----------------------------------------------€ΕΤ‘·ΥθΓΩ»ΰΎΧΝ΄ΩΓΩ»γΛθ--------------------------------------------
ตา ม็อก:แม่ทัพเขมรแดงตายเสียแล้ว
นายพลตา
ม็อก (Ta Mok) หรือนัยหนึ่งเป็นการเรียกชื่อคุณตา ม็อก
เป็นชื่อจัดตั้งในพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาหรือรู้จักกันในนามเขมรแดง
ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า
ขะแมร์ รูจ
(Khmer Rouge )เกิดประมาณปี
1926 และเสียชีวิตวันที่
21 กรกฎาคม 2006 ชื่อจริงของเขาคือ
อึง โชอูน(Ung Choeun)
ตามประวัติเคยบวชเณร
สึกออกมาช่วงทศวรรษ
1930 ขณะอายุ 16
ปี เพื่อเข้าร่วมต่อต้านจักรวรรดินิยมฝรั่งเศสผู้เข้ายึดครองเขมรเป็นเมืองขึ้น ต่อมาในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพาทศวรรษ
1940 ก็ร่วมกันต่อต้านญี่ปุ่น
รวมทั้งจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ร่วมกับ
พล พต (Pol Pot) ในปลายทศวรรษ 1960 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการกลางพรรค
จากนั้นก็ต่อต้านรัฐบาลนายพลลอนนอล
ช่วงสงครามอินโดจีนที่สหรัฐเข้าไปทำสงครามในเวียดนาม-ลาว-เขมร
จนกระทั่งปี
1975 เวียดนามแตกส่งผลให้
2 ประเทศในอินโดจีนคือลาวและเขมรแตกไปด้วย รัฐบาลฝ่ายขวาที่หนุนโดยรัฐบาลอเมริกันทั้ง
3 ประเทศหมดอำนาจลง
ทำให้รัฐบาลฝ่ายซ้ายหรือคอมมิวนิตส์ขึ้นกุมอำนาจในประเทศ เกิดผู้อพยพมากมายใน
3 ประเทศทะลักเข้าไทยและตรงมาปักหลักในสหรัฐจนทุกวันนี้
ขณะที่รัฐบาลเขมรแดงยุคพล
พต เรืองอำนาจนั้นได้ระดมชาวบ้านออกไปทำงานหนักในท้องทุ่ง,ไปอบรมดัดนิสัยทำให้มีผู้เสียชีวิตระหว่าง
1.7-2 ล้านคน ตายด้วยความหิวโหย,อดยาก,โรคระบาด,ขาดอาหารและถูกประหารชีวิต ยุคนั้นจึงกลายเป็นยุคแห่งความโหดของเขมรแดง เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
จนเกิดภาพยนตร์เรื่องทุ่งสังหาร หรือ The Killing Fields ขึ้นมาให้ทั่วโลกได้รับรู้ถึงพฤติกรรมของรัฐบาลเขมรแดง
นายพลตา ม็อก
เองได้รับฉายาจากนักข่าวตะวันตกว่าเป็นจอมเชือด หรือ The Butcher ล่าสุดมีหนังสารคดี S21
: The Khmer Rouge Killing Machine ออกมาฉายเช่นกันแต่ไม่ได้รับการยอมรับเท่าทุ่งสังหารเมื่อ 20 ปีมาแล้ว
ช่วงนี้พล
พต เป็นผู้นำรัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตย
(Democratic
Kampuchea)ซึ่งครองอำนาจระหว่างปี 1975-1979 รัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตยถูกหนุนโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน
จึงดำเนินการหลายอย่างตามคอมมิวนิสต์จีน จนกระทั่งในช่วงหลังรัฐบาลคอมมิวนิสต์เวียดนามไม่พอใจ
จึงส่งกองทัพเวียดนามที่เกรียงไกรและมีวินัยมากกว่าเขมรบุกเข้ายึดกรุพนมเปญขับไล่พล
พตและสหายทั้งหมดเข้าป่าอีกคำรบหนึ่ง
โดยเวียดนามได้จัดตั้งรัฐบาลหุ่น
เฮง สัมริน
ขึ้นมา
เขมรช่วงนั้นจึงแตกเป็น
4 ฝ่ายประกอบด้วยเขมรแดงพล
พต,เขมร เฮง
สัมริน,เขมรเสรีฝ่ายนายพลลอนนอลและเขมรฝ่ายกษัตริย์สีหนุ
การเจรจาตกลงไม่สิ้นสุดกันสักทีและมาลงตัวเมื่อสหประชาชาติส่งคณะจัดการเลือกตั้งเข้ามาช่วยจัดเลือกตั้งในเขมรสืบมาจนทุกวันนี้
กล่าวสำหรับเขมรแดง
ตัวหลักนอกจากมีพล
พตแล้วยังมี เขียว สัมพันธ์
อดีตนายกรัฐมนตรี,เอียง
ซารี อดีตรมว.ต่างประเทศ,นายพลนวน
เจีย,นายพลตา
ม็อก
เป็นต้น เมื่อรัฐบาลเขมรแดงถูกกองทัพเวียดนามยาตราเข้ายึด
ต่างฝ่ายก็แตกกระสานซ่านเซ็น ตา ม็อก ยังคงนำทัพเขมรแดงกลับไปตั้งอยู่ในฐานที่มั่นใกล้เมืองอัลลอง
เวง ในปี
1997 พรรคคอมมิวนิสต์เขมรแดงแตก
นายพลตา ม็อก
เข้ายึดกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
ขณะที่พล พต
พยายามหนีแต่ถูก
ตา ม็อก ควบคุมตัวไปด้วย
กระทั่งวันที่
15 เมษายน 1998 พล
พต เสียชีวิตเพราะโรคหัวใจ
เมื่อวันที่
6 มีนาคม 1999 นายพลตา
ม็อก ถูกทหารเฮง
สัมริน จับตัวได้ที่ชายแดนติดประเทศไทยและนำตัวกลับพนมเปญ
ถูกส่งเข้าคุมขังตั้งแต่บัดนั้นมา
ส่วนพลพรรคอื่นๆไม่ว่าจะเป็น
เขียว สัมพันธ์,เอียง
ซารี และนวน
เจีย ยอมที่จะมอบตัวกับรัฐบาลเฮง
สัมริน คนอื่นๆก็ล้มหายตายสาบสูญไป
ระหว่างถูกควบคุมตัวนี้องค์การสหประชาชาติจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษชุดหนึ่งขึ้นมาเพื่อเอาผิดนายพลตา
ม็อก ในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กำหนดไต่สวนคดีในปี
2007 อย่างไรก็ตามด้วยอายุมากประกอบกับเป็นโรคภัยไข้เจ็บ
เขาจึงถูกส่งตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลทหารในกรุงพนมเปญ
เมื่อเดือนมิถุนายน
และเสียชีวิตลงวันที่
21 กรกฎาคม 2006
พิธีศพของนายพลตา
ม็อก จัดขึ้นง่ายๆเมื่อวันที่
24 กรกฎาคม ที่บ้านของลูกสาวคนหนึ่งมีพระสงฆ์ไปสวดตามแนวทางชาวพุทธ
ชาวบ้านกว่า
1 พันคนไปร่วมไว้อาลัย พิธีเหล่านี้ทำให้คนไม่เชื่อสายตาเลยว่าเขาจะเป็นคนโหด
เพราะข่าวส่วนใหญ่จะออกมาจากฝ่ายตรงข้าม ทั้งๆที่เขามีมิตรร่วมรบจำนวนมาก
บุคคลที่อยู่ในพรรคเดียวกันน่าจะต้องถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีด้วยไม่ใช่ผลักไปที่
ตา ม็อก เพียงคนเดียว
นาย Meas
Mut ลูกเขยของตา
ม็อก ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นทหารเขมรแดงกล่าวถึงพ่อตาของเขาว่า
"ประชาชนตัดสินใจฝังร่างของเขาไว้ที่อันลองแว็ง
เพื่อระลึกถึงการกระทำที่แสดงถึงความกรุณาของเขา
เขาไม่เคยคิดถึงประโยชน์ส่วนตน
เขาคิดถึงแต่ประชาชน
และเขายังสอนเราให้มีความเป็นอิสระ
ไม่เป็นทาสใคร"
พร้อมกันนี้
กลุ่มเรียกร้องสิทธิมนุษยชนชาวกัมพูชากว่า
20 คน ได้ตั้งคำถามถึงการดูแลสุขภาพของตาม็อก
ในระยะสุดท้าย
และต้องการให้มีการชันสูตรศพ
ซึ่งก่อนที่ตาม็อกจะเสียชีวิตนั้น
บรรดาญาติของเขาได้เคยเรียกร้องให้รัฐบาลส่งตัวตาม็อกไปยังประเทศไทยเพื่อเข้ารับการรักษา
แต่คำร้องขอเหล่านั้นถูกปฏิเสธ
"เป็นที่น่าเสียใจ
ที่รัฐบาลกัมพูชาไม่ได้มีความรู้สึกยินดีที่จะเห็นตาม็อกมีสุขภาพที่ดีขึ้น
หรือได้รับการดูแลจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญ
เราได้ขอร้องไปยังสหประชาชาติให้ทำการชันสูตรศพตาม็อกทันที"
เอกสารของกลุ่มเรียกร้องสิทธิกล่าว
ตา ม็อก เสียชีวิตลงตัวเขาเองเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์กัมพูชาและประวัติศาสตร์โลก
ที่ทุกคนจะต้องศึกษา
จากความเป็นคนเลือดรักชาติ ร่วมจัดตั้งพรรคคอม
มิวนิสต์อันเป็นแนวทางหนึ่งของพรรคการเมือง เข้ายึดกุมอำนาจรัฐ
ถูกจับกุมและเสียชีวิต
ชีวิตของเขาคือการต่อสู้ตลอดเวลา
นี่คือสิ่งที่ทุกคนจะต้องศึกษาและเรียนรู้ เราถือว่านักรบและทหารทุกคนคือคนโหดทั้งสิ้น เพราะวิชาทหารคือวิชาที่สอนให้ทำสงครามนั่นคือการฆ่าฝ่ายตรงข้าม
เช เกววาร่า:นักปฏิวัติตัวตายแต่ชื่อยัง
วันเสาร์ที่
22 กรกฎาคม 2006
ประธานาธิบดีฟิเดล
คาสโตร แห่งคิวบาเดินทางไปยังประเทศอาร์เยนติน่าเป็นแขกของประธานาธิบดีฮิวโก
ชาเวซ แห่งอาร์เยนติน่า
ทั้งคู่เดินทางไปยังบ้านของ
เออร์เนสโต
เชเกววาร่า
ปัจจุบันทำเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแด่ "el Che." (The Che)
เช เกววาร่า
ไว้หนวดเครากลายเป็นสัญลักษณ์ของนักปฏิวัติไปทั่วโลก เกิดที่อาร์เยนติน่าเรียนแพทย์แต่วางเข็มฉีดยาหันไปจับปืนปฏิวัติ
โดยไปช่วยเหลือ
ฟิเดล คาสโตร
ปฏิวัติประเทศคิวบาในปี
1959 ทั้งคู่จึงเป็นสหายสงครามด้วยกันมา อีก 8 ปีต่อมาเขาถูก CIA จับตัวได้และถูกประหารชีวิต
ขณะเชอายุ
39 ปี เชประกาศว่าการปฏิวัติในละติน
อเมริกาของเขาจะไม่สิ้นสุด
ในบ้านหลังนั้นยังมีสัมภาระบางประการรวมทั้งภาพถ่ายของเช
ติดอยู่
สำหรับฟิเดล
คาสโตร จะอายุครบ
80 ปีเดือนสิงหาคม เขาเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดทางการค้า
Mercosur ที่อาร์เยนติน่าและสิ้นสุดเอาวันที่
21 กรกฎาคม จากนั้นคาสโตรได้ชวนนักศึกษามหาวิทยาลัยและนักการเมืองฝ่ายซ้ายร่วมเดินขบวนกัน
และต่อมาก็ชวนประธานาธิบดี
ฮิวโก ชาเวซ
ไปเยี่ยมบ้านเช
ซึ่งชาเวซยอมรับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีทีเดียวที่เขาได้เข้ามาเดินในแหล่งประวัติศาสตร์ บ้านหลังนี้เชอยู่กับครอบครัวของเขารวม
11 ปี
เมืองนี้ตั้งอยู่ตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงบัวโนส
แอร์เรส ประมาณ
400 ไมล์
ฮิวโก
ชาเวซ
ประธานาธิบดีอาร์เยนติน่าประกาศตัวเป็นนักปฏิวัติเช่นกันโดยไม่ยอมค้อมหัวให้กับวอชิงตันที่แผ่อิทธิพลไปยังละติน
อเมริกา เขาจึงจัด
world tour 2 สัปดาห์ขึ้นที่อาร์เยนติน่าโดยเชิญประเทศอื่นๆเข้าร่วมด้วยอาทิเช่น
Belarus, Russia, Qatar, Iran, Vietnam และ Mali เป็นต้น
คิม จอง-อิล
ผู้นำและนักรักเกาหลีเหนือ
หนังสือพิมพ์
Yonhap ของเกาหลีใต้รายงานว่านายคิม
จอง-อิล ผู้นำเกาหลีเหนือวัย
64 ปี อยู่กินกับ
คิม อ๊อก ( Kim Ok)วัย
42 ปีอดีตเลขานุการของเขาเอง ตามประวัติแล้ว
คิม อ๊อก เรียนจบวิชานักเปียโนที่คณะนาฎศิลป์และดนตรี
มหาวิทยาลัยเปียงยาง
ต่อมาช่วงทศวรรษ
1980 มาเป็นเลขานุการส่วนตัวของคิม
จอง-อิล ที่ร่วมเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกันทั้งในและนอกประเทศ
เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารัก
มากกว่าเป็นผู้หญิงสวยแหล่งข่าวกล่าวและยังฉลาดอีกต่างหาก
คิม
จอง-อิล ถูกบรรเลงว่าเป็นเพลย์บอยที่เคล้าด้วยไวน์และผู้หญิงแม้ว่าประชาชนจะยังยากจนอยู่ก็ตาม แม้ว่า คิม
อ๊อก จะไม่ได้ประกาศต่อสาธารณะว่าเป็นเมียคนหนึ่งของคิม
จอง-อิล ก็ตาม
แต่เชื่อว่า
คิม จอง-อิล
มีภรรยามาแล้ว
3 คนที่ผู้คนทั่วไปรับรู้กันนั่นคือ
คิม ยัง-ซุก
(Kim Young-Sook )อยู่ด้วยกันตั้งแต่ทศวรรษ
1970 ต่อมาก็มี
โค ยง-ฮุย (Ko Yong-Hui) อดีตนักเต้นรำที่เสียชีวิตเพราะมะเร็งที่หน้าอกเดือนสิงหาคม
2004 และอีกคน
ซุง แฮ-ริม
(Sung Hae-Rim)อดีตดาราหนังเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวทมี่มอสโควปี
2003
ในปี 1994 คิม
จอง-อิล รับมรดกทางการเมืองสืบต่อจากพ่อของตัวเองนั่นคืออดีตประธานาธิบดี
คิม อิล-ซุง
(Kim Il-Sung) วิถีการสืบต่ออำนาจครั้งนี้
นักวิจารณ์การเมืองระบุว่าเป็นประเทศสังคมนิยมประเทศแรกที่จัดตั้งราชวงศ์ขึ้นใหม่
ตอนนี้ คิม
จอง-อิล มีปัญหาเรื่องลูกที่จะให้สืบทอดเป็นทายาทการเมือง
เพราะมีลูกชายคนโตเกิดกับซุง และอีก 2
คนเกิดกับโค นักวิเคราะห์เชื่อว่าคิม
จอง-อิล น่าจะมอบอำนาจต่อให้กับลูกชายคนที่สองคือ
คิม จอง-ชุล
วัย 25 ปี
ส่วนคิม จอง-นาม
วัย 35 ปีลูกชายคนโตคงไม่ได้สาเหตุเพราะในปี
2001 เขาปลอมหนังสือเดินทางเข้าญี่ปุ่นถูกเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นจับได้และถูกตะเพิดกลับ
เหตุที่เขาไปญี่ปุ่นก็เพราะอยากไปเที่ยวดิสนี่ย์แลนด์
ทำความอับอายขายหน้าแก่ผู้เป็นพ่อยิ่งนัก
|