ข้อสังเกตุ เกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิ โดย.. อดีตกงสุล  

นับตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิของประเทศไทยเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสใช้สนามบินแห่งนี้มาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ไปฮ่องกง โดยใช้ท่าอากาศยานนานาชาติ ครั้งที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไปทอดกฐินที่เชียงใหม่ อุบลราชธานี และครั้งสุดท้ายที่จังหวัดอุดรธานีเมื่อวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการใช้ท่าอากาศยานภายในประเทศ 

ผมได้ประสบพบเห็นสิ่งต่างๆในท่าอากาศยานแห่งใหม่ของประเทศไทย ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นท่าอากาศยานที่ใหญ่โต และทันสมัยที่สุดในเอเซีย หรือในโลก พร้อมมีข้อสังเกตุเกี่ยวกับสนามบินแห่งนี้ ดังนี้

ข้อมูลสำคัญทั่วไป

1.สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะตัวอาคารผู้โดยสารขาเข้า-ขาออกเป็นท่าอากาศยานเป็นตึกใหญ๋ที่มีลักษณะเป็นแนวยาวตลอดจากด้านหัว คือทางทิศตะวันออก-ไปด้านท้าย ทิศตะวันตก 

 ด้านหัว คือด้านต้นของตัวอาคารที่รถยนต์ของผู้โดยสารจะไปถึงเป็นลำดับแรก ซึ่งจะมีประตูทางเข้า 10 ประตู โดยเริ่มจากประตู 1 ที่ด้านหัว ต่อไปจนถึงประตูที่ 10 ซึ่งอยู่ด้านท้ายสุดของตัวอาคารผู้โดยสาร

2.ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปต่างประเทศ และผู้โดยสารภายในประเทศ ต่างใช้บริการจากสายการบินต่างๆในตัวอาคารแห่งเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสารขาเข้า หรือผู้โดยสารขาออก ทั้งนี้ผู้โดยสารขาเข้าใช้ชั้น 2 ของอาคาร ส่วนผู้โดยสารขาออกใช้ชั้น 4

3.ทางเข้าประตูที่ 1 ประตูที่ 2 และประตูที่ 3 บนชั้นที่ 4 สำหรับผู้โดยสารขาออกที่จะเดินทางโดยสายการบินนานาชาติไปยังประเทศต่าง รวมทั้งผู้ที่จะเดินทางด้วยสายการบินต่างๆที่บินภายในประเทศไปยังจังหวัดต่างๆ เช่นไปเชียงใหม่ ไปหาดใหญ่ หรือไปอุบลราชธานี เป็นต้น เมื่อก้าวพ้นประตูทางเข้าดังกล่าวเข้าไปภายในตัวอาคาร จะพบแถวที่นั่งของพนักงานบริษัทการบินต่าง ที่จะทำการตรวจสอบบัตรโดยสารและจัดที่นั่งให้ผู้โดยสาร (check - in row )ได้แก่แถว (row) A, B, C,D,และ E, 

แต่ละแถวจะมีช่องที่นั่งสำหรับพนักงานปฎิบัติหน้าที่แถวละ 24 ช่อง เช่น แถว C จะเริ่มตั้งแต่ช่อง C1,C2, C3, เรื่อยไปจนถึง ช่อง C24 ทั้งนี้ แถว (row) A ซึ่งเป็นแถวแรกและแถว B ถัดมา เป็นที่เฉพาะสำหรับผู้โดยสารของบริษัทการบินไทยที่เดินทางชั้น First และ Business ไปยังประเทศต่าง  ทำการ check-in พร้อมห้องรับรองพิเศษ และด้านหลังของแถว ( row) A และ B นี้เป็นทางเดิน ( entrance passage )ไปสู่ส่วนรับการตรวจสอบหนังสือเดินทาง ส่วนตรวจสอบ X-Rayสิ่งของติดตัว และทางขึ้นเครื่องบินของผู้โดยสารชั้นพิเศษดังกล่าว ส่วนแถว C,D,และ E มีไว้สำหรับ check - in ผู้โดยสารที่จะเดินทางภายในประเทศด้วยสายการบินต่างๆ

4.ทางเข้าตั้งแต่ประตูที่ 4 ประตูที่ 5 ต่อไปจนถึงประตูที่ 10 ซึ่งเป็นประตูสุดท้าย เมื่อพ้นประตูเข้าไปภายในตัวอาคาร จะเป็นที่ตั้งของแถวที่นั่งทำการของพนักงานบริษัทการบินนานาชาติ สำหรับการตรวจสอบบัตรโดยสารและจัดที่นั่งให้ผู้โดยสาร (check-in row) ที่จะออกเดินทางไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก ได้แก่แถว (row) F-G,H-J,K-L, ....... ต่อไปจนถึงแถวสุดท้าย คือ V-W ซึ่งจะตรงกับประตูทางเข้าตัวอาคารประตูสุดท้าย คือประตูหมายเลข 10 

ทางเดิน (entrance passage)เพื่อเข้าไปรับการตรวจหนังสือเดินทางจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ส่วนตรวจสอบร่างกาย X-Ray สัมภาระส่วนตัวและทางขึ้นเครื่องบิน อยู่ด้านหลังของแถว(row) ต่างๆ ซึ่งมีช่องทางเข้ารับการตรวจ(entrance passage) เช่นนี้ทั้งหมด 5 ช่องทางได้แก่ช่องทางเข้าตรงสุดแถว J ช่องทางเข้าสุดแถว K-L ช่องทางเข้าสุดแถว M-N ช่องทางเข้าสุดแถว T-U และช่องทางเข้าสุดแถว W ซึ่งเป็นแถวสุดท้ายตรงกับประตูทางเข้าหมายเลข10 ทั้งนี้ แถวสำหรับ check - in ที่เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ A-B-C- .....ดังกล่าวนั้น เรียงลำดับตัวอักษรไปจนถึงอักษร W แต่ไม่มีแถวใดที่มีอักษร I และ O ปรากฎ ทราบว่าเนื่องจากอักษร I และ O มีรูปลักษณะเหมือนตัวเลข ซึ่งอาจทำให้ผู้โดยสารสับสนได้ การท่าอากาศยาน จึงงดใช้

5.ทางรถยนต์สำหรับนำผู้โดยสารจากที่ต่างๆ มาส่งยังตัวอาคารสนามบินแห่งนี้มีถนนขนานกัน 2 เส้น โดยถนนเส้นที่ขนานติดกับทางเข้าตัวอาคาร ด้านในตั้งแต่ประตูทางเข้าที่1 ถึง 10 เจ้าหน้าจัดให้เฉพาะรถยนต์ส่วนตัว หรือรถบัส สำหรับผู้ที่นำรถยนต์ส่วนตัวมาและหากผู้ที่นำรถยนต์มาต้องการเข้าที่จอดรถ ให้ขับเลยต่อไปจากประตูทางเข้าที่ 10 จะมีป้ายบอกทางไปยังอาคารสำหรับจอดรถยนต์ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ ส่วนถนนอีกเส้นที่ขนานกัน แต่อยู่ถัดออกไปด้านนอก เจ้าหน้าที่จัดให้รถรับจ้าง (taxi) ที่มาส่งผู้โดยสารวิ่งเฉพาะเลนนี้เท่านั้น

6.บนชั้น 3 ของตัวอาคารสนามบิน เป็นที่ตั้งร้านค้าต่างๆ เช่นร้านขายน... ร้านอาหารนานาชนิดซึ่งขายในราคาปานกลางไม่แตกต่างจากร้านที่เคยมีอยู่ในสนามบินเก่าดอนเมือง และมีร้านสะดวกซื้อ Family ขายเครื่องดื่ม ของขบเคี้ยวและของใช้จำเป็นที่มีราคาเท่ากับร้าน Family ข้างนอกสนามบิน ส่วนชั้นล่างสุดของตัวอาคารซึ่งตรงกับประตูที่ 8 สำหรับผู้โดยสารขาออกบนชั้นที่ 4 จะมีห้องอาหารราคาประหยัดอยู่ 1 ห้อง ชื่อ Magic Food Point เหมาะสำหรับพนักงานในสนามบิน หรือผู้ที่ต้องการบริโภคอาหารในราคาประหยัดเช่นเดียวกับที่อาคาร 2 สนามบินดอนเมืองเคยมี ที่นี่มีอาหารราคาไม่แพงหลายอย่างให้เลือก เช่นก๋วยเตี่ยวเรือ เกาเหลา ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ข้าวแกง ฯลฯ ราคาจานละ 30 - 35 บาท และมีร้านขายเครื่องดื่ม 1 ร้าน

7.ชั้นล่างสุดของตัวอาคาร เช่นกัน มีจุดจอดรถรับจ้าง (taxi) สาธารณะรอรับผู้โดยสารอยู่ 4 จุด คือจุดที่ตรงกับประตูทางเข้าบนชั้น 4 ประตูที่ 3 ,4, 7, และ8 ทั้งนี้เนื่องจากที่ตั้งตัวอาคารผู้โดยสารของสนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่ไกลจากถนนและชุมชนที่สามารถเรียกรถแท็กซี่มาก (ร่มเกล้าเป็นจุดที่อยู่ใกล้ชุมชนที่สุด 2 กิโลเมตร) ไม่เหมือนสนามบินดอนเมืองที่แค่เดินไปริมถนนวิภาวดีรังสิตหน้าสนามบินก็สามารถเรียกรถแท็กซี่ได้ การท่าอากาศยาน จึงได้จัดบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารเครื่องบิน และบุคคลทั่วไปโดยจัดให้รถแท็กซี่ที่ประสงค์จะรับผู้โดยสารที่สนามบิน(ส่วนมากคือแท็กซี่ที่มาส่งผู้โดยสารขาออกแล้วไม่ประสงค์จะตีรถเปล่ากลับออกไป) จะต้องมาลงชื่อเข้าคิวไว้กับเจ้าหน้าที่

บริการนี้ผู้โดยสารจะต้องเสียเงินเพิ่มพิเศษให้แก่คนขับรถแท็กซี่ที่รอรับผู้โดยสารตามคิวคันละ 50 บาทนอกเหนือไปจากค่าโดยสารตามมิเตอร์ปกติโดยการท่า มิได้รับส่วนแบ่งแต่อย่างใดเพราะเป็นการจูงใจให้คนขับรถแท็กซี่นำรถมาเข้าคิวรอผู้โดยสาร

ข้อสังเกตุ

1.การที่ผู้โดยสารภายในประเทศใช้อาคารสถานที่เดียวกันกับผู้โดยสารนานาชาติถึงแม้จะอยู่คนละด้านกันก็ตาม และการที่บริเวณที่ตรวจสอบบัตรโดยสาร (check-in) สำหรับผู้โดยสารทั้งสองประเภทไม่ถูกจัดให้เป็นสัดส่วน(ที่สนามบินดอนเมืองมีรั้วกั้นเฉพาะผู้โดยสารที่จะ check- in เท่านั้น ) ทำให้บริเวณหน้าแถว check-in ในขณะปฎิบัติงานแออัดไปด้วยผู้คนต่างๆที่ปะปนกันทั้งผู้โดยสาร และผู้คนที่มาส่งผู้โดยสาร ส่วนเก้านั่งพักก็มีน้อย

2.ห้องน้ำทั้งหญิงและชายมีจำนวนน้อย และเป็นห้องน้ำเล็ก ๆเสียเป็นส่วนมาก ตัวอย่างเช่นห้องน้ำชายทั้งด้านนอก (บริเวณที่ผู้โดยสาร check-in )และด้านใน (หลังจากผู้โดยสารผ่านการตรวจหนังสือเดินทางแล้ว) โดยทั่วไปมีโถปัสสาวะ 4 โถ ห้องส้วม 3 ห้อง อ่างล้างหน้า 3 อ่างในห้องแคบ  ทั้งนี้มีห้องน้ำหลายแห่งเช่นห้องน้ำผู้โดยสารขาเข้าของสายภายในประเทศ ซึ่งเมื่อผู้โดยสารลงจากเครื่องจะพบได้ทันที มีโถปัสสาวะเพียงโถเดียว มีห้องส้วม 3 ห้อง และอ่างล้างหน้า 2 อ่าง ทำให้ผู้โดยสารต้องต่อคิวรอคอยยาวนานเช่นเดียวกับห้องน้ำสตรีที่มีสภาพไม่แตกต่างกัน ขณะที่ห้องน้ำผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินจังหวัดอุดรธานี ชั้นล่าง ใกล้สายพานรับกระเป๋า มีโถปัสสาวะบริการผู้โดยสารถึง 12 โถ มีห้องส้วม 7 ห้อง และอ่างล้างหน้า 4 อ่าง

3.ผู้โดยสารขาออกทุกคนเมื่อผ่านการตรวจสอบหนังสือเดินทางจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองแล้วหากจะเดินไปขึ้นเครื่องที่จุด E,F,และG ซึ่งเป็นจุดที่มีสายการบินนานาชาติหนาแน่นมากมายหลายสายรอรับผู้โดยสารอยู่ปลายสุดของตัวอาคารด้านทิศตะวันตก นั้น ผู้โดยสารจะต้องต้องเดินเท้าหอบหิ้วสัมภาระติดตัวเป็นระยะทางยาวประมาณ 500 เมตร หรือครึ่งกิโลเมตรกว่าจะถึงจุดสุดท้ายที่พนักงานจะตรวจสอบบัตรที่นั่งก่อนขึ้นเครื่อง ทั้งนี้โดยไม่มีทางเดินเลื่อน หรือ escalator ให้ผู้โดยสารใช้ ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากโดยเฉพาะผู้สูงอายุบ่นด้วยความเมื่อยล้าจากการเดินไกล

เป็นที่เข้าใจกันดีว่าสาเหตุที่สนามบินสุวรรณภูมิไม่จัดให้มีทางเดินเลื่อนหรือ escalator ใช้ตรงจุดนี้ก็เพราะสองข้างทางเดินระยะทางประมาณ 500 เมตรดังกล่าวเป็นที่ตั้งของร้านค้านานาชนิด อาทิร้าน duty free ขายนาฬิกา เครื่องสำอางและเครื่องแต่งกายสารพัดยี่ห้อ brand name ดังๆ นานาชนิดมากมายหลายร้าน ร้านขายสุรา ไวน์ อีกหลายร้าน รวมทั้งร้านขายอาหาร-เครื่องดื่ม และภัตตาคารนานาชาติ ฯลฯ มีตลอดทางเดินเป็นระยะๆ ทุกร้านตกแต่งอย่างสวยงามชวนให้เข้าร้าน ดังนั้น หากมีทางเดินเลื่อนescalator แบบที่ใช้กันทั่วไปในสนามบินนานาชาติทั่วโลก ผู้โดยสารก็จะได้แค่มองผ่านอย่างเร็วๆและหากสนใจสินค้าร้านไหน ก็ไม่สามารถเดินออกจากทางเดินเลื่อนได้ในทันที 

อย่างไรก็ตามจุดที่ใกล้ถึงจุดสุดท้ายเพื่อรับการตรวจบัตรโดยสารครั้งสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่อง จะมีทางเดินเลื่อน escalator บริการให้ในช่วงสั้น ซึ่งแน่นอนว่าจุดนั้นไม่มีร้านค้าใดๆทั้งสิ้นตั้งอยู่บริเวณ 2 ข้างทาง จึงต้องขออุทานแบบคนไทยว่า"โอ้โฮ เก่งจัง คิดได้ไงเนี่ยะ "

4.ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับร้านค้าต่างๆทุกประเภท ทุกร้านที่มีอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิแห่งนี้ คือ ร้านทั้งหมดอยู่ภายใต้การดำเนินการของบริษัทหนึ่งเดียวคือ King Power โดยนายวิชัย รักศรีอักษร เสี่ยใหญ่เจ้าเก่าจากสนามบินดอนเมืองเป็นประธานบริษัท ซึ่งได้รับสัมปทานจากการท่าอากาศยาน ให้ดำเนินการเกี่ยวกับร้านค้าทั้งหมดในสนามบินสุวรรณภูมิแต่เพียงผู้เดียว

บริษัท King power ได้มีการบริหารและการจัดการแบบมืออาชีพเนรมิตให้ท่าอากาศยานแห่งนี้มีสีสรรและบรรยากาศไม่แตกต่างไปจาก Department Store หรือ Mall ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เน้นสินค้า