บัตรผ่านประตูเข้าชมหอฝิ่นจัดทำไว้อย่างสวยงามจนต้องเก็บมาเป็นที่ระลึก
บริเวณสนามบินเชียงรายมีการตั้งพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ประชาชนลงนามถวายพระพรให้หายจากประชวร
 
 
แผนที่เชียงราย คณะเดินทางจาก อ.แม่ฟ้าหลวงไปยังอ.เชียงแสนแล้วกลับมา อ.แม่จันเพื่อพักผ่อน
ทางเข้าหอฝิ่นที่นำหินมาเรียงรายไว้แล้วเขียนให้ทราบ เป็นศิลปะอีกแบบหนึ่ง
บริเวณด้านหน้าหอฝิ่นตั้งอยู่อ.เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
ภาพแสดงให้เห็นถึงชาวจีน 3 คนผู้มีอิทธิพลและมีส่วนในการก่อสงครามฝิ่นกับอังกฤษ
 
 
 
 
ภาพแสดงให้เห็นคนติดฝิ่นเมื่อเสพแล้วจะต้องนอนเพราะมึนเมา
 

ถั่วแมคคาเดเมียจากดอยตุง สินค้าออกอีกประเภทหนึ่งที่ปลูกโดยชาวเขานำมาผลิตบรรจุหีบห่อสวยงามก่อนนำออกจำหน่ายเป็นของฝาก ใส่ถุงผ้าให้อย่างดี

 
 
 
 
 
ร้านดอยตุงที่จำหน่ายสินค้าจะเปิดขึ้นตามสนามบินต่างๆทั้งที่เชียงราย,สุวรรณภูมิ ส่วนหนึ่งจะเปิดควบคู่ไปกับศินค้าจากมูลนิธิศิลปาชีพและมูลนิธิสายใจไทย โดยผลิตอย่างมีคุณภาพจุดมุ่งหวังคือสร้างเนมแบรนด์ให้ติดระดับสากล
 
ออกจากหอฝิ่นแล้วถ่ายภาพร่วมกันจากซ้าย สุรศักดิ์ วงศ์ข้าหลวง,เทเรซา ไทยภิรมย์สามัคคี,พรพิมล รุ่งเริงสุข,รองปลัดฯปิยวัชร นิยมฤกษ์,กงสุลใหญ่ดำรง ใคร่ครวญ,กอพัฒน์ เจริญบรรพชน ส.ส.เมืองลา พัลมา,ไพสันติ์ พรหมน้อยและชุตินทร คงศักดิ์ ว่าที่กงสุลใหญ่เมืองชิงเต้า ประเทศจีน
 

θ----------------------------------------------€ΕΤ‘·ΥθΓΩ»ΰΎΧθΝ΄ΩΓΩ»γΛ­θ----------------------------------------
หอฝิ่น-อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ

คณะฯออกจากดอยตุงหลังจากชมหอแห่งแรงบันดาลใจ(Hall of Inspiration) แล้วก็ตรงสู่หอฝิ่น( Hall of Opium) อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่ในพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ ห่างจากอำเภอเชียงแสน 10 กิโลเมตร ตัวอาคารล้อมรอบด้วยสวนอันสวยงาม ก่อนหน้านั้นบริเวณนี้เป็นแหล่งปลูกฝิ่นทั้งสิ้น ช่วงหลังมีการปลูกป่าต้นไม้ขึ้นกันใหญ่โต

หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า”สามเหลี่ยมทองคำ”มาแล้ว เป็นเขตต่อแดนมาบรรจบกันของ 3 ประเทศคือไทย-พม่าและลาว ดินแดนแห่งนี้ในอดีตเป็นแหล่งปลูกฝิ่น ซึ่งฝิ่นนำมาแปรรูปเป็นเฮโรอีน “ชาวเขา”ต่อมาเรียกว่า”ชาวไทยภูเขา”คือเกษตกรผู้ปลูกฝิ่น จากนั้นเครือข่ายยาเสพติดก็จะนำฝิ่นไปผลิตเฮโรอีนนำออกจำหน่ายทั่วโลก  ในอดีตเฮโรอีนจากสามเหลี่ยมทองคำกระจายอยู่ในตลาดโลกครึ่งหนึ่งของการค้าเฮโรอีนทั้งหมด – นี่จากประวัติตัวเลขและสถิติของทางการ

หากท่านติดตามข่าวคราวในห้วง 30 ปีที่ผ่านมาก็จะพบชื่อของ”ขุนส่า”หรือจางซีฟู แห่งรัฐฉาน นักค้ายาเสพติดคนสำคัญของโลก หลังจากขุนส่ายอมกลับไปอยู่กับรัฐบาลพม่าและเสียชีวิตลง ชื่อของ”เหว่ย เซี๊ยะ กัง” แห่งกองทัพว้าก็ผงาดขึ้นมาแทนที่ เขามีบัตรประชาชนไทยชื่อ ประสิทธิ์ ชีวินนิติปัญญา หรือ ชาญชัย ชีวินนิติปัญญา หรือ สุชาติ พันธ์เลิศกุล เคยถูกจับกุมได้ที่เชียงใหม่ ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากนายพลคนหนึ่งจนได้รับการประกันตัวจากศาล และหลบหนีกลับไปอยู่ร่วมกับกองทัพว้าในเขตพม่า เพื่อไม่ต้องถูกส่งตัวมารับโทษในสหรัฐ

ทุกวันนี้”สามเหลี่ยมทองคำ”กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเพราะฝิ่นหมดไปจึงมีประวัติศาสตร์เข้ามาจารึกทดแทน นั่นคือ”หอฝิ่น-อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ” ( Hall of Opium- Golden Triangle Park)  

สามเหลี่ยมทองคำ (Golden triangle)หมายถึงพื้นที่รอยต่อระหว่าง 3 ประเทศ ได้แก่ บ้านสบรวก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ของไทยกับแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว และจ.ท่าขี้เหล็กประเทศพม่า มีลักษณะเป็นพื้นที่สามเหลี่ยมบรรจบกัน โดยมีแม่น้ำโขงตัดผ่านชายแดนไทยและลาว ในอดีตบริเวณนี้ มีการค้าฝิ่น โดยนำฝิ่นมาแลกเปลี่ยนกับทองคำ  

นอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วในเขตท่าขี้เหล็กของพม่ายังมีบ่อนคาสิโนหลายแห่งทั้งที่ยังเปิดอยู่และปิดไปแล้ว ล่าสุดตระกูลการเมืองแห่งสุพรรณบุรี”โพธสุธน”ก็ไปเช่าพื้นที่เพื่อก่อสร้าง โครงการ”โกลเด้นท์ ไทรแองเกิล แอนด์ พาราไดซ์ รีสอร์ท” ดำเนินการโดยบริษัทวิทวัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยทำสัญญาเช่าที่ดินเนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ ระยะเวลา 40 ปี กับรัฐบาลพม่า

สามเหลี่ยมทองคำยังมีลักษณะเฉพาะหากเรายึดเอาการเมืองการปกครองมาเป็นจุดเพราะประเทศไทยปกครองด้วยประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม,ส่วนพม่าเป็นสังคมนิยมพม่าและลาวเป็นประเทศส.ป.ป.ลาวหรือคอมมิวนิสต์ลาว  

 กลับมาหอฝิ่นบัตรเข้าชมหอฝิ่นมีพระราชดำรัสของสมเด็จย่าไว้ว่า “ คนติดยาเขาเป็นคนหรือเปล่า ในเมื่อเขาเป็นคน เรามีการช่วยเหลือเขาได้ไหม ถ้าช่วยเหลือเขาได้ เท่ากับชุบชีวิตใหม่ให้เขา เราก็ควรทำ”

 เมื่อเริ่มการพัฒนาดอยตุง ในปี 2531 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีพระราชดำริที่จะให้ความรู้แก่ประชาชเรื่องประวัติของฝิ่นในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำและในประเทศต่างๆทั่วโลก เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนร่วมกันต่อต้านยาเสพติด เพราะยาเสพติด ไม่เพียงก่อให้เกิดปัญหากับผู้เสพ แต่ยังสร้างปัญหาให้กับครอบครัว ประเทศชาติและสังคมโลกอีกด้วย

 ตามประวัติก่อนจะสร้างหอฝิ่นเสร็จได้มีทีมวิจัยเกือบ 10 ปีเพื่อร้อยเรียงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของฝิ่นโดยย้อนไปถึง 5,000 ปี

 เมื่อไปถึงจะต้องซื้อบัตรและถือบัตรผ่านประตูเข้าไป เพื่อบำรุงหอฝิ่น โดยมีผู้จัดการหอฝิ่นออกมาต้อนรับคณะและนำผ่านอุโมงที่เจาะจากทางเข้าไปถึงห้องโถง “หอนี้ใช้เงินก่อสร้าง 359

ล้านบาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารเสด็จฯเปิด “ เขาเล่าให้ฟัง โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา

 ระหว่างอุโมงจะเป็นภาพแกะสลักหินติดอุโมง เป็นศิลปะ ทำให้เห็นว่าผู้เสพติดเหมือนคนตกนรก เป็นการล่อใจให้อยากเข้าไปชมอย่างยิ่ง ครั้นถึงห้องโถงจะมีเจ้าหน้าที่สตรีอธิบายคร่าวๆถึงฝิ่น ดอกฝิ่น(ดอกป๊อปปี้)พันธุ์ต่างๆ ทั้งประเภทนำมาใช้ตกแต่งเป็นไม้ประดับและพันธุ์ที่นำมาสะกัดเอายางเพื่อไปผลิตเฮโรอีน  

  จุดแรกเราเริ่มเข้าสู่หอที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งเป็นห้องโสตทัศนศึกษามีการจัดฉาย VTR ให้ชม เพราะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งสี แสง เสียงมาช่วยให้อยากรู้อยากเห็นมากขึ้น เป็นการเล่าถึงจุดประสงค์และเรื่องราวที่บรรจุจัดหอฝิ่น

 จากตัวเลขทราบว่าหอฝิ่นจัดพื้นที่การแสดงไว้ทั้งหมด 5,600 ตารางเมตร “เราจัดระบบป้องกันไฟไหม้ มีสปริงเกิ้ล จัดทางหนีไฟไว้อย่างถูกต้อง” ผู้จัดการหอฝิ่นที่นำชมเล่าให้ฟัง

  ต่อมาได้รับทราบประวัติความเป็นมาของการปลูกฝิ่นเมื่อ 5,000 ปีมาแล้ว ทราบว่ากำเนิดฝิ่นมาจากบริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  ฝิ่นถูกนำมาใช้ทางการแพทย์เป็นยาเพื่อการรักษาและบรรเทาอาการเจ็บปวด

 ฝิ่นพืชเศรษฐกิจเริ่มกระจายออกไปทั่วโลก เมื่อเกิดการเดินเรือ การค้าขายระหว่างตะวันตกกับตะวันออก โดยเฉพาะอังกฤษประเทศที่มีกองเรือใหญ่โตออกมาค้าขายกับโลกกว้างเช่นอินเดีย,สิงคโปร์สินค้าบางส่วนนำลงเรือเล็กเพื่อเข้ามายังเมืองสงขลาและจันทบุรี สิงคโปร์กลายเป็นเมืองศูนย์กลางของการค้าระหว่างอินเดียกับจีน และที่จีนมีประวัติศาสตร์โลกจารึกไว้ว่าได้เกิดสงครามฝิ่น(Opium War) ขึ้นมา

 เรื่องเกิดขึ้นเพราะขณะนั้นในปีค.ศ. 1900 คนจีนกว่า 13 ล้านคนติดฝิ่นอย่างหนัก ประเทศอังกฤษที่มีกองกำลังเรือรบขนาดใหญ่ก็บังคับให้จีนเปิดประตูประเทศเพื่อเปิดการค้าเสรี ขณะนั้นเศรษฐกิจของจีนรวมทั้งราชวงศ์แมนจู(ราชวงศ์ชิง) เริ่มล่มสลายเพราะคนติดฝิ่นมาก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีน

 การแสดงนิทรรศการด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่มีการปั้นรูปเหมือนขนาดเท่าตัวจริงของคนจีน 3 คนและคนอังกฤษอีก 3 คนที่มีส่วนทำให้เกิดสงครามฝิ่น จากนั้นก็มีการจำลองเหตุการณ์ใหญ่ๆ 3 เหตุการณ์ที่เกิดกับจีน รวมถึงผลกระทบที่คนจีนได้รับหลังสงคราม

  จุดที่น่าสนใจต่อมาคือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับฝิ่นในประเทศสยาม(ชื่อเดิมของประเทศไทย)หรือ Opium in Siam จะเห็นภาพโรงน้ำชาจำลองในเยาวราช มีหุ่นคนนอนสูบฝิ่นที่ภาษานักสูบเขาเรียกว่า”พี้” โรงฝิ่นที่เปิดให้สูบกันในประเทศไทย มีหลักฐานว่าคนไทยเริ่มรู้จักฝิ่นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 มาแล้ว การจัดเก็บหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หลายคนไม่เคยได้เห็นก็ได้เห็นเช่นลูกแป้ง กลักยาฝิ่น หมอน(สูบแล้วก็ต้องนอน) มีการจำลองเคี่ยวฝิ่นซึ่งฝิ่นจะเคี่ยวออกมาเป็นลูกกลมดำ ก่อนที่จะนำไปสูบ

  หลังจากฝิ่นแล้วโลกเกิดการพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ที่ตะวันตกนำไปสกัดเป็นมอร์ฟีนแล้วพัฒนาไปเป็นเฮโรอีนทำให้นักค้ายาเสพติดร่ำรวยกันมหาศาล มีการปราบปรามกับไปทั่วโลก เพราะเฮโรอีนถือว่าผิดกฎหมาย เป็นบ่อเกิดอาชญากรรมและความขัดแย้ง มีการแสดงถึงผลร้ายของยาเสพติด ทำให้ผู้เสพติดได้รับความทุกข์ทรมาน 

 ด้านล่างที่เราเดินผ่านเป็นกระจกใส ทำเป็นคุกจำลองที่ผู้ถูกจำคุกได้รับการจองจำอยู่ในนั้น ผมถึงบอกว่าเป็นหอฝิ่นที่ทันสมัยมาก ไม่เหมือนพิพิธภัณฑ์โบราณที่เราเคยเดินเข้าไปแล้ว มีแต่สิ่งของที่จัดวางไว้เหมือน”ของตาย” ไม่มีชีวิตจิตใจ นับเป็นการให้การศึกษาที่ครบถ้วนทั้งด้านความรู้ แสง สี เสียง ผลกระทบที่ตามมาจากผู้ที่ติดยาเสพติดทั้งมวล

 เมื่อมีการปราบฝิ่น ให้ชาวเขาปลูกพืชเศรษฐกิจพัฒนาชีวิตของเขาให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นพระราชดำริของสมเด็จย่า จนกระทั่งในปี 2547 องค์การสหประชาชาติได้ถอดชื่อประเทศไทยออกจากรายนามประเทศที่มีการผลิตยาเสพติด นี่คือความภูมิใจของคนไทยที่ทำได้สำเร็จ

 เมื่อดูเสร็จออกมาก็จะเป็นห้องจำหน่ายสินค้าดอยตุง ทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค เช่นกาแฟดอยตุง,ถั่วแม็คคาเดเมีย,เสื้อยืด,เสื้อเชิ๊ต ฯลฯ อันเป็นสินค้าที่ระลึก ควรซื้อติดไม้ติดมือมาไว้ด้วยเพราะชั่วชีวิตหนึ่งไม่ได้ไปกันบ่อยนัก อีกทั้งการจับจ่ายซื้อของจะช่วยให้เศรษฐกิจของพื้นที่หมุนเวียน สร้างงานเพิ่มเติมให้กับผู้คน

 กงสุลใหญ่ดำรง ใคร่ครวญ ซื้อเสื้อยืดที่เขียนคำต่างๆไว้บนเสื้ออันเป็นคติสอนใจ(เป็นภาษาอังกฤษ) ทราบว่าท่านจะนำมาฝากเด็กๆ ส่วนผมได้ถั่วแม็คคาเดเมีย

  ท่านที่ยังไม่เคยไปเที่ยวเชียงราย มีหลายแห่งที่น่าท่องเที่ยวมาก สำหรับหอฝิ่นระบุรายละเอียดไว้ดังนี้ตั้งอยู่ หมู่ 1. บ้านสบรวก ต. เวียง อ. เชียงแสน จ. เชียงราย 57150 หรืออยู่บนถนนเลียบแม่น้ำโขง ห่างจากสบรวกหรือสามเหลี่ยมทองคำ 2 กิโลเมตร เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 8.30 – 16.00 น. (เวลา 16.00 น. เป็นเวลาขายบัตรรอบสุดท้าย )จำนวนผู้เข้าชมมากสุดไม่ควรเกิน 50 คน/ รอบ ระยะเวลาสำหรับการชมนิทรรศการโดยเฉลี่ย 1-2 ชั่วโมง

อัตราค่าเข้าชมคนไทย 200 บาท / คน - คนต่างชาติ 300 บาท / คน - ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 50 บาท / คน - เด็กอายุ 12 - 18 ปี 50 บาท / คน - เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย  หอฝิ่นโทร. 053-784-444-6 แฟกซ์ 053-652- 133  เว็บไซต์ : www.maefahluang.org

คณะของเราออกเดินทางจากหอฝิ่นเพื่อตรงไปยังอำเภอแม่จัน เข้าสู่ที่พัก เริ่มเย็นย่ำเลยไม่มีโอกาสได้แวะตลาดสามเหลี่ยมทองคำเพียงแต่นั่งรถผ่าน มองเห็นสภาพความเป็นอยู่ของผู้คน อีกทั้งเย็นนั้นทุกคนก็เริ่มหิวอีกแล้ว ระยะทางที่จะเดินทางไปที่พักใช้เวลาเกือบชั่วโมงเพราะเป็นภูเขาและลาดชัน -โปรดติดตาม


 
 
 
 

               

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
   
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping Click to enlarge