หอแห่งแรงบันดาลใจหรือ Hall of Inspiration ตั้งอยู่บนดอยตุง นำภาพประวัติเกี่ยวกับครอบครัวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาแสดงให้ประชาชนได้รับชม ค่าบัตรผ่านประตู 50 บาท ภาพจาก www.doitung.org
ในห้องนี้จะมีพระบรมฉายาลักษณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตั้งอยู่บนดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย แสดงให้เห็นว่าครอบครัวของพระองค์เป็นครอบครัวเล็กๆมี 5 พระองค์เท่านั้น ภาพจาก www.doitung.org
ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล( 4 จากซ้าย)ถ่ายาภพร่วมกับทีมงานคนหนุ่มสาวที่ไปช่วยงานมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ โดยมีชัญชนิฐ มาร์เทอร์แรล ( 4 จากขวา) ผอ.ศูนย์ส่งเสริมชาวไทยให้ความสนใจ
เอริค จี. จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย(ขวา) อภิลาศ โอสถานนท์ ประธานคณะกรรมการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกันเป็นประธานเปิดร้าน Café DoiTung วันที่ 14 .ค. 2009 โดยมี ม.ร.ว. ดิศนัดดา ดิศกุล(กลาง)เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯร่วมเป็นเกียรติในงาน นับเป็นสาขาที่ 22 และเป็นสาขาต่างประเทศแห่งแรกในสถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย
----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×Í´ÙÃÙ»ãË­è--------------------------------------------

ความสำเร็จของดอยตุงแบบอย่าง
การพัฒนาเศรษฐกิจแบบยิ่งยืน

เมื่อโครงพัฒนาดอยตุงจากพระราชดำริของสมเด็จย่าประสบผลสำเร็จเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ โครงการนี้ก็มีการส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ยากไร้และเคยประสบปัญหายาเสพติดเหมือนเช่นประเทศไทย 

ดังนั้นโครงการดอยตุง 2 จึงเกิดขึ้นที่ประเทศพม่า โครงการดอยตุง 3 ในจังหวัดอาเจห์ ประเทศอินโดนีเซียและดอยตุง 4 ในประเทศอัฟานิสถาน เพื่อให้ดำเนินรอยตามดอยตุงไทยนั่นคือการพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืน (Sustainable Alternative Livelihood Development หรือ SALD)

ในปี 2546 ประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการและการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อัฟกานิสถานเกี่ยวกับการปลูกพืชทดแทนยาเสพติด (Crop Substitute Program) ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการร่วมกับ ม.ร.ว. ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง กระทรวงฯได้เชิญ ม.ร.ว. ดิศนัดดาไปบรรยายเรื่องการปลูกพืชทดแทนยาเสพติดแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องของอัฟกานิสถานที่กรุงคาบูลมาแล้ว 1 ครั้ง

ต่อมากระทรวงการต่างประเทศร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเชิญคณะของอัฟกานิสถานมาดูงานการปลูกพืชทดแทนยาเสพติดที่ประเทศไทย โดยอัฟกานิสถานส่งคณะผู้แทนระดับสูง (high level) คือนาย Mohamad Alim Razam รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมเบาและผลิตภัณฑ์อาหาร (Minister of Light Industry and Foodstuff) พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 4 คน และบุคคลสำคัญอื่นๆ ร่วมเดินทางมาอีกจำนวนมาก คณะฯไปศึกษาดูงานที่โครงการพัฒนาดอยตุง ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้ต้อนรับและดูแลเป็นอย่างดียิ่ง

ทราบว่าคณะดูงานที่ศูนย์ทดลองเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ ศูนย์อนามัยและหมู่บ้านในโครงการพัฒนาดอยตุง โดยเฉพาะให้ความสนใจโรงงานทอผ้า(ทอมือ)อย่างมากเพราะดำเนินการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การทอผ้า การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆจนถึงการตลาด โดยฝ่ายอัฟกานิสถานศึกษาว่าเมื่อมีการลด เลิกอาชีพปลูกฝิ่นแล้ว บุคคลดังกล่าวสามารถทำอาชีพอะไรได้บ้าง

ชาวอัฟกานิสถานมาฝึกฝนเรียนรู้ที่ดอยตุง 45 วันด้วยการทำความเข้าใจ ด้านปศุสัตว์ การทำพรมและผลไม้ ส่งเสริมการเลี้ยงแกะ เพราะแกะอัฟกานิสถานเป็นแกะที่ดีที่สุดและขนแกะนำไปทำเป็นเครื่องนุ่งห่มมีราคาแพง ปัจจุบันยังไม่พอกับความต้องการของตลาด มูลนิธิฯจึงเสนอให้ทำเป็นธนาคารแกะ และทำการพัฒนาด้านอื่นๆที่เขาต้องการในลำดับต่อไป

ส่วนโครงการพัฒนาดอยตุง 2  มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงข้ามไปทำที่ฝั่งพม่า ระหว่างปี 2545-2547 ระยะแรกต้องรับฟัง ต้องเรียนรู้ ต้องเข้าใจว่าชาวบ้านพม่าต้องการอะไร ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเข้าช่วยเหลือปัญหาระดับชาวบ้านพื้นฐานสามารถทำรายได้ให้กับชาวพม่า

ต้องมองว่าการเข้าไปช่วยเหลือพม่าเป็นผลดีกับไทยด้วยเพราะควรที่จะหันหน้าเข้าหากันช่วยเหลือกัน ถ้าเศรษฐกิจเจริญก็เจริญด้วยกัน เอาแพทย์อาสาไปช่วย ก็เป็นการป้องกันไม่ให้มีโรคแพร่เข้ามาในประเทศไทยด้วย ม.ร.ว.ดิศนัดดากล่าว

นอกจากนี้การนำพวกชาวว้ามาฝึกฝน มาเรียนรู้กับไทยเพื่อให้เขานำไปใช้ได้ โดยจะแนะนำให้ทำทุกอย่างให้เป็นธนาคาร เช่น ธนาคารหมู ธนาคารข้าวโพด ธนาคารถั่วเหลือง เป็นต้น ระยะกลาง ให้ขุดคูคลองส่งน้ำ โดยการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่เรียนรู้จากพวกเขาและนำมาใช้ นอกจากนั้นการแก้ไขความไม่รู้โดยให้การศึกษาสร้าง โรงเรียน โรงพยาบาล และอื่นๆ มูลนิธิทำให้พม่าเพื่อให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในระยะต่อๆไป 

หลักการการพัฒนาแบบดอยตุงคือการแก้ไขความเจ็บความป่วย การแก้ไขความยากความจน และแก้ไขความไม่รู้ โดยมี 3 ขั้นตอนคือ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีและอย่างเพียงพอและยั่งยืนม.ร.ว.ดิศนัดดากล่าว

ด้วยการที่ฝังตัวกับโครงการมาตั้งแต่ปี 2531 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล บัณฑิตด้านบริหารธุรกิจจาก Indiana University (Bloomington) สหรัฐอเมริกาได้รับการยกย่องจากมูลนิธิชวาบ (The Schwab Foundation) ให้เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการทางสังคมดีเด่นในภูมิภาคเอเซียตะวันออก ประจำปี พ.ศ.2552  (Social Entrepreneur of the Year, East Asia 2009) และได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมอภิปรายแนวคิดใหม่ของบทบาทของภาคธุรกิจในการดูแลสังคม ในเวที ซัมเมอร์ ดาวอสปี 2009 นับได้ว่าประเทศไทยได้รับการยอมรับในด้านการพัฒนาชนบทอีกครั้งหนึ่ง 

  สำหรับมูลนิธิชวาบก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1998 โดยคลอส ชวาบ (Professor Klaus Schwab) และ ฮิลเด ชวาบ (Mrs. Hilde Schwab)มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการประกอบการเพื่อสังคม ที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับชุมชนในระดับรากหญ้า ทั้งนี้ คลอส ชวาบยังเป็นผู้ก่อตั้งการประชุมเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) อีกด้วย

มูลนิธิชวาบพิจารณาผู้ประกอบการทางสังคมดีเด่นโดยพิจารณาจากเกณฑ์ 4 ประการ ได้แก่ ความคิดริเริ่ม ความยั่งยืน ผลประโยชน์ที่สังคมได้รับในทางตรง และความสามารถในการขยายและนำไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการมูลนิธิประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายวงการนานาประเทศ ในแต่ละปีจะมีการคัดเลือก 18 คนเข้ารับรางวัล คนไทยคนแรกที่รับรางวัลนี้คือคุณมีชัย วีระไวทยะ ได้รับรางวัลนี้เมื่อปี พ.ศ. 2550

เมื่อรับฟังการบรรยายพร้อมกับการตอบคำถามต่างๆเสร็จเราเข้าไปดูห้องนิทรรศกาจัดแสดงด้วยเทคนิคทันสมัยน่าตื่นใจและดีมากๆนับแต่เสด็จสู่สวรรคาลัย ก่อนที่จะย้อนกลับไปยังช่วงต้นของพระชนม์ชีพ แรกพบสมเด็จพระบรมราชชนก พระราชพิธีอภิเษกสมรส ทรงร่วมใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษ เยอรมนีและสหรัฐอเมริกา ทรงอภิบาลพระประมุขของชาวไทย 2 พระองค์พร้อม เสด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงงานด้านการศึกษา สาธารณสุข สาธารณกุศล และทรงได้รับยกย่องจากยูเนสโกเป็น บุคคลดีเด่นแห่งศตวรรษที่ 20

นิทรรศการนี้แสดงออกให้เห็นว่าพระองค์เป็นครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่งโดยมีอยู่กัน 5 คน เท่านั้น

เมื่อออกมายืนด้านนอกคณะได้พบกับม.ร.ว.ดิศนัดดาพอดี ท่านพูดคุยสนุกเมื่อมาถึงพบกับกงสุลใหญ่ดำรง ใคร่ครวญ ท่านก็สัพยอกว่านี่สมเด็จปู่ (กรมพระยาดำรงราชานุภาพ)มาเอง หมายถึงกงสุลใหญ่เป็นนักประวัติศาสตร์ตัวยงคนหนึ่งเพราะท่านเรียนจบภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มธ.

ไม่มาพักด้วยกันที่นี่ท่านบอกอีก ต่อไปจะให้ทำอะไรสั่งมาเลยนะจะทำให้ แต่ถ้าขอมาไม่ทำ ท่านหมายถึงที่พักบนดอยตุงก็มีล้อดจ์ให้พักได้แบบสบายๆ

คณะของเรากล่าวคำอำลาพร้อมกับเดินทางมุ่งหน้าสู่ดอยฝิ่นสถานที่อันน่าตื่นตาตื่นใจอีกแห่ง หากใครยังไม่ได้ไปเยี่ยมชมแล้วควรหาโอกาสไปทั้งดอยตุง-ดอยฝิ่น-สามเหลี่ยมทองคำ เพราะให้องค์ความรู้ได้อย่างควรถ้วนสมบูรณ์-โปรดติดตาม

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping