----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------
จากนักข่าวเล่นงิ้วถึงนักข่าวหนังตะลุง
ศึกษากรณีจอม
เพชรประดับกับ TITV
TITV เป็นทีวีที่เริ่มมาจาก ITV
หรือเทวีเสรีเกิดขึ้นภายหลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
ที่ประเทศไทย โดยหวังจะให้ทีวีช่องนี้เป็นสื่ออิสระไม่ถูกแทรกแซงจากรัฐ จนกระทั่งกลุ่มชินวัตรเข้าไปถือหุ้นใหญ่กลายเป็นเรื่องติดหนี้สินรัฐบาล สำนักนายกรัฐมนตรีจะต้องยึดสัมปทานกลับคืนมา
เปลี่ยนจาก ITV มาเป็น TITV และต่อไปก็จะทำทีวีช่องนี้ให้เป็นทีวีสาธารณะเหมือนช่อง
PBS ที่เรารู้จัก
แต่จะไปได้แค่ไหนอย่างไรนั้นค่อยติดตามกันต่อไป เพราะเรื่องยังอีรุงตุงนังกันอยู่
ฉบับนี้ผมอยากจะพูดถึงบทบาทของนักข่าว สมัยก่อนเมืองไทยมีนักข่าวเล่นงิ้ว เป็นที่รู้จักกันว่า
นักข่าวบางคนเป็นพนักงานของหนังสือพิมพ์ไทย รับเงินเดือนจากนสพ.ไทย แต่ได้รับการติดต่อจากนสพ.จีนในเมืองไทยให้ส่งข่าวให้ หรือเป็นการขายข่าวโดยสำนักงานใหญ่ไม่รู้ เราเรียกนักข่าวประเภทนี้ว่าเล่นงิ้ว ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Conflict of
Interest หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน
คราวนี้ก็มาถึงคุณจอม เพชรประดับ
หลายท่านคงรู้จักกันดีเพราะเคยทำงานให้กับ ITV มาแต่ต้น
ช่วงหลังเดินทางมาทำหนังสือพิมพ์ในสหรัฐ จากนั้นก็กลับไปทำทีวีตามที่ถนัด
เคยทำงานให้กับ IPTV จากนั้นไปอยู่ NAT
TV กลับมาทำให้กับ IPTV แล้วก็กลับไปอยู่เมืองไทยไปสังกัด
TITV
ผมเปิดดูข่าวจากเว็บไซท์ของ www.thaitownusa.com
ก็พบข่าวน่าตื่นเต้นอยู่ครับมีการไปสัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร ถึงฮ่องกง โดยโปรยข่าวไว้ว่าทีมงานของไอพีทีวี ประจำประเทศไทย
เดินทางไปถึงโรงแรมนิกโก้ บนฝั่งเกาลูนของฮ่องกง เมื่อวันที่
24 ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่แวะเวียนมาปักหลักอยู่ที่นั่นเพื่อ
สังเกตการณ์เลือกตั้ง
ของบ้านเรา ถือเป็นการให้สัมภาษณ์แบบ เปิดใจ
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้านั้น...
ผมคลิกเข้าไปดูการสัมภาษณ์ เริ่มตั้งแต่ไตเติ้ลเครื่องบินลง
ไม่เห็นหน้านักข่าวที่ไปสัมภาษณ์ เห็นแต่ถือไมค์ของ IPTV ก็แปลกอยู่ว่าทำไมนักข่าว IPTV ต้องปกปิดซ่อนเร้นตัวเอง พอฟังไปฟังมาจำได้ว่านั่นมันเสียงของ
จอม เพชรประดับ ที่เคยสัมภาษณ์ผมและเราเคยออกรายการด้วยกันหลายครั้งทั้ง
IPTV และ NAT TV รวมทั้งเคยมาสัมภาษณ์ผมเรื่องเหตุการณ์
14 ตุลาคมอีกด้วย
เมื่อฟังไปจนถึงนาทีที่ 27 ของการสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณยกตัวอย่างเรื่องข่าวลือได้ยกตัวอย่างพร้อมทั้งถามและออกชื่อคุณจอม หลายครั้ง ผมจึงฟันธงไปได้ว่านั่น ตัวจริงชัดเจนจอม เพชรประดับ - ใช่เลย สุ้มเสียงของจอม
ยังออกทองแดงบ้างเป็นครั้งคราวทำให้ผมต้องตั้งชื่อว่า
นักข่าวหนังตะลุงเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเหมือนนักข่าวเล่นงิ้ว
ผมไม่ทราบว่าการนัดสัมภาษณ์ดังกล่าวสถานี TITV ส่งไปทำหรือว่าคุณจอมกับทีมงานไปทำกันเอง โดยหนังสือพิมพ์ลงข่าวว่า ด้าน นายจอม เพชรประดับ พิธีกรรายการ "ตัวจริงชัดเจน" กล่าวกรณีเทปสัมภาษณ์
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่รายการได้ไปบันทึกมาถูกผู้บริหารสถานีห้ามออกอากาศเมื่อวันที่
26 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ว่า หลังจากพูดคุยกันแล้ว ผู้บริหารสถานียอมรับว่าหากมองในแง่ประเด็นข่าว
เห็นว่าเทปชิ้นนี้น่าจะนำเสนอ แต่สาเหตุที่ห้ามออกอากาศเนื่องจากเป็นการทำงานที่ผิดกระบวนการ
เป็นการกระทำไปโดยไม่ได้ปรึกษากับผู้บริหาร
ผมจึงยอมรับผิดและจะขอลาออก แต่ก็ไม่ได้รับการอนุมัติ โดยผู้บริหารจะให้ผมกลับไปสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณอีกครั้งในวันที่ 30 ธ.ค.นี้ที่ฮ่องกง
และหนนี้จะอนุญาตให้ออกอากาศ บรรยากาศการทำงานขณะนี้ผ่อนคลายขึ้น
พิสูจน์ว่าผู้บริหารใหม่ไม่ได้กลัว
ถ้าเป็นแบบนี้ก็ยังทำงานด้วยกันได้"
เมื่อดูจากภาพรวมในฐานะที่ทำข่าวมานาน ผมคิดว่าคุณจอมเดินทางไปฮ่องกงด้วยการรับจ้อบ
2 จ้อบพร้อมกันคือ 1.ไปทำงานในฐานะผู้สื่อข่าวTITV ซึ่งต้องถือไมค์ของ TITV หากได้รับอนุญาตให้ออก คุณจอมจะเปิดตัวจริงชัดเจนออกมาทันทีเพราะงานนี้ถือว่าได้และเป็นความเก่งของนักข่าวที่มี
คอนเนกชั่นอีกทั้งข่าวนี้อยู่ในความสนใจของผู้คน
2.ไปทำงานในฐานะ IPTV จะต้องถือไมค์ IPTV ออกอากาศแต่ไม่ยอมออกหน้า(ทำตัวเหมือนนางอาย) สาเหตุน่าจะมาจากคุณจอมได้เบียดบังเวลาของ TITV
ไปเล่นหนังตะลุงตบตาผู้บริหาร TITV มันไม่ถึงกับผิดจรรยาบรรณ แต่ถือว่าผิดมารยาทของการทำงาน เพราะไม่ซื่อตรงต่อองค์กรของตัวเอง เรื่องนี้คงมีการวางแผนล่วงหน้าพอสมควร อยู่ดีๆจะไปสัมภาษณ์อดีตนายกรัฐมนตรีจะต้องมี
วงใน ติดต่อไว้ล่วงหน้า
ไม่ใช่เดินดุ่ยๆไปขอสัมภาษณ์ง่ายๆ
ดังจะเห็นได้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร ต้องการสื่อสารมายังคนไทยในสหรัฐอเมริกาถึงกับลงทุนเขียนคำอวยพรมาประกอบด้วย ผมได้นำภาพมาลงให้เห็นในคอลัมน์นี้
3.ก่อนออกเดินทางไปทำข่าวคุณจอม
เพชรประดับ ได้รับการแต่งตั้งเป็น 1 ใน 4
ตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายข่าว
ซึ่งคำสั่งที่ลงนามโดยนายปราโมช รัฐวินิจ
อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ วันที่
21 ธันวาคม 2550 มีว่า
ทั้งนี้ ให้มีหน้าที่รับผิดชอบตามภารกิจของฝ่ายข่าว
ดังนี้ 1.รับเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์
2.การรายการข่าวสถานการณ์ประจำวัน 3.การคุ้มครองประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนและถูกเอาเปรียบ 4.การตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น 5.การเปิดพื้นที่ข่าวสารและการมีส่วนร่วมให้กับกลุ่มต่างๆในสังคม
และ 6.การส่งเสริมและสร้างสรรค์การทำความดี
สงสัยคุณจอมจะลืมอ่านข้อ 4 จึงคอรัปชั่น(เวลา)องค์กรที่ตัวเองสังกัด ยิ่งคุณจอมจะเติบโตไปจับงานใหญ่ต่อไปในอนาคตเช่นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าวที่ให้คุณให้โทษต่อทั้งคนในองค์กรและต่อผู้ชมผู้ฟังได้ ผมก็ไม่ทราบว่าความเที่ยงตรงในตัวของคุณจอมจะเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นงานด้านข่าว ไม่ทราบว่าจะแยกผลประโยชน์ส่วนตัวกับส่วนรวมได้อย่างไร
ดังนั้น คุณจอมจึงต้องได้รับฉายาจากโต๊ะบรรณาธิการ(ในฐานะที่ผมเป็นบรรณาธิการ)ว่าเป็นนักข่าวหนังตะลุง
สำหรับคลิปการสัมภาษณ์เข้าไปดูได้ที่
http://www.thaitownusa.com/
|