คุณทิชากร พุทธถาวร(กลาง)กำลังแถลงให้ผู้สื่อข่าวรับฟังที่ศูนย์อาหารไทยแลนด์ พลาซ่า,ฮอลลีวู้ด เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม
บรรยากาศของการแถลงข่าวและร่วมรับประทานอาหารกลางวัน บรรดาผู้สื่อข่าวและสต๊าฟของ Sun Assets กำลังรับฟังการอธิบายจากคุณทิชากร
 
 
ตัวอย่างคอนโดมิเนียม ลาดพร้าวซอย 48 ที่ผ่อนเดือนละประมาณ 27 ดอลลาร์หลังจากซื้อและบริษัทรับประกันมีผู้เช่าแน่นอน
ตัวอย่างบ้านสำหรับผู้ต้องการปลดเกษียณที่เชียงใหม่
อีกบรรยากาศหนึ่งที่เจ้าของห้องอาหารไทยสนใจสอบถามเจ้าหน้าที่ของบริษัท Sun Assets 
คุณทิชากรกำลังบรรยายให้ผู้เข้ารับฟังทราบถึงรายละเอียดพร้อมตอบคำถาม
è----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×èÍ´ÙÃÙ»ãË­è----------------------------------------

โครงการSun Assets:สำหรับผู้อยากลงทุน
หรืออยากกลับไปใช้ชีวิตในเมืองไทย

 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2006 ที่ Thailand Plaza , Hollywood , California บริษัท Sun Assets มาเปิดตัวอีกครั้งด้วยการนำอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยออกมาจำหน่ายแก่คนไทยที่อยู่นอกประเทศ คุณทิชากร พุทธถาวร รองกรรมการผู้จัดการบริษัทพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำเสนอโครงการต่างๆที่บริษัทเป็นผู้จัดการ โครงการเหล่านี้เป็นโครงการใหม่หรือค่อนข้างจะใหม่เช่นคอนโดมิเนียมเพิ่งสร้างเสร็จได้ 6-7 ปี

 อสังหาริมทรัพย์ที่นำมาจำหน่ายมีหลายประเภททั้งประเภท High End อย่างคอนโดมิเนียมบนถนนวิทยุชื่อ Athenee Residence ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำหรือ 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 653,397 ดอลลาร์ขึ้นไป หรือคอนโดมิเนียมที่สาธร ราคาตั้งแต่ 183,265 ดอลลาร์ขึ้นไป ( 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ) พวกนี้จะอยู่ในย่านธุรกิจ ส่วนต่างจังหวัดก็จะมีที่เชียงใหม่,ภูเก็ต,ระยอง,อยุธยา,มหาชัย เป็นประเภทบ้านเดี่ยวชั้นเดียว, 2 ชั้น,บ้านพักตากอากาศ,คอนโดมิเนียม ราคาก็แตกต่างกันไป เช่นที่มหาชัยขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ติดทะเลสาบราคาเริ่มที่ 103,205 ดอลลาร์ถือว่าไม่แพงนัก  ส่วนบ้านของคนปลดเกษียณที่อยุธยาตรงข้ามกับศูนย์ศิลปาชีพ ราคาเริ่มต้นที่ 5 หมื่นเศษไปจนถึง 7 หมื่นดอลลาร์เศษมีทั้งแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำและ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

 เมื่อได้รับฟังการบรรยายจากคุณทิชากรแล้วเราพบว่าคุณสมบัติของคนที่อยากมีอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยไว้ครอบครองพอจะแยกออกได้เป็นประเภทคือ

 1.ซื้อไว้เพื่อตัวเองจะได้กลับไปอยู่หรือซื้อไว้ให้พ่อแม่ญาติพี่น้องอยู่ บางคนมาเป็นโรบินฮู้ดทำงานแบกจ๊อบอยากจะตอบแทนพระคุณพ่อแม่ ก็สามารถทำให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ด้วยการซื้อที่พักอาศัยให้อยู่

 2.ซื้อไว้เพื่อเป็นบ้านหลังที่ 2 ในประเทศไทยเมื่อกลับไปจะได้พัก ลักษณะนี้เป็นคนที่มีเงินเหลือพอจะซื้อไว้ได้เพื่อการลงทุนไม่พอใจก็ขายออก

 3.ซื้อไว้เพื่อการลงทุนโดยตรงเพราะโครงการนี้จัดให้คนเข้าไปเช่า  ตัวอย่างเช่นที่บริษัททำไว้ให้ดู คอนโดมิเนียที่ลาดพร้าวซอย 48  ขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 49-60 ตร.ม. (524-640 sq.ft.) ราคาเริ่มต้น $39,200 ดาวน์ขั้นต่ำ 10%  หรือ $ 3,920 ผ่อนชำระ 30 ปี หรือ $ 201/เดือน (ที่ดาวน์ 30%) การันตีผู้เช่า $ 171-192/เดือนเหลือผ่อนเพียง $ 30/เดือน  

 วิธีการก็คือจะต้องมีเงินดาวน์ 3,920 ดอลลาร์ หรือจะดาวน์มากกว่านี้เช่น 20 % ก็ได้ ส่วนที่เหลือก็กรอกแบบขอกู้เงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ใช้หลักทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาค้ำประกันได้  หาก Loan ผ่านแล้วก็ทำสัญญาเพื่อโอนเป็นเจ้าของ(ทำนิติกรรม) ขั้นตอนทุกอย่างทำได้ในสหรัฐ จากนั้นเวลาผ่อนจะผ่อนผ่านธนาคารแห่งอเมริกา (Bank of America) โดยบริษัทจะออกคูปองให้ 12 ใบในแต่ละปี  ดอกเบี้ยเงินกู้จะอยู่คงที่ 10 ปี  เมื่อบริษัทการันตีผู้เช่าให้ ท่านก็จะจ่ายเงินผ่อนเพียง 30 ดอลลาร์ต่อเดือนหรือวันละ 1 ดอลลาร์

 ตัวอย่างข้างต้นเป็นบริการประเภทแรกที่ ธอส.และบริษัท Sun Assets จัดการให้เรียกว่าโครงการบ้านพร้อมอยู่คือปลูกเสร็จมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมการตกแต่ง หากผ่านขั้นตอนแล้วก็อพยพเข้าไปอยู่ได้ทันที

 ประเภทที่สองจัดหาอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทในเมืองไทยพร้อมปล่อยสินเชื่อ กรณีนี้ท่านอาจไม่ชอบโครงการของ Sun Assets แต่อยากได้โครงการอื่นทางธอส.ก็จัดการให้

 ประเภทที่สามบริการสินเชื่อหรือปล่อยเงินกู้ (Loans)ทุกประเภท ลักษณะนี้ท่านมีที่ดินอยู่แล้วที่เมืองไทยอาจจะอยากกู้เงิน ธอส.เพื่อไปสร้างบ้านเองก็ทำได้

 ประเภทที่สี่คือการรับโอนเงินกลับเมืองไทยเพื่อชำระหนี้หรือส่งเงินไปให้คนอื่นได้ใช้ บริการแบบนี้เหมือนส่งเงินผ่านธนาคารในสหรัฐหรือบริษัทส่งเงินเช่นเดียวกับ Western Union เป็นต้น

 อาจมีคำถามว่าน่าสนใจหรือไม่ คำตอบก็คือในสถานการณ์ปัจจุบันสมควรที่จะหันมาถืออสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านและที่ดินหรือสังหาริมทรัพย์(ทรัพย์ที่เคลื่อนย้ายได้)ประเภททองคำเพราะ

ประการแรกราคาน้ำมันดิบพุ่งไปกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาเรล ไม่มีแนวโน้มจะลด ยิ่งมีสงครามหรือข่าวที่เกิดผลกระทบต่อความรู้สึกขึ้นเมื่อใด น้ำมันดิบก็ขยับตัวขึ้นเท่านั้น น้ำมันจะเป็นอัตราเร่งให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ สมมติว่าท่านมีเงิน 100 ดอลลาร์ถืออยู่แต่ปลายปีเกิดภาวะเงินเฟ้อรวม 5 % เงินของท่านก็จลดค่าเหลือ 95 ดอลลาร์ ในทางตรงกันข้าม อย่างเช่นราคาทองคำที่ประเทศไทย ทองรูปพรรณตกบาทละ 14,000 บาท (สมัยก่อนบาทละ 5,000 บาทก็ถือว่ามากโขแล้วหรือย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีที่แล้วทองคำบาทละ 400 บาท เป็นต้น ) แสดงให้เห็นว่าราคาทองคำขึ้นตอลดเวลาหรือหากจะตกลงมาแต่เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อแล้วยังดีกว่ามากๆ

ประการที่สองจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น แต่ที่ดินไม่เคยงอกตาม ทำให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กว้านซื้อที่ดินในตอนแรกก็นำมาทำเป็นบ้านจัดสรร ช่วงหลังคนมากขึ้นนำมาทำเป็นทาวน์เฮาส์ หนักเข้าที่ดินไม่พอต้องสร้างเป็นห้องชุดหรือ Condominium ทำสูงปรี๊ดขึ้นไปมีตั้งแต่ 100-300 ยูนิต ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเมื่อ 20 ปีเศษมาแล้วบ้านแถววัดไทยแอล.เอ.สร้างใหม่ตกหลังละ 55,000 ดอลลาร์ ปัจจุบัน 5-6 แสนกว่าดอลลาร์ทั้งสิ้น เช่นเดียวกับการเช่าอพาร์ตเมนต์แต่ก่อนเดือนละ 200-300 ดอลลาร์แบบ 1 ห้องนอนยังพอหาได้ ปัจจุบัน 900-1,000 ดอลลาร์ขึ้นไป ทั้งๆที่ก็คืออพาร์ตเมนต์ห้องเดียวกับที่เคยอยู่มาก่อน

ประการที่สามในอนาคต 1-2 ปีข้างหน้าวัสดุก่อสร้าง,ค่าขนส่งสินค้าจะแพงขึ้นไปอีก ทำให้ราคาบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะก่อสร้างใหม่ต้องเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

การวัดอุณหภูมิที่ดินและบ้านจากเมืองไทยก็มีตัวอย่างจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2549  รายงานว่าขาใหญ่แห่ชิงที่ดินผุดคอนโด กวาดเรียบ-สุขุมวิท-ลาดพร้าว"

เนื้อหาของข่าวโดยสรุปก็คือขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ในวงการจัดสรรและค้าปลีกต่างรุมแย่งซื้อที่ดินในเขตใจกลางเมือง (ซีบีดี) มากขึ้น โดยเฉพาะทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและบีทีเอส อาทิ สุขุมวิท, พระรามที่ 1, พระรามที่ 4, เพลินจิต, ชิดลม, หลังสวน, อโศก, ทองหล่อ, รัชดาฯ-ลาดพร้าว ฯลฯถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและดูจะผิดแผกแปลกไปจากโมเดลการซื้อที่ดินแบบเดิมๆ

ทั้งนี้ เป็นเพราะ 2 ปัจจัยใหม่ที่เข้ามากดดัน ทำให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์(ดีเวลอปเปอร์)นิ่งเฉยไม่ได้ ทั้งๆ ที่วงจรอสังหาริมทรัพย์อยู่ในยุคขาลง  

ปัจจัยแรกคือ "ราคาน้ำมัน" ที่ทะลุเกินเพดาน 30 บาทต่อลิตร  ส่งผลอย่างแรงต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคในช่วง 1-3 ปีนับจากนี้ ดังนั้นอาคารชุดพักอาศัยในเมืองจะเป็นสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ลงตัวที่สุด ปัจจัยที่สองกรณีการประมูลซื้อที่ดินสถานทูตอังกฤษของเซ็นทรัล กรุ๊ป ตรงทำเลเพลินจิต-วิทยุ ในราคา 9.5 แสนบาทต่อตารางวา กลายเป็นราคาต้นแบบของการซื้อขายที่ดินในตลาดไปแล้ว

   กลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวเร็วและแรงมากคือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และควอลิตี้เฮ้าส์ ของนายอนันต์ อัศวโภคิน ที่ใช้เงินหลายพันล้านบาทเร่งซื้อที่ดินในเมืองตุนไว้ ล้วนแล้วแต่เป็นแปลงเด็ดทั้งสิ้น เช่น เช่าที่ดินเก่าแก่ย่านสุขุมวิท-อโศก สัญญา 30 ปี จำนวน 9 ไร่เศษ ของตระกูล "หวั่งหลี" ในราคาตารางวาละ 3.5 แสนบาท เป้าหมายเพื่อพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่แบบครบวงจร ทั้งที่อยู่อาศัยแนวสูงและศูนย์การค้าใจกลางเมือง

ส่วนแปลงใหญ่ขนาด 14 ไร่ ตรงทำเลรัชดาฯ-ลาดพร้าว 15 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ประธานบริษัทแลนด์ฯได้เจรจาซื้อขาดจากนายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เจ้าของบริษัท .อมรพันธุ์ และโครงการสวนสยาม เรียบร้อยแล้ว ราคาต่อตารางวาบวก-ลบ 2-3 แสนบาทซึ่งสูงกว่าราคาตลาดประมาณ 20% ซึ่งที่ผืนนี้กลุ่มแลนด์ฯมีแผนจะรุกตลาดคอนโดฯในเมือง เคาะราคาที่ 60,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับโครงการย่านสุขุมวิทที่ กำลังก่อสร้างอยู่และใกล้รถไฟฟ้าสถานีอ่อนนุช

นายชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กำลังซื้อขณะนี้ส่วนใหญ่เริ่มหันมาสู่ทำเลในเมืองมากขึ้น ทำให้โครงการคอนโดฯเริ่มคึกคักอีกรอบ จากที่เคยเปิดตัวโครงการเดอะ พัลส์ (THE PULSE) คอนโดฯ 9 ชั้นแบบไม่เป็นทางการ ทำเลลาดพร้าว 44 ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีลาดพร้าว จำนวน 202 ยูนิต ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 1.29 ล้านบาท ปัจจุบันขายหมดเกลี้ยงและโอนไปเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นเคสที่บริษัทประสบความสำเร็จมาก

ทำให้ปริญสิริมีนโยบายรุกต่อ โดยซื้อที่ดินใหม่เพิ่มขึ้น ทำเลถนนราชปรารภ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื้อที่ 3 ไร่ ได้พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม 20 ชั้น จะเปิดขายสิ้นปีนี้ ราคายู

นิตละ 1 ล้านบาทขึ้นไป และในปลายปี 2549 บริษัทมีทำเลใหม่จะเปิดเป็นคอนโดฯอยู่ตรงถนนจันทน์ตัดใหม่ตัดกับแยกสาทรตัดใหม่ ราคาขายต่อยูนิตประมาณ 2 ล้านบาท

 อีกข่าวหนึ่งนายเจีย เนง ฮง ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มซีดีแอลหรือกลุ่มทุนสิงคโปร์ลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยทั้งโรงแรม ที่พักอาศัย และอาคารสำนักงานให้ความเห็นว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทลงทุนในประเทศไทยแล้ว 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10,000 ล้านบาทใน 5 โครงการ เป็นโรงแรม 2 โครงการ ได้ แก่ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน คลองสาน และโรงแรมมิลเลนเนียมสุขุมวิท โครงการคอนโดมิเนียม โครงการจังซีลอน และโครงการอาคารสำนักงาน

 "ไทยยังมีศักยภาพ ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจเชื่อว่าจะเป็นเรื่องระยะสั้น ช่วง 1-3 ปีนี้บริษัทจะยังลง ทุนในประเทศไทยต่อเนื่อง ทั้งโรงแรม ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และให้เช่าลงทุนค้าปลีก ซึ่งกำลังหาลู่ทางการลงทุนอยู่"เจีย เนง ฮง กล่าวว่า  

ที่ต้องนำข่าวมาร่วมในการอ้างอิงก็เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจนว่า การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เมืองไทย โดยใช้เงินดอลลาร์ไปซื้อนั้นยังมีโอกาสและลู่ทางที่จะเก็บไว้เป็นสมบัติอีกส่วนหนึ่ง เพราะถือเงินสดหรือฝากไว้ในธนาคารเจออัตราเงินเฟ้อเข้าเงินก็หดทันตาเห็น

เรื่องนี้หากท่านสนใจบริษัท Sun Assets พร้อมให้คำแนะนำเพราะรายละเอียดปลีกย่อยในแต่ละโครงการยังมีอีก ถ้าใครตัดสินใจซื้อในวันที่ 22-23 กรกฎาคมบริษัทจะลดราคาให้ 5 % รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ LA Office   5171 Sunset Blvd. Los Angeles, CA.  Call Center 323-244-2337 และ Tel. 323 - 913 2400 หรืออีเมล  center@sunassetsthailand.com และมีเว็บไซท์ที่ www.amazingthaiproperty.com

 

 

 
 
 
 


 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
   
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Click to enlarge