ชัญชนิฐ มาร์เทอร์แรล ถ่ายภาพกับ”มะเขือการ์ตูน”ที่ปลูกอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหอแห่งแรงบันดาลใจเท่าใดนัก
ด้านหน้าทางหอแห่งแรงบันดาลใจมีการนำคำพูดของสมเด็จย่าฯจารึกไว้ว่า “ฉันอบรมบุตรให้เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ ทั้งการศึกษา สุขภาพดี และมีจิตใจดีด้วย”
ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ผู้บุกเบิกงานในโครงการพระราชดำริของสมเด็จย่ามาตั้งแต่ปี 2531 จนถึงปัจจุบัน
ดอยตุงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำรายได้ปีละพันล้านบาท(ครบวงจรของเชียงราย)มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเยี่ยมชมทุกวัน ในภาพเป็นคณะพระนิกายจีนก็เดินทางขึ้นไปท่องเที่ยว
 
 
 
จากซ้ายกงสุลนิภา นิรันดร์นุต,แชนซี่ มาร์เทอร์แรล,กอพัฒน์ เจริญบรรพชน,พรพิมล รุ่งเริงสุข,กงสุลใหย่ดำรง ใคร่ครวญ,ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล,รองปลัดปิยวัชร นิยมฤกษ์และวนิดา ศรีวะรมย์
แผนที่ตั้งดอยตุง,อ.แม่ฟ้าหลวง,พระตำหนักดอยตุง,ศูนย์ผลิตงานมือและแหล่งท่องที่ยวอื่นๆในเขตดอยตุง เชียงราย
----------------------------------------------€ΕΤ‘·ΥθΓΩ»ΰΎΧΝ΄ΩΓΩ»γΛ­θ--------------------------------------------

โครงการพัฒนาดอยตุงกับสมเด็จย่า

 บ่ายของวันที่ 14 มกราคม 2553 คณะของพวกเขาได้รับเชิญเข้าสู่หอแห่งแรงบันดาลใจ ( Hall of Inspiration) จากห้องอาหาร”ครัวตำหนัก”เดินลงไปประมาณ 150 เมตรเห็นจะได้ ด้านหน้าของหอแห่งนี้มีมะเขือการ์ตูน (Cartoon Eggplant)ปลูกอยู่ ลูกสีเหลืองสวยงามดูประหลาด เมล็ดพันธุ์มีจำหน่ายด้วยราคา 20 บาท

ผมบอกให้แชนซี่ มาร์เทอร์เรล เข้าไปยืนจับมะเขือจะได้ถ่ายรูปให้ หลังจากถ่ายเสร็จผมบอกเธอว่าทำไมจึงบอกให้เข้าไปยืนถ่ายรู้ไหม ? เธอบอกไม่รู้ ผมก็เลยแจ้งให้ทราบว่าหน้าเธอเหมือนการ์ตูน ทุกคนหัวเราะ เทเรซ่าบอกว่าผมเล่นแรงไป “เดี๋ยวพี่แชนซี่โกรธเอา”แต่แชนชี่ก็เก็บเรื่องไว้เพื่อ”รอวันเอาคืน”ในโอกาสหน้าและก็เป็นเช่นนั้นจริงเมื่อผมตกหลุมบางเรื่อง เลยเจอเธอเข้าเต็มๆเหมือนกัน

 เมื่อเข้าไปในห้องโถงเพื่อใช้ในการบรรยาย ได้มีหนุ่มฝ่ายบริหารที่เคยบรรยายให้เรารับฟังแล้วบริเวณโรงทอผ้าด้วยมือ มาบรรยายให้เรารับทราบ เป็นภาษอังกฤษเพราะเขามาเรียนอยู่นิวยอร์กตั้งแต่เด็กและอยู่ที่นั่นถึง 12 ปีจนจบปริญญาตรีก็กลับไปเมืองไทยและได้รับการชักชวนเข้าร่วมโครงการ

 โครงการนี้แชนซี่ให้ความสนใจมากเพราะเป็นการฟื้นฟูชีวิตผู้คน,ฟื้นฟูป่าไม้ธรรมชาติ,การสร้างอาชีพและโอกาสให้กับคนในท้องที่ เป็นการพลิกฟื้นจากการปลูกฝิ่นให้ผู้คนหันมามีอาชีพแบบยั่งยืน ผมคิดว่าแชนซี่อาจจะเดินทางกลับไปอีกครั้งเพื่อดูงานอย่างละเอียด และยังทราบว่าจะมีการติดต่อนำผลผลิตของดอยตุงมาจำหน่ายในตลาดเกษตรที่กำลังจัดตั้งขึ้นในไทยทาวน์ ออลลีวู้ดอีกด้วย

 ถึงตรงนี้ผมก็อยากเล่าโดยสรุปเกี่ยวกับดอยตุงเพื่อว่าท่านจะได้เข้าใจมากขึ้น

ดอยตุง ตั้งอยู่ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 ไป 45 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1149 ไปประมาณ 15 กิโลเมตร  

ในบริเวณนี้มีพระตำหนักดอยตุงตั้งอยู่ มูลเหตุแห่งการสร้างพระตำหนักดอยตุงนั้น ทรงมีพระราชกระแสว่าหลังพระชนมายุ 90 พรรษาจะไม่เสด็จไปประทับที่เมืองโลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์ สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ จึงได้เลือกดอยตุงเป็นที่ประทับแปรพระราชฐาน

เมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินยังบริเวณหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 31 ตำบลเทิดไทย กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ราชเลขาธิการในพระองค์ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2530  ณ ที่นั้นพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นบริเวณที่สมควรจะสร้างพระตำหนักบนดอยตุง เนื่องจากที่มีภูมิทัศน์และสภาพอากาศคล้ายบริเวณพระตำหนักที่เมืองปุยยี่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 

ขณะประทับ ณ บริเวณดังกล่าวพระองค์ทอดพระเนตรเห็นท้องทุ่งในเขต อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงแสน เป็นที่ราบเปรียบเสมือนทะเลสาบเจนีวาและทิวเขาที่สวยงามเปรียบประดุจเทือกเขาแอลป์ ทรงพอพระทัยมากจึงมีรับสั่งว่า“สร้างบ้านให้ฉันที่นี่ ฉันจะปลูกป่าที่ดอยตุง”

ดังนั้นพระตำหนักดอยตุงจึงเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2530 ถือเป็นบ้านหลังแรกของสมเด็จย่า สร้างขึ้นโดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ที่เน้นความเรียบง่ายและการใช้ประโยชน์ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบล้านนากับบ้านพื้นเมืองของสวิส สร้างบนไหล่เนิน มองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลสุดสายตา  

พร้อมกันนี้ ยังมีพระราชกระแสรับสั่งว่าจะ”ปลูกป่าบนดอยสูง” จึงกำเนิดเป็นโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้นในปี 2531 โดยพัฒนาเป็น”มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี “ ทำงานด้านพัฒนาเพื่อสาธารณกุศลเป็นหลัก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชนกลุ่มน้อยและชาวไทยภูเขาบนดอยตุงให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีศักดิ์ศรีในการดำรงชีวิต คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ อีกทั้งทำงานด้านการอนุรักษ์สืบสานศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีของชาวไทยภูเขาและชาวไทยภาคเหนือให้คงอยู่ตลอดไป

ภายหลังจากสมเด็จย่าสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงโปรดฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นองค์ประธาน และดูแลการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามพระราชณิธานของสมเด็จย่าสืบต่อมาจนปัจจุบัน  อีกทั้งพระตำหนังดอยตุงยังถูกพัฒนาให้เป็นสถานที่ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว เกี่ยวกับองค์สมเด็จย่าอีกด้วย

 วันนั้นคุณชายดิศนัดดา ดิศกุล ซึ่งมีหลายตำแหน่งประกอบด้วยเลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง,ประธานคณะกรรมการสนองพระราชดำริในเขตพื้นที่ทรงงาน โครงการพัฒนาดอยตุงและผู้อำนวยการ สำนักงานประสานงานโครงการพัฒนาดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริโดยเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2531 โดยวันนั้นท่านต้องตามเสด็จฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯจึงมอบหมายให้ทีมงานคนหนุ่มสาวมาบรรยายแทน

 กลจักรสำคัญหรือที่ท่านเรียกว่า”เดี่ยวมือสอง”คือลูกชายของท่านเอง ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล จะเข้ามารับหน้าที่แทนต่อจากตัวท่าน และก็คงไม่ผิดหวังเพราะคนหนุ่มสาวยุคปัจจุบันได้รับการศึกษาดีจากทั้งไทยและต่างประเทศ รู้งานด้านการตลาดรวมทั้งลงมือทำการตลาดด้วยตัวเอง เดินทางไปยังประเทศต่างๆเพื่อเสนอแบรนด์

กล่าวได้ว่าโครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ถือเป็นเมกะโปรเจ็กต์ไทยต้นแบบ “เศรษฐกิจพอเพียงของโลก”หรือศูนย์รวมพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ ที่มียุทธศาสตร์การจัดการเศรษฐกิจยั่งยืนอย่างสมบูรณ์ ทั้งป่าไม้ มนุษย์ (แรงงานชาวเขา) เกษตรแปรรูป ชุมชน วิถีชีวิต วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว แบบครบวงจร

 โครงการเริ่มตั้งแต่ปี 2531 ปัจจุบันก็ 32 ปีเข้าไปแล้ว แนวคิดพัฒนาก็คือประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกร เป็นสันหลังของชาติ จึงวางยุทธศาสตร์เป้าหมาย”แก้ไขความยากจน” เพื่อสร้างความยั่งยืนด้วยการปรับทัศนคติกับคนจนที่อยากทำกินอย่างสุจริต

แนวคิดของสมเด็จย่าทรงทำต้นแบบการพัฒนาด้วย 3 ศาสตร์ คือ 1. แก้ไขปากท้องความอยู่รอดหรือความจน 2.ขจัดการเจ็บไข้ 3.ให้ความรู้การศึกษาแก่ชุมชน ลำดับแรกสังคมต้องมีการศึกษาก่อนจึงเปลี่ยนแปลงได้  เริ่มจากการหาคนมีเงินมาช่วยดูแลคนยากจน จากนั้นวัดผลดูว่าเงินในกระเป๋าชาวบ้านมาจากการทำงานจริงไม่ใช่ใช้เงินแจกลงไปจะช่วยได้เพียงระยะสั้นๆเท่านั้น

  ที่สำคัญดอยตุงเปิดโอกาสให้ชาวบ้าน(ชาวเขาที่เลิกปลูกฝิ่นแล้ว)เข้ามาร่วมถือหุ้นและรับปันผลเช่นเป็นเจ้าของต้นกาแฟที่รับผิดชอบดูแล ยิ่งชาวเขาสร้างผลผลิตต่อต้นใส่ปุ๋ยพรวนดินด้วยต้นทุนที่ถูก มีเมล็ดกาแฟออกมามากเท่าไร ทุกคนจะได้รับส่วนแบ่งตามจริง ส่วนโครงการดอยตุงมีหน้าที่สร้างโรงงานคั่วเมล็ดกาแฟ และสร้างสรรค์แพ็กเกจบรรจุภัณฑ์รวมทั้งสร้าง”แบรนด์”ให้แข่งขันในตลาดทั้งตลาดในประเทศไทยและโลกเพื่อให้เพิ่มมูลค่าได้สูงขึ้น

 นอกจากนี้ยังมียังจัดการด้านการท่องเที่ยวควบคู่กันไปเพราะเป็นโครงการที่สร้างรายได้ให้กับพื้นที่ปีละเป็นพันๆล้านบาทรูปแบบการเที่ยวอย่างมีความรู้เชื่อมโยงแบบครบวงจร เดินเรื่องท่องเที่ยวผูกโยงกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ไล่เรียงถึงวิถีชีวิตของคนไทยในอาชีพหลักเกษตรกรรม ที่มีกรรมวิธีสร้างมูลค่าเพิ่มการค้าด้วยการแปรรูปสินค้าเกษตร

ส่วนพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวในเขตดอยตุงมีรองรับถึง 9 จุด ได้แก่ พระตำหนักดอยตุง หอพระราชประวัติ สวนแม่ฟ้าหลวง สวนรุกขชาติดอยช้างมูบ หมู่บ้านชาวเขา พระธาตุดอยตุง ไร่กาแฟและแม็กคาเดีย ศูนย์ผลิตและจำหน่ายงานมือ และดอยตุงลอร์ด

ปัจจุบันดอยตุงได้เติบโตงดงามอย่างเป็นรูปธรรม จากแนวคิดเน้นการพึ่งพาตัวเองอย่างยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอันเป็นต้นเหตุของการค้ายาเสพติดและการค้ามนุษย์อันนำมาซึ่งปัญหาสังคมอื่นๆโดยมีปรัชญาสำคัญ คือ การสร้างคนที่ด้อยโอกาสให้เขาช่วยตัวเองได้อย่างยั่งยืน ในระยะที่ผ่านมา ช่วยให้ชาวไทยภูเขามีอาชีพที่สร้างรายได้อย่างถาวรเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น ทั้งยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกด้าน

ในปี 2545 สำนักงานควบคุมยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office or Drugs and Crime :UNODC) ได้อนุมัติให้สินค้าจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯใช้ตราสัญญลักษณ์รับรองว่า มีส่วนช่วยเหลืออย่างโดดเด่นเพื่อให้สังคมพ้นจากปัญหายาเสพติด จึงเป็นต้นแบบของความสำเร็จในการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สำเร็จที่สุดของโลก

มูลนิธิมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้มาหลายปี ปัจจุบันมีรายได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทมาจากผลิตภัณฑ์หัตถกรรม กาแฟ และท่องเที่ยวเป็นหลัก ภายใต้การดำเนินงาน 1,745 คน ส่วนใหญ่ประมาณ 1600 คนอยู่ในจังหวัดเชียงราย ครึ่งหนึ่งหรือ 800 คนเป็นคนในพื้นที่บนดอยหรือชาวไทยภูเขา

จุดประสงค์หลักของโครงการฯต้องการให้ชาวไทยภูเขาที่อาศัยบนดอยตุงสามารถปกครองตนเองและรับผิดชอบงานด้านบริหารของโครงการฯได้ภายในปี 2560 ก้าวต่อไป คือต้องทำให้ ตราสินค้า(Brand) เป็นอันเดียวกันให้ได้

การปรับกลยุทธ์ด้านธุรกิจด้วยการจัดกลุ่มธุรกิจและการกำหนดหลักการและโครงสร้างของแบรนด์ดอยตุงโดยเจ้าหน้าที่ของโครงการและชาวไทยภูเขาบนดอยตุง เป้าหมายเพื่อให้คนพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน ด้านหนึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายที่สามารถการบริหารจัดการร่วมกันได้

ปัจจุบันได้สร้างตราสินค้า DoiTung เป็น 5 สายธุรกิจประกอบด้วย สายธุรกิจการเกษตร,สายธุรกิจอาหาร,สายธุรกิจแฟชั่นและเครื่องประดับ,สายธุรกิจของใช้ตกแต่งบ้าน และสายธุรกิจท่องเที่ยว ให้ชัดมากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่รู้จักร้านกาแฟในชื่อ ดอยตุง "DoiTung"  ขณะนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Cafe' DoiTung เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์อื่นที่จะขยายตามมา อาทิ ชา เป็นต้น

สินค้าแฟชั่นเครื่องประดับและของใช้ตกแต่งบ้านใช้ชื่อ "DoiTung Lifestyle", ด้านท่องเที่ยว "DoiTung Lodge" สำหรับที่พักบนดอยตุงและแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาทิ หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ และไร่แม่ฟ้าหลวง

การบรรยายยังไม่จบนะครับ ฉบับหน้าแบบอย่างการพัฒนาแบบยิ่งยืนจะถูกขายไปยังประเทศเพื่อนบ้านและประเทศที่ปลูกฝิ่น-โปรดติดตาม

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping