è----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×èÍ´ÙÃÙ»ãËè----------------------------------------
โครงการSun Assets:สำหรับผู้อยากลงทุน
หรืออยากกลับไปใช้ชีวิตในเมืองไทย
เมื่อวันที่
15 กรกฎาคม 2006
ที่ Thailand Plaza , Hollywood , California บริษัท Sun Assets มาเปิดตัวอีกครั้งด้วยการนำอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยออกมาจำหน่ายแก่คนไทยที่อยู่นอกประเทศ คุณทิชากร
พุทธถาวร รองกรรมการผู้จัดการบริษัทพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำเสนอโครงการต่างๆที่บริษัทเป็นผู้จัดการ โครงการเหล่านี้เป็นโครงการใหม่หรือค่อนข้างจะใหม่เช่นคอนโดมิเนียมเพิ่งสร้างเสร็จได้
6-7 ปี
อสังหาริมทรัพย์ที่นำมาจำหน่ายมีหลายประเภททั้งประเภท
High End อย่างคอนโดมิเนียมบนถนนวิทยุชื่อ
Athenee Residence ขนาด
3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำหรือ
4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ
ราคาเริ่มต้นตั้งแต่
653,397 ดอลลาร์ขึ้นไป
หรือคอนโดมิเนียมที่สาธร
ราคาตั้งแต่
183,265 ดอลลาร์ขึ้นไป
( 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ)
พวกนี้จะอยู่ในย่านธุรกิจ ส่วนต่างจังหวัดก็จะมีที่เชียงใหม่,ภูเก็ต,ระยอง,อยุธยา,มหาชัย
เป็นประเภทบ้านเดี่ยวชั้นเดียว,
2 ชั้น,บ้านพักตากอากาศ,คอนโดมิเนียม
ราคาก็แตกต่างกันไป
เช่นที่มหาชัยขนาด
3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ
ติดทะเลสาบราคาเริ่มที่
103,205 ดอลลาร์ถือว่าไม่แพงนัก
ส่วนบ้านของคนปลดเกษียณที่อยุธยาตรงข้ามกับศูนย์ศิลปาชีพ
ราคาเริ่มต้นที่
5 หมื่นเศษไปจนถึง
7 หมื่นดอลลาร์เศษมีทั้งแบบ
2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำและ
3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ
เมื่อได้รับฟังการบรรยายจากคุณทิชากรแล้วเราพบว่าคุณสมบัติของคนที่อยากมีอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยไว้ครอบครองพอจะแยกออกได้เป็นประเภทคือ
1.ซื้อไว้เพื่อตัวเองจะได้กลับไปอยู่หรือซื้อไว้ให้พ่อแม่ญาติพี่น้องอยู่ บางคนมาเป็นโรบินฮู้ดทำงานแบกจ๊อบอยากจะตอบแทนพระคุณพ่อแม่ ก็สามารถทำให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ด้วยการซื้อที่พักอาศัยให้อยู่
2.ซื้อไว้เพื่อเป็นบ้านหลังที่
2 ในประเทศไทยเมื่อกลับไปจะได้พัก
ลักษณะนี้เป็นคนที่มีเงินเหลือพอจะซื้อไว้ได้เพื่อการลงทุนไม่พอใจก็ขายออก
3.ซื้อไว้เพื่อการลงทุนโดยตรงเพราะโครงการนี้จัดให้คนเข้าไปเช่า
ตัวอย่างเช่นที่บริษัททำไว้ให้ดู
คอนโดมิเนียที่ลาดพร้าวซอย
48 ขนาด
1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย
49-60 ตร.ม. (524-640 sq.ft.) ราคาเริ่มต้น
$39,200 ดาวน์ขั้นต่ำ 10% หรือ
$ 3,920 ผ่อนชำระ
30 ปี หรือ $ 201/เดือน (ที่ดาวน์
30%) การันตีผู้เช่า
$ 171-192/เดือนเหลือผ่อนเพียง
$ 30/เดือน
วิธีการก็คือจะต้องมีเงินดาวน์
3,920 ดอลลาร์ หรือจะดาวน์มากกว่านี้เช่น
20 % ก็ได้ ส่วนที่เหลือก็กรอกแบบขอกู้เงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)
ใช้หลักทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาค้ำประกันได้
หาก
Loan ผ่านแล้วก็ทำสัญญาเพื่อโอนเป็นเจ้าของ(ทำนิติกรรม)
ขั้นตอนทุกอย่างทำได้ในสหรัฐ จากนั้นเวลาผ่อนจะผ่อนผ่านธนาคารแห่งอเมริกา
(Bank of America) โดยบริษัทจะออกคูปองให้
12 ใบในแต่ละปี
ดอกเบี้ยเงินกู้จะอยู่คงที่
10 ปี เมื่อบริษัทการันตีผู้เช่าให้ ท่านก็จะจ่ายเงินผ่อนเพียง
30 ดอลลาร์ต่อเดือนหรือวันละ
1 ดอลลาร์
ตัวอย่างข้างต้นเป็นบริการประเภทแรกที่
ธอส.และบริษัท
Sun Assets จัดการให้เรียกว่า”โครงการบ้านพร้อมอยู่”คือปลูกเสร็จมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมการตกแต่ง
หากผ่านขั้นตอนแล้วก็อพยพเข้าไปอยู่ได้ทันที
ประเภทที่สองจัดหาอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทในเมืองไทยพร้อมปล่อยสินเชื่อ
กรณีนี้ท่านอาจไม่ชอบโครงการของ
Sun Assets แต่อยากได้โครงการอื่นทางธอส.ก็จัดการให้
ประเภทที่สามบริการสินเชื่อหรือปล่อยเงินกู้
(Loans)ทุกประเภท ลักษณะนี้ท่านมีที่ดินอยู่แล้วที่เมืองไทยอาจจะอยากกู้เงิน
ธอส.เพื่อไปสร้างบ้านเองก็ทำได้
ประเภทที่สี่คือการรับโอนเงินกลับเมืองไทยเพื่อชำระหนี้หรือส่งเงินไปให้คนอื่นได้ใช้
บริการแบบนี้เหมือนส่งเงินผ่านธนาคารในสหรัฐหรือบริษัทส่งเงินเช่นเดียวกับ
Western Union เป็นต้น
อาจมีคำถามว่าน่าสนใจหรือไม่
คำตอบก็คือในสถานการณ์ปัจจุบันสมควรที่จะหันมาถืออสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านและที่ดินหรือสังหาริมทรัพย์(ทรัพย์ที่เคลื่อนย้ายได้)ประเภททองคำเพราะ
ประการแรกราคาน้ำมันดิบพุ่งไปกว่า
70 ดอลลาร์ต่อบาเรล
ไม่มีแนวโน้มจะลด
ยิ่งมีสงครามหรือข่าวที่เกิดผลกระทบต่อความรู้สึกขึ้นเมื่อใด น้ำมันดิบก็ขยับตัวขึ้นเท่านั้น
น้ำมันจะเป็นอัตราเร่งให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ สมมติว่าท่านมีเงิน
100 ดอลลาร์ถืออยู่แต่ปลายปีเกิดภาวะเงินเฟ้อรวม
5 % เงินของท่านก็จลดค่าเหลือ
95 ดอลลาร์ ในทางตรงกันข้าม
อย่างเช่นราคาทองคำที่ประเทศไทย ทองรูปพรรณตกบาทละ
14,000 บาท (สมัยก่อนบาทละ
5,000 บาทก็ถือว่ามากโขแล้วหรือย้อนกลับไปเมื่อ
40 ปีที่แล้วทองคำบาทละ
400 บาท เป็นต้น
) แสดงให้เห็นว่าราคาทองคำขึ้นตอลดเวลาหรือหากจะตกลงมาแต่เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อแล้วยังดีกว่ามากๆ
ประการที่สองจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น
แต่ที่ดินไม่เคยงอกตาม ทำให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กว้านซื้อที่ดินในตอนแรกก็นำมาทำเป็นบ้านจัดสรร ช่วงหลังคนมากขึ้นนำมาทำเป็นทาวน์เฮาส์ หนักเข้าที่ดินไม่พอต้องสร้างเป็นห้องชุดหรือ
Condominium ทำสูงปรี๊ดขึ้นไปมีตั้งแต่
100-300 ยูนิต ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเมื่อ
20 ปีเศษมาแล้วบ้านแถววัดไทยแอล.เอ.สร้างใหม่ตกหลังละ
55,000 ดอลลาร์ ปัจจุบัน
5-6 แสนกว่าดอลลาร์ทั้งสิ้น เช่นเดียวกับการเช่าอพาร์ตเมนต์แต่ก่อนเดือนละ
200-300 ดอลลาร์แบบ
1 ห้องนอนยังพอหาได้
ปัจจุบัน 900-1,000
ดอลลาร์ขึ้นไป
ทั้งๆที่ก็คืออพาร์ตเมนต์ห้องเดียวกับที่เคยอยู่มาก่อน
ประการที่สามในอนาคต
1-2 ปีข้างหน้าวัสดุก่อสร้าง,ค่าขนส่งสินค้าจะแพงขึ้นไปอีก ทำให้ราคาบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะก่อสร้างใหม่ต้องเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
การวัดอุณหภูมิที่ดินและบ้านจากเมืองไทยก็มีตัวอย่างจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่
13 กรกฎาคม พ.ศ.
2549 รายงานว่า”ขาใหญ่แห่ชิงที่ดินผุดคอนโด กวาดเรียบ-สุขุมวิท-ลาดพร้าว"
เนื้อหาของข่าวโดยสรุปก็คือขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ในวงการจัดสรรและค้าปลีกต่างรุมแย่งซื้อที่ดินในเขตใจกลางเมือง (ซีบีดี) มากขึ้น โดยเฉพาะทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและบีทีเอส อาทิ สุขุมวิท, พระรามที่ 1, พระรามที่ 4, เพลินจิต, ชิดลม, หลังสวน, อโศก, ทองหล่อ, รัชดาฯ-ลาดพร้าว ฯลฯถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและดูจะผิดแผกแปลกไปจากโมเดลการซื้อที่ดินแบบเดิมๆ
ทั้งนี้ เป็นเพราะ 2 ปัจจัยใหม่ที่เข้ามากดดัน ทำให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์(ดีเวลอปเปอร์)นิ่งเฉยไม่ได้ ทั้งๆ ที่วงจรอสังหาริมทรัพย์อยู่ในยุคขาลง
ปัจจัยแรกคือ "ราคาน้ำมัน" ที่ทะลุเกินเพดาน 30 บาทต่อลิตร ส่งผลอย่างแรงต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคในช่วง 1-3 ปีนับจากนี้ ดังนั้นอาคารชุดพักอาศัยในเมืองจะเป็นสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ลงตัวที่สุด
ปัจจัยที่สองกรณีการประมูลซื้อที่ดินสถานทูตอังกฤษของเซ็นทรัล กรุ๊ป ตรงทำเลเพลินจิต-วิทยุ ในราคา 9.5 แสนบาทต่อตารางวา กลายเป็นราคาต้นแบบของการซื้อขายที่ดินในตลาดไปแล้ว
กลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวเร็วและแรงมากคือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และควอลิตี้เฮ้าส์ ของนายอนันต์ อัศวโภคิน ที่ใช้เงินหลายพันล้านบาทเร่งซื้อที่ดินในเมืองตุนไว้ ล้วนแล้วแต่เป็นแปลงเด็ดทั้งสิ้น เช่น เช่าที่ดินเก่าแก่ย่านสุขุมวิท-อโศก สัญญา 30 ปี จำนวน 9 ไร่เศษ ของตระกูล "หวั่งหลี" ในราคาตารางวาละ 3.5 แสนบาท เป้าหมายเพื่อพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่แบบครบวงจร ทั้งที่อยู่อาศัยแนวสูงและศูนย์การค้าใจกลางเมือง
ส่วนแปลงใหญ่ขนาด 14 ไร่ ตรงทำเลรัชดาฯ-ลาดพร้าว 15 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ประธานบริษัทแลนด์ฯได้เจรจาซื้อขาดจากนายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เจ้าของบริษัท ช.อมรพันธุ์ และโครงการสวนสยาม เรียบร้อยแล้ว ราคาต่อตารางวาบวก-ลบ 2-3
แสนบาทซึ่งสูงกว่าราคาตลาดประมาณ 20% ซึ่งที่ผืนนี้กลุ่มแลนด์ฯมีแผนจะรุกตลาดคอนโดฯในเมือง เคาะราคาที่ 60,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับโครงการย่านสุขุมวิทที่ กำลังก่อสร้างอยู่และใกล้รถไฟฟ้าสถานีอ่อนนุช
นายชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กำลังซื้อขณะนี้ส่วนใหญ่เริ่มหันมาสู่ทำเลในเมืองมากขึ้น ทำให้โครงการคอนโดฯเริ่มคึกคักอีกรอบ จากที่เคยเปิดตัวโครงการเดอะ พัลส์ (THE PULSE) คอนโดฯ 9 ชั้นแบบไม่เป็นทางการ ทำเลลาดพร้าว 44 ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีลาดพร้าว จำนวน 202 ยูนิต ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 1.29 ล้านบาท ปัจจุบันขายหมดเกลี้ยงและโอนไปเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นเคสที่บริษัทประสบความสำเร็จมาก
ทำให้ปริญสิริมีนโยบายรุกต่อ โดยซื้อที่ดินใหม่เพิ่มขึ้น ทำเลถนนราชปรารภ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื้อที่ 3 ไร่ ได้พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม 20 ชั้น จะเปิดขายสิ้นปีนี้ ราคายู
นิตละ 1 ล้านบาทขึ้นไป
และในปลายปี
2549
บริษัทมีทำเลใหม่จะเปิดเป็นคอนโดฯอยู่ตรงถนนจันทน์ตัดใหม่ตัดกับแยกสาทรตัดใหม่ ราคาขายต่อยูนิตประมาณ 2 ล้านบาท
อีกข่าวหนึ่งนายเจีย
เนง ฮง ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มซีดีแอลหรือกลุ่มทุนสิงคโปร์ลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยทั้งโรงแรม
ที่พักอาศัย
และอาคารสำนักงานให้ความเห็นว่า
ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทลงทุนในประเทศไทยแล้ว
250 ล้านเหรียญสหรัฐ
หรือประมาณ
10,000 ล้านบาทใน
5 โครงการ เป็นโรงแรม
2 โครงการ ได้
แก่ โรงแรมมิลเลนเนียม
ฮิลตัน คลองสาน
และโรงแรมมิลเลนเนียมสุขุมวิท
โครงการคอนโดมิเนียม
โครงการจังซีลอน
และโครงการอาคารสำนักงาน
"ไทยยังมีศักยภาพ
ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ทั้งเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจเชื่อว่าจะเป็นเรื่องระยะสั้น
ช่วง 1-3 ปีนี้บริษัทจะยังลง
ทุนในประเทศไทยต่อเนื่อง
ทั้งโรงแรม
ที่อยู่อาศัย
อาคารสำนักงาน
และให้เช่าลงทุนค้าปลีก
ซึ่งกำลังหาลู่ทางการลงทุนอยู่"เจีย
เนง ฮง กล่าวว่า
ที่ต้องนำข่าวมาร่วมในการอ้างอิงก็เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจนว่า
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เมืองไทย
โดยใช้เงินดอลลาร์ไปซื้อนั้นยังมีโอกาสและลู่ทางที่จะเก็บไว้เป็นสมบัติอีกส่วนหนึ่ง
เพราะถือเงินสดหรือฝากไว้ในธนาคารเจออัตราเงินเฟ้อเข้าเงินก็หดทันตาเห็น
เรื่องนี้หากท่านสนใจบริษัท
Sun Assets พร้อมให้คำแนะนำเพราะรายละเอียดปลีกย่อยในแต่ละโครงการยังมีอีก ถ้าใครตัดสินใจซื้อในวันที่
22-23 กรกฎาคมบริษัทจะลดราคาให้
5 % รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่
LA Office
5171 Sunset Blvd. Los Angeles, CA. Call Center 323-244-2337
และ Tel. 323
- 913 – 2400 หรืออีเมล
center@sunassetsthailand.com และมีเว็บไซท์ที่
www.amazingthaiproperty.com
|