ลักษณะห้องพักของภูใจใสจะทำลดหลั่นตามเชิงเขา มีต้นไม้ขึ้นแซมเป็นบรรยากาศของธรรมชาติ ยอดหลังคาขวามือคือห้องดินเนอร์ที่คณะได้รับการจัดไว้ให้เป็นอย่างดีในคืนนั้น (ภาพนี้นำมาจากเว็บไซท์)
คณะที่เดินทางไปถึง เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็มายังห้องดินเนอร์ของภูใจใสรีสอร์ทที่ทำไว้สำหรับจัดเลี้ยง หลังคาเป็นทรงสูงมุงใบตองตึง ในภาพขณะกำลังรับออร์เดิฟที่จัดไว้
ข้าวเกรียบปากหม้อและไข่นกกระทาทอดในกระทะแบบขนมครก ในภาพกงสุลใหญ่ดำรง ใคร่ครวญ กำลังซูมภาพอย่างสนใจ ถัดมาเป็นชัญชนิฐ มาร์เทอร์เรล ผอ.ศูนย์ส่งเสริมชาวไทย
พนักงานเตรียมลูกชิ้นปิ้งและไก่สะเต๊ะไว้บริการแบบสดๆร้อนๆ ใครต้องการก็ตามสะดวมีทั้งน้ำจิ้มหวานและอะจาดไว้พร้อมมูล
 
 
 
ภาพนี้จากซ้าย กอพัฒน์ เจริญบรรพชน,พรพิมล รุ่งเริงสุข,รองปลัดฯปิยวัชร นิยมฤกษ์,วนิดา ศรีวะรมย์และชัญชนิฐ มาร์เทอร์เรล
กงสุลนิภา นิรันดร์นุต(ซ้าย)พบกับเพื่อนเก่า คุณณัฐฬิญา(จุ๊ย) สำราญถิ่น ผู้ช่วยผู้จัดการภูใจใส ชุดที่คุณจุ๊ยสวมใส่เป็นยูนิฟอร์มของบริษัท
 
 
 
 
 
TU Connection - เป็นการมาพบกับของศิษย์เก่ามธ.ต่างรุ่นต่างวัยโดยไม่ได้นัดหมาย จากซ้ายกงสุลนิภา นิรันดร์นุต(รัฐศาสตร์),อิหม่ามโพยม พยกุล(เศรษฐศาสตร์),กงสุลใหญ่ดำรง ใคร่ครวญ(ศิลปศาสตร์),รองปลัดฯปิยวัชร นิยมฤกษ์ (นิติศาสตร์), ณัฐฬิญา สำราญถิ่น-พรพิมล รุ่งเริงกิจ(รัฐศาสตร์),ไพสันติ์ พรหมน้อย(วารสารฯ)
 
 
 
----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×Í´ÙÃÙ»ãË­è--------------------------------------------

ภูใจใส-ที่พักชั้นนำแบบธรรมชาติ

 รถ 2 คันของคณะออกจากดอยฝิ่นก็ตรงไปยังที่พักคือภูใจใส รีสอร์ท แอนด์สปา(Phu Chaisai Mountain Resort & Spa) ตั้งอยู่เลขที่ 388 หมู่ 4 บ้านแม่สลองใน ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 57110  

 ระยะทางจากอ.แม่สาย มาอ.แม่จันผมว่าน่าจะเกือบชั่วโมงเพราะต้องแล่นตามเขาลาดชัน มีขึ้นเนินและลงเนินไปเรื่อย ตามทางก็จะพบเห็นรีสอร์ทต่างๆผุดขึ้นเรียงรายไปตลอด จนกระทั่งมาถึงภูใจใสมืดค่ำแล้ว ที่นั่นมีฝรั่งเป็นคณะอาจารย์จาก USC ไปพักผ่อนเหมือนกันกำลังเช็คอิน เห็นคุณน้ำเพชร พานิชพันธ์ เข้าไปทักทายสนทนาก่อนใครอื่น

 เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่ของสปาแห่งนี้จัดเตรียมน้ำผลไม้คั้นรสชาติดีไว้บริการ รวมทั้งหมายเลขห้องพัก-กุญแจไว้ให้แต่ละคนเรียบร้อย กระเป๋าก็จะมีพอร์เตอร์นำไปไว้ที่ห้อง แต่ละคนทำธุระส่วนตัวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อรับประทานอาหารร่วมกันในคืนนั้น จากวันอันยาวนานตั้งแต่เช้ามืดจากสนามบินสุวรรณภูมิ ดูงานมาหลายแห่งและมาสิ้นสุดเอาที่ภูใจใส จึงเป็นที่ปรารถนาของคณะเพราะเมื่อยล้ากันมาทั้งวัน

 หลังอาบน้ำเสร็จผมกับคุณสุรศักดิ์ วงศ์ข้าหลวง ซึ่งอยู่ห้องติดกันก็ขึ้นไปห้องอาหารที่จัดไว้แบบโล่งตรงกลาง เป็นบรรยากาศภูเขาจริงๆ กงสุลนุชหรือคุณนิภา นิรันดร์นุต ได้แนะนำให้รู้จักกับเพื่อนของเธอคือคุณณัฐฬิญา(จุ๊ย) สำราญถิ่น ผู้ช่วยผู้จัดการที่มาคอยดูแลคณะ ทราบว่าทั้งสองไม่ได้พบกันมานาน

คุณจุ๊ยเรียนจบคณะรัฐศาสตร์ มธ.เช่นเดียวกับกงสุลนุช จากนั้นไปจบปริญญาโทศิลปศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ทำอาชีพแอร์โฮสเตสแล้วเดินทางมาอยู่สหรัฐ(จำไม่ถนัดว่าอยู่ออเรกอนหรือรัฐวอชิงตัน) และเปิดห้องอาหารไทยในระยะสั้น แต่งงานแล้วกลับไปอยู่ภูใจใส

ท่านรองปิยวัชร นิยมฤกษ์ เชิญชวนว่าท่านใดต้องการไวน์ก็เชิญได้ มีพนักงานเสิร์ฟให้ เราเริ่มกันด้วยไวน์ขาวตามด้วยไวน์แดง เป็นไวน์ฝรั่งเศสจากบอร์โดซ์อันลือชื่อ เท่าที่ผมทราบไวน์ที่นี่จะนำของฝรั่งเศสมาเสิร์ฟโดยเฉพาะ

 บริเวณด้านบนจะมีพนักงานคอยทำออร์เดิฟสดๆร้อนๆไว้บริการ อาทิเช่นไข่นกกระทาทอดวิธีการทำคือใช้ที่แคะขนมครกมาวางกับหม้อไฟจากนั้นตอกไข่นกกระทาลงไป ทุกคนตื่นเต้น ตอนแรกงงๆว่าเอ๊ะกลางคืนเช่นนี้เสิร์ฟขนมครกได้ยังไง ไข่นกกระทาเหยาะด้วยแม็กกี้ซ๊อส นอกจากนี้ยังมีข้าวเกรียบปากหม้อรสชาติดีมีผักและพริกสดรสเผ็ดจัด(ออร์แกนนิก-ปลูกเอง)เป็นเครื่องเคียง,ลูกชิ้นปิ้งและไก่สะเต๊ะ

 คุณจุ๊ยเล่าให้ฟังว่าภูใจใสยังมีสปาเพื่อบำบัดกายและใจ,มีการตักบาตร,ปฏิบัติธรรม,ปลูกชาอูหลง,การทำแยมรสต่างๆ การปลูกพืชผักหลายชนิดเพื่อนำมาใช้กับครัวของภูใจใส ทุกอย่างเป็นออร์แกนิกคือใช้ปุ๋ยธรรมชาติ เพื่อสุขภาพของทุกคน

 คืนนั้นทุกคนสนุกกับออร์เดิฟก็ดูเหมือนเกือบอิ่มแล้ว เมื่ออาหารหลักนำมาเสิร์ฟ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นเมือง,อาหารผักคนที่ชอบอาหารประเภท Veggie ก็ได้รับความอิ่มจากพืชออร์แกนิก การพูดคุยในคืนนั้นก็ออกรสมากขึ้นเพราะบรรยากาศเป็นใจมาก ถูกแวดล้อมด้วยขุนเขา กูๆแล้วก็โรแมนติกทีเดียว

 บางคนอิ่มแล้วก็ขอตัวไปพักผ่อน คงจะเหนื่อยล้ามาก ชุดของผมดูเหมือนจะเป็นชุดสุดท้ายที่ลงไปยังห้องซึ่งก็ไม่ได้ไกลอะไรจากห้องอาหารที่ดื่มกินในคืนนั้น

 เมื่อกลับลงไปเห็นมีพนักงานกางมุ้งให้เสร็จเรียบร้อย ไม่เคยได้นอนมุ้งมานานจึงกลับมาถึงบรรยากาศตอนเป็นเด็กอีกครั้ง  จากห้องพักมีห้องน้ำทั้งน้ำอุ่น-น้ำเย็น สบู่และเจลอาบน้ำก็จัดไว้เป็นแบบสมุนไพร  มีแอร์คอนดิชั่นไว้ให้รวมทั้งตู้เซฟเล็กๆเพื่อเก็บสิ่งของมีค่าแก่ผู้ไปพัก ห้องพักก็สร้างเป็นแบบธรรมชาติ

 จากห้องนอนเมื่อออกไปจะเป็นห้องนั่งเล่นแบบเทอเรซที่มองเห็นทิวทัศน์ไฟวอมแวมจากรีสอร์ทแห่งอื่นๆซึ่งสร้างอยู่ไกลกันออกไป คนในเมืองหรือคนต่างชาติที่ไม่ได้พบกับบรรยากาศเช่นนี้ เมื่อไปพบเข้าลุ่มหลงเพราะธรรมชาติแบบนี้หาได้ยากในสมัยปัจจุบัน  การก่อสร้างเป็นแนวคิดที่ดึงเอาธรรมชาติและวัฒนธรรมเมืองเหนือมารวมกันเข้าไว้ นี่คือการทำงานของอาร์ติสผู้เป็นเจ้าของ ที่ไม่ผ่านเฉพาะเมืองไทยยังผ่านประสบการณ์จากต่างประเทศอีกด้วย

 ผมไปค้นคว้าเพิ่มเติมทราบว่าการสร้างภูใจใสเป็นแนวคิดของอาร์ติสชื่อคุณดา-ม.ล.สุดาวดี เกรียงไกร CEO ของรีสอร์ทแห่งนี้(ปัจจุบันอยู่ในวัยเกษียณ) เธอสร้างบ้านพักทุกหลังด้วยตัวเอง ตามคอนเซ็ปต์ที่ว่าอยากให้ผู้มาพักทุกคนได้อยู่ชิดใกล้กับธรรมชาติ เพราะบ้านทุกหลังถูกสร้างขึ้นด้วยไม้ไผ่ ลดหลั่นกันตามแนวเขาเพื่อให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ที่ผู้มาเยือนจะได้ยลความงดงามของทิวทัศน์แบบ 360 องศา

ตามประวัติ ม.ล สุดาวดี เกรียงไกร (สามีชื่ออำนวย เกรียงไกร)เป็นลูกของม.ร.ว.พงษ์พรหม จักรพันธุ์และคุณแม่ใจใส จักรพันธุ์ เป็นหลานของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทศศิริวงศ์ (พระราชนัดดาในรัชกาลที่ 4) ด้านการงานเป็น Board of Director ของ ชูจักรกรุ๊ป บริษัทรับเหมาก่อสร้างครบวงจรที่ก่อตั้งมานานกว่า 60 ปี โดยเธอรับหน้าที่หลักในเรื่องออกแบบ-ตกแต่งภายใน รับงานทำเนียบเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ เช่นที่กรุงโรม เนปาล พม่า อินเดีย บังกลาเทศ และเมืองโกโตบาลู ประเทศมาเลเซีย  

ชื่อภูใจใสตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่คุณแม่ใจใส จักรพันธุ์ (คุณแม่ของม.ล.สุดาวดี)ซึ่งซื้อที่ดินแห่งนี้ไว้ โดยมีจุดมุ่งหวังเพื่อให้เป็นที่พักผ่อนเป็นวีคเอนด์โฮมท่ามกลางแวดล้อมของธรรมชาติ จนในที่สุดพัฒนามาเป็นรีสอร์ทที่ติดอันดับต้นของเชียงราย ปัจจุบันมี 50 ห้องและยังมีบ้านพัก (Villa)สำหรับผู้ไปพักครอบครัวแยกออกไปอีก

ดูการออกแบบก่อสร้างเรียบง่ายน่าสนใจ คือ ฐานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด เสากระท่อมเป็นไม้ไผ่ โครงหลังคาภายในเป็นไม้ไผ่ ซ้อนด้วยแผ่นสังกะสีกันสนิม และปูด้วยใบตองตึง ด้านนอก ตัวอาคารกระท่อมจะสร้างลดหลั่นริมหน้าผาเป็นชั้นๆ ลงมา เพื่อรับลม แสงแดด และมุมมอง จุดเด่นของสถานที่นี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ การออกแบบกระท่อมที่กลมกลืนกับธรรมชาติ โดยตัวอาคารจะถูกบดบังด้วยพรรณไม้นานาชนิด เสมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ

ขณะที่ห้องพักสร้างลดหลั่นไปตามแนวเขาให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ก็สร้างด้วยไม้ไผ่ เอาใบตองตึงมามุงหลังคา วัสดุอย่างเตียง ตู้ ประตู กลอนประตู ล้วนทำจากไม้ไผ่  มีพรรณไม้เลื้อยสีเขียวขจี ไล่เฉดกับเขียวเข้มและเขียวตองเลื้อยบานสะพรั่งเต็มที่  

 ตัวเลขอื่นๆที่ผมนำมาจากเว็บไซท์มีดังนี้ภูใจใส รีสอร์ท แอนด์ สปา บริการห้องพักแบบกระท่อมไม้ไผ่และวิลล่า ราคาเริ่มต้นห้องพักแบบซุพีเรียร์ คืนละ 4,000 + บนเนื้อที่ 65 ไร่บนดอยแม่

สลอง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 600 เมตร อยู่ห่างจากสนามบินเชียงรายประมาณ 35 กิโลเมตร สำรองห้องพักโทรศัพท์ : 05-391-8636-7, 05-391-0500-28, 02-260-2646, 02-661-5898-9,08 9-204-6275  เว็บไซต์ : http://www.phu-chaisai.com อีเมล : contact@phu-chaisai.com

 นอกจากนี้บริษัท ภูใจใส จำกัด ยังจดทะเบียนเกษตรกรผู้ผลิตพืชอินทรีย์ ลำดับ 128 ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยผักอินทรีย์,ชาอินทรีย์,มะยงชิด,เสาวรส,แก้วมังกร  เป็นต้น- ฉบับต่อไปอาหารเช้าที่ภูใจใสก่อนกล่าวคำอำลา

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping