่าเอ๊ะกลางคืนเช่นนี้เสิร์ฟขนมครกได้ยังไง
ไข่นกกระทาเหยาะด้วยแม็กกี้ซ๊อส
นอกจากนี้ยังมีข้าวเกรียบปากหม้อรสชาติดีมีผักและพริกสดรสเผ็ดจัด(ออร์แกนนิก-ปลูกเอง)เป็นเครื่องเคียง,ลูกชิ้นปิ้งและไก่สะเต๊ะ
คุณจุ๊ยเล่าให้ฟังว่าภูใจใสยังมีสปาเพื่อบำบัดกายและใจ,มีการตักบาตร,ปฏิบัติธรรม,ปลูกชาอูหลง,การทำแยมรสต่างๆ
การปลูกพืชผักหลายชนิดเพื่อนำมาใช้กับครัวของภูใจใส
ทุกอย่างเป็นออร์แกนิกคือใช้ปุ๋ยธรรมชาติ
เพื่อสุขภาพของทุกคน
คืนนั้นทุกคนสนุกกับออร์เดิฟก็ดูเหมือนเกือบอิ่มแล้ว
เมื่ออาหารหลักนำมาเสิร์ฟ
ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นเมือง,อาหารผักคนที่ชอบอาหารประเภท
Veggie ก็ได้รับความอิ่มจากพืชออร์แกนิก
การพูดคุยในคืนนั้นก็ออกรสมากขึ้นเพราะบรรยากาศเป็นใจมาก
ถูกแวดล้อมด้วยขุนเขา
กูๆแล้วก็โรแมนติกทีเดียว
บางคนอิ่มแล้วก็ขอตัวไปพักผ่อน
คงจะเหนื่อยล้ามาก ชุดของผมดูเหมือนจะเป็นชุดสุดท้ายที่ลงไปยังห้องซึ่งก็ไม่ได้ไกลอะไรจากห้องอาหารที่ดื่มกินในคืนนั้น
เมื่อกลับลงไปเห็นมีพนักงานกางมุ้งให้เสร็จเรียบร้อย ไม่เคยได้นอนมุ้งมานานจึงกลับมาถึงบรรยากาศตอนเป็นเด็กอีกครั้ง
จากห้องพักมีห้องน้ำทั้งน้ำอุ่น-น้ำเย็น
สบู่และเจลอาบน้ำก็จัดไว้เป็นแบบสมุนไพร
มีแอร์คอนดิชั่นไว้ให้รวมทั้งตู้เซฟเล็กๆเพื่อเก็บสิ่งของมีค่าแก่ผู้ไปพัก
ห้องพักก็สร้างเป็นแบบธรรมชาติ
จากห้องนอนเมื่อออกไปจะเป็นห้องนั่งเล่นแบบเทอเรซที่มองเห็นทิวทัศน์ไฟวอมแวมจากรีสอร์ทแห่งอื่นๆซึ่งสร้างอยู่ไกลกันออกไป
คนในเมืองหรือคนต่างชาติที่ไม่ได้พบกับบรรยากาศเช่นนี้
เมื่อไปพบเข้าลุ่มหลงเพราะธรรมชาติแบบนี้หาได้ยากในสมัยปัจจุบัน
การก่อสร้างเป็นแนวคิดที่ดึงเอาธรรมชาติและวัฒนธรรมเมืองเหนือมารวมกันเข้าไว้ นี่คือการทำงานของอาร์ติสผู้เป็นเจ้าของ
ที่ไม่ผ่านเฉพาะเมืองไทยยังผ่านประสบการณ์จากต่างประเทศอีกด้วย
ผมไปค้นคว้าเพิ่มเติมทราบว่าการสร้าง”ภูใจใส”เป็นแนวคิดของอาร์ติสชื่อคุณดา-ม.ล.สุดาวดี
เกรียงไกร
CEO ของรีสอร์ทแห่งนี้(ปัจจุบันอยู่ในวัยเกษียณ) เธอสร้างบ้านพักทุกหลังด้วยตัวเอง
ตามคอนเซ็ปต์ที่ว่าอยากให้ผู้มาพักทุกคนได้อยู่ชิดใกล้กับธรรมชาติ
เพราะบ้านทุกหลังถูกสร้างขึ้นด้วยไม้ไผ่
ลดหลั่นกันตามแนวเขาเพื่อให้กลมกลืนกับธรรมชาติ
ที่ผู้มาเยือนจะได้ยลความงดงามของทิวทัศน์แบบ
360 องศา
ตามประวัติ
ม.ล สุดาวดี เกรียงไกร
(สามีชื่ออำนวย เกรียงไกร)เป็นลูกของม.ร.ว.พงษ์พรหม
จักรพันธุ์และคุณแม่ใจใส
จักรพันธุ์ เป็นหลานของพระวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าทศศิริวงศ์
(พระราชนัดดาในรัชกาลที่
4) ด้านการงานเป็น Board of Director ของ ชูจักรกรุ๊ป
บริษัทรับเหมาก่อสร้างครบวงจรที่ก่อตั้งมานานกว่า
60 ปี โดยเธอรับหน้าที่หลักในเรื่องออกแบบ-ตกแต่งภายใน
รับงานทำเนียบเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ
เช่นที่กรุงโรม
เนปาล พม่า
อินเดีย บังกลาเทศ
และเมืองโกโตบาลู
ประเทศมาเลเซีย
ชื่อภูใจใสตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่คุณแม่ใจใส จักรพันธุ์ (คุณแม่ของม.ล.สุดาวดี)ซึ่งซื้อที่ดินแห่งนี้ไว้
โดยมีจุดมุ่งหวังเพื่อให้เป็นที่พักผ่อน”เป็นวีคเอนด์โฮม”ท่ามกลางแวดล้อมของธรรมชาติ จนในที่สุดพัฒนามาเป็นรีสอร์ทที่ติดอันดับต้นของเชียงราย
ปัจจุบันมี
50 ห้องและยังมีบ้านพัก
(Villa)สำหรับผู้ไปพักครอบครัวแยกออกไปอีก
ดูการออกแบบก่อสร้างเรียบง่ายน่าสนใจ
คือ ฐานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด
เสากระท่อมเป็นไม้ไผ่
โครงหลังคาภายในเป็นไม้ไผ่
ซ้อนด้วยแผ่นสังกะสีกันสนิม
และปูด้วยใบตองตึง
ด้านนอก ตัวอาคารกระท่อมจะสร้างลดหลั่นริมหน้าผาเป็นชั้นๆ
ลงมา เพื่อรับลม
แสงแดด และมุมมอง
จุดเด่นของสถานที่นี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ
การออกแบบกระท่อมที่กลมกลืนกับธรรมชาติ
โดยตัวอาคารจะถูกบดบังด้วยพรรณไม้นานาชนิด
เสมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ
ขณะที่ห้องพักสร้างลดหลั่นไปตามแนวเขาให้กลมกลืนกับธรรมชาติ
ก็สร้างด้วยไม้ไผ่
เอาใบตองตึงมามุงหลังคา
วัสดุอย่างเตียง
ตู้ ประตู
กลอนประตู
ล้วนทำจากไม้ไผ่
มีพรรณไม้เลื้อยสีเขียวขจี
ไล่เฉดกับเขียวเข้มและเขียวตองเลื้อยบานสะพรั่งเต็มที่
ตัวเลขอื่นๆที่ผมนำมาจากเว็บไซท์มีดังนี้ภูใจใส
รีสอร์ท แอนด์
สปา บริการห้องพักแบบกระท่อมไม้ไผ่และวิลล่า
ราคาเริ่มต้นห้องพักแบบซุพีเรียร์
คืนละ 4,000 + บนเนื้อที่
65 ไร่บนดอยแม่
สลอง
อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล
600 เมตร อยู่ห่างจากสนามบินเชียงรายประมาณ
35 กิโลเมตร
สำรองห้องพักโทรศัพท์
: 05-391-8636-7, 05-391-0500-28,
02-260-2646, 02-661-5898-9,08
9-204-6275 เว็บไซต์
: http://www.phu-chaisai.com อีเมล : contact@phu-chaisai.com
นอกจากนี้บริษัท
ภูใจใส จำกัด ยังจดทะเบียนเกษตรกรผู้ผลิตพืชอินทรีย์ ลำดับ
128 ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยผักอินทรีย์,ชาอินทรีย์,มะยงชิด,เสาวรส,แก้วมังกร เป็นต้น-
ฉบับต่อไปอาหารเช้าที่ภูใจใสก่อนกล่าวคำอำลา
|