the picture of the Rhino in Baja 250. Rut Tabcum was a driver and Nava Tabcum was a co-pilot. They both first Thai men who won the first UTV Class in Baja, Mexico.
 
คนไทยชนะการแข่งขันรถวิบากในสหรัฐ

บ้านลิเวอร์มอร์ แคลิฟอร์เนีย

วันที่ 6 เมษายน 2550

เรียน       คุณไพสันติ์ พรหมน้อย  บรรณาธิการ ดิ เอเชี่ยน แปซิฟิก

เรื่อง       การแข่งขันขับรถวิบาก(Off Road)  BAJA 250   ประเทศเม็กซิโก

                พวกเราจำนวนมากที่มาอาศัยอยู่อเมริกา ต่างก็ย่อมมีความฝันและความหวังต่าง ๆ กันไป ดิฉันเชื่อว่าหลายท่าน บ้างก็สมหวัง บ้างก็ผิดหวัง แต่ความฝันก็ไม่มีวันหมดไปจากใจ สามีดิฉันมีความฝันมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าวันหนึ่งอยากจะได้

มีโอกาสขับรถแข่งวิบากในทะเลทราย จากวันนั้นจนถึงวันนี้  ความฝันของเขาได้กลายเป็นจริง 

สองปีก่อนเขาจัดตั้งทีมชื่อ “Tab Racing” ซึ่งรวมตัวมาจาก ญาติพี่น้องที่รวมตัวกันอยู่ในประเทศ อเมริกา อันได้แก่ สามีดิฉัน-คุณรุทธ ทับคำ, น้องชาย - คุณสาโรจน์ ทับคำ จูเนียร์, คุณอาต้อม- นาวา ทับคำ และเพื่อนพ้องสอง-สามคน

                ปลายปีที่แล้วคุณรุทธเริ่มเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก ที่เรียกว่า "Terrible Town 250" จัดโดย Best in the Desert โดยใช้รถ ATV - Yamaha :QUAD YFZ  ใน Class Amateur /Iron Man  จัดขี้นในเมือง Pharamph, NV   การแข่งครั้งนี้คุณรุทธเป็นผู้ขับคนเดียวจนจบครอสท์ 250 ไมล์ และมีน้องชายกับคุณอาต้อม เป็นผู้ช่วย (Pitt Crews) ในการเติมน้ำมัน,เช็คความพร้อมและสภาพของรถ,คอยซ่อมแซมส่วนที่เสีย หรือสึกหรอจากสภาพการใช้งานจริง ตอนช่วงเวลาที่รถวิ่งเข้ามาจอดตามจุดที่นัดและต้องทำแบบแข่งขันกับเวลาอย่างให้เร็วที่สุด เพื่อให้รถกลับ ไปมีความพร้อมเต็มที่อีกครั้งในสนามแข่ง  

การแข่งขันนี้รุทธเข้าเป็นที่สามจากผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด ซึ่งนับว่าไม่เลวนัก สำหรับ เขากับ การแข่งขันครั้งแรก เนื่องจากส่วนใหญ่จะขับกันเป็นทีมมีผู้ช่วยขับ (Co-Driver/Second Driver)

หลังจากการแข่งครั้งนี้ได้เป็นบทพิสูจน์ว่า เราคนไทยก็สามารถแข่งขันในกีฬาที่ชาวต่างชาติ ไม่คาดคิดว่าจะมีคนเอเชี่ยนเข้าร่วมแข่งขัน หรือถ้ามีก็เป็นส่วนน้อย เพราะการที่จะต้องขับรถ ATV คนเดียว จนจบครอสท์บนถนนที่ทั้งขรุขระ เต็มไปด้วยก้อนหิน ขับแบบขึ้นเขาลงห้วย บางช่วงเป็นถนนลูกคลื่นที่โยนคุณรุทธจนเกือบตกจากรถหลายครั้งหลายคราว

การขับนี้ไม่มีโอกาส พักผ่อน ไม่แม้กระทั่งหยุดเข้าห้องน้ำหรือทานอาหารได้ นอกจากดื่มน้ำ จากกระติกที่ผูกติดตัวเพื่อช่วยไม่ให้สูญเสียน้ำ ในร่างกายจนเกินไป  หลังจากวิ่งไม่หยุด (Non Stop)  จนเข้าเส้นชัยเป็นเวลา 8 ชั่วโมง  เป็นเหตุให้คุณรุทธ นอนสลบไสล เป็นเวลา เกือบ 4  ชั่วโมงเมื่อเข้าที่พักแล้ว

                มาถึงปีนี้ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาคุณรุทธเข้าร่วมการแข่งขันที่เป็นที่ยอมรับและเรื่องชื่อว่าเป็นการแข่งขับรถวิบากที่ยากสำหรับหมู่นักแข่งรถวิบากทั่วๆไป โดยเฉพาะสำหรับคนเอเชียนซึ่งแทบไม่มีเข้าร่วมแข่งมาก่อนเลย เพราะเป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างอันตราย มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก  ถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตทีเดียว

การแข่งขันปีนี้คือ"BAJA Racing" ในประเทศ Mexico จัดโดย Score International Championship Off-Road Racing การแข่งขันBAJAเป็นที่รับรู้กันว่า ผู้จัดจะจัดขึ้นปีละ 3 ครั้งได้แก่ Baja 250  (ระยะทาง250 ไมล์ภายใน 9 ชั่วโมง), Baja 500 และ Baja 1000 โดยผู้แข่งต้องวิ่งรถตามระยะทางที่กำหนด และจบภายในระยะเวลาที่กำหนด  เพราะถ้าจบหลังเวลากำหนดจะถือเป็นโมฆะ(Disqualified)

                ส่วนผู้แข่งขันแบ่งเป็นหลายกลุ่มอาทิเช่นพวกโปรมืออาชีพ(Professional) ,กลุ่มบุคคลธรรมดาทั่วไป (Amateur) ส่วนรถที่ใช้ในการแข่งขันแยกเป็นรถมอเตอร์ไซค์วิบาก 2 ล้อ, 3 ล้อ และ4 ล้อ  (Motorcycle/Dirt Bike/ATV, รถกระบะ Truck),รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) และน้องใหม่เพิ่งเพิ่มให้มีขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เป็นรถประเภท UTV (Utility Vehicle) 

คุณรุทธเข้าแข่ง กลุ่มบุคคลทั่วไปใน Class ที่เรียกว่า UTV Class โดยใช้รถ Yamaha :Rhino ใน “Baja 250” ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 394 คันจากทุกประเภท แต่ก่อนที่จะเข้าแข่ง เขาต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจกับการสร้างรถ เพื่อให้ผ่านกฎข้อบังคับที่เข้มงวดของผู้จัดที่กำหนดไว้ เช่น  ถังน้ำมันต้องกันไฟได้  โครงตัวถังรถ (Roll Cage) ต้องเป็นเหล็กแข็งแรงและถูกต้องตามข้อบังคับของผู้จัด

หลังจากสร้างเสร็จต้องให้ช่างเทคนิคของทางผู้จัด ตรวจสอบและให้ผ่าน ซึ่งคุณรุทธต้องรื้อรถออกมาเป็นชิ้นๆ  เพื่อที่จะได้สร้างเพิ่มเติมและเชื่อมต่อโครงเหล็กของตัวรถให้ตรง ตามกฎข้อบังคับที่ผู้จัดกำหนด และเขาสร้างรถหลังกลับจากงานประจำที่ทำอยู่  ทุกคืนคุณรุทธ ต้องอยู่จนดึกดื่นเพื่อสร้างรถเป็นเวลาเกือบ 3 เดือนเต็ม  อีกทั้งพยายามดัดแปลงส่วนต่างๆของรถเพื่อให้รถมีความสามารถสู้ หรือเท่าเทียมกับผู้แข่งขันอื่นๆได้ บวกกับค่าใช้จ่ายที่มีอยู่อย่างจำกัดเนื่องจากไม่มีผู้สนับสนุน  เหมือนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ที่มีทั้งทุนทรัพย์จากบริษัทห้างร้านต่างๆเช่นให้รถแข่งที่สร้างเสร็จพร้อมแข่งได้เลย และมีกำลังแรงคนที่ขนกันมาเป็นทีมพร้อมที่จะช่วยซ่อมหรือเปลื่ยนอะไหล่รถที่ เสียได้ทันทีถ้ามีอะไรเกิดขึ้นขณะแข่งขัน เนื่องจากบุคคลเหล่านี้อยู่ในวงการมาเป็นระยะเวลายาวนานเป็นปีๆ แล้ว   

การแข่งครั้งนี้คุณรุทธเป็นผู้ขับและมีอาต้อมเป็นคนขับสำรอง(Co-pilot/Navigator)   มีหน้าที่คอยช่วยดูทิศทางว่าต้องวิ่งไปในทิศทางใด พร้อมทั้งแนะนำและเตือนถึงอันตรายข้างหน้า โดยอาศัยแผนที่กับGPS ช่วยบองทาง เนื่องจากสนามแข่งขันค่อนข้างทุรกันดารและวิบาก ถนนส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ขุขระเต็มไปด้วยก้อนหินใหญ่น้อย 

บางช่วงเป็นทรายอ่อนนุ่มที่ทอดยาวเป็นลูกคลื่นให้กระโดดกระดอนเวลาขับผ่าน  บ้างเป็นเขาชันอย่างไม่มีไหล่เขา หรือเคยเป็นเส้นทางกับร่องทางน้ำไหลที่แห้งแล้ว  และฝุ่นควันที่ตลบไปทั่วถนนอันเนื่องจากการขับขี่  เป็นเหตุให้พวกนักขับต้องอาศัย สติปัญญาและปฎิภาณไหวพริบในการขับขี่อย่างมาก เนื่องมาจากเส้นทางที่วิ่งจะมีป้ายบอกเส้นทาง น้อยมาก ป้ายบอกทางบางช่วงก็ผิดไปจากความเป็นจริงเพราะมีคนทำการเปลื่ยนเส้นทางให้หันผิดบ้าง หรือไม่มีป้ายบอกทางไกลไปเป็นไมล์ เพราะชาวบ้านแถวนั้น มีการถอดถอนป้ายออกไปเพื่อเก็บเป็นของที่ระลึกบ้าง 

อีกทั้งเส้นทาง ส่วนใหญ่จะมีทางแยกทางเบี่ยงง่ายต่อการวิ่งออกนอกเส้นทางที่ถูกต้องอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ยากกับผู้ขับขี่และผู้ดูทาง  บางตอนของถนนยังมีชาวบ้านพยายามวิ่งตามรถเพื่อที่จะขายของ หรือขอสติกเกอร์ อีกตอนที่ยากมากเห็นจะ เป็นการขับรถในเวลาค่ำคืน  ที่มองแทบจะไม่เห็นเส้นทางว่าต้องไปทิศทางไหน เป็นเหตุให้รถวิ่งชนก้อนหินได้ง่าย  ชนวัว หรือสัตว์ที่ชาวบ้านเลี้ยงปล่อยทิ้ง่ไว้ บ้างชนสะพาน บ้างถึงขนาดขับแหกโค้งเกือบหรือตกเหว ตกทะเลจนต้อง ออกจากการแข่งขันแล้วรอให้ เฮลิคอปเตอร์ หรือหน่วยกู้ภัยมาพาส่งโรงพยาบาล 

คุณรุทธและอาต้อม พลิกคว่ำถึงสองครั้ง  ครั้งแรกประมาณ 60 ไมล์จากจุดสตาร์ท เนื่องจาโช้คอัพด้านหลังรถแตกกระทันหัน เป็นเหตุให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ 360 องศา ตกลงข้างทาง โชคยังดีที่รถพลิกกับมาตั้งตรงทำให้สามารถขับต่อไปได้จนถึงจุดนัดกับเหล่า Pitt Crews ได้ ทำให้เปลี่ยนโช้คอัพใหม่ พร้อมทั้งเติมน้ำมัน หลังจากนั้นจึงนำรถวิ่งต่อไปในสนามแข่ง 

ครั้งที่สอง เนื่องมาจากความขัดข้องของเฟืองท้ายรถและเบรคทำงานไม่สมบูรณ์ทำให้รถขณะที่วิ่งมาด้วยอัตราความเร็วสูงขณะหัก พวงมาลัยหลบก้อนหินยักษ์ตรงหัวสะพานดินเก่าๆ ที่ซีกฟากหนึ่งหักพังทำให้รถวิ่งผ่านได้ทีละคัน อีกทั้งตั้งอยู่ตรงทาง โค้งหักศอกพอดี เป็นเหตุให้รถเซและปัด วิ่งตกจากสะพานซึ่งสูงประมาณ 20 ฟุต ลงไปนอนตะแครงแอ้งแม้งอยู่ใต้สะพาน  ทั้งคุณรุทธและอาต้อมต้องคลำทางคลานออกมาจากรถเพราะขณะนั้นมืดสนิทจนแทบมองอะไรไม่เห็น

พอตั้งสติได้แล้ว ทั้งสองก็มาช่วยกันพลิกรถกลับ แต่เนื่องจากรถหนักมาก อีกทั้งเหน็ดเหนื่อยจากการขับขี่มาตลอดทั้งวัน แถมยังไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากน้ำ ในขณะที่นั่งรอจนเกือบสิ้นหวังคิดว่าต้องออกจากการแข่งขัน ทั้งๆ ที่เหลืออีก แค่ไม่เกิน 30ไมล์ ก็จะถึงเส้นชัยแล้ว   นับว่าเป็นความโชคดีของพวกเขาที่มีชาวบ้านขับรถผ่านมาเห็นพลุ (Flare)ที่จุด ไว้ข้างริมสะพาน เพื่อป้องกันและช่วยให้รถที่ผ่านมามองเห็น ไม่ขับตกสะพานลงมา ต้องขอขอบคุณชาวบ้านสองท่านนั้น ทีเข้ามาช่วยพลิกรถกลับทำให้วิ่งต่อไปได้จนจบถึงเส้นชัย  

ท้ายที่สุดสองหนุ่มไทยเราเข้าเส้นชัยเป็นที่สองของรถประเภทนี้ ซึ่งจัดว่าเป็น Yamaha  Rhino  คันแรกทีสำเร็จ วิ่งจนจบการ แข่งขันได้ภายในระยะเวลาที่ผู้จัดกำหนดไว้ (ไม่เกิน  9 ชั่วโมง) โดยที่ยังไม่มีผู้ใดทำสำเร็จมาก่อนเลยจากปีที่ผ่านๆมา ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจให้กับทีม Tap Racing ที่ยากไร้ทั้งทุนทรัพย์และแรงคน  อีกทั้งเป็นเพียงกลุ่มคนไทยกลุ่มน้อย น้องใหม่ในสนามแข่ง ที่พยายาม ฟันฟ่ากับทุก อุปสรรค จนสามารถเข้าเทียบแข่งขันกับฝรั่งตาน้ำข้าวได้อย่างสมเกียรติ

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงประสบการณ์บอกเล่าสู่กันฟังเพื่อจะบอกกล่าวกับผู้อ่านพี่น้องชาวไทยในต่างแดนผู้ที่เคยมีความฝันหรือ กำลังหวังได้ทราบว่า สิ่งที่ท่านหวังมันไม่ไกลจนเกินฝัน มันสามารถทำ ให้ความฝัน หรือความหวังเป็นจริงขี้นมาได้ เพียงแต่ถ้าท่านมีความฝันควบคู่กับความมุมานะมั่นเพียรพยายาม และมุ่งมั่นตั้งใจจริงเพื่อที่จะให้ได้มาใน สิ่งที่ท่านหวัง  วันหนึ่งท่านอาจทำให้ฝันของท่านเป็นจริงขึ้นมาได้เช่นกัน 

ขอขอบพระคุณคุณไพสันติ์  ที่สนใจและช่วยลงเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ใน ดิ เอเชี่ยน แปซิฟิกเพื่อให้เป็นวิทยาทาน ต่อบุคคลทั้งหลายได้รับทราบ

หากท่านประสงค์ต้องการจะแก้ไขหรือเปลื่ยนแปลงปรับปรุงเรื่องให้กระชับรัดกุมขี้น กรุณาช่วย ดำเนิน การได้ตามแต่ชอบนะค่ะ

ขอบพระคุณอย่างสูง

                                                                                                     อภิรดี ทับคำ

E-mail  : kae16@hotmail.com

ตอบ: ขอบคุณ คุณอภิรดีมากครับที่ส่งจดหมายมา ผมไม่ได้ดัดแปลงอะไร เพราะอยากให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสของการเล่าเรื่อง ตัวผมเองก็ไม่เคยขับรถวิบาก หรือไม่ได้ฝึกขับ(อาจใจไม่กล้าพอ)  นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีคนไทย เข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ

                คนไทยหากเข้าแข่งขันประเภทตัวต่อตัวหรือเป็นทีมแต่ไม่มากคน เราสู้เขาได้ อาทิเช่นมวย,กอล์ฟ,เทนนิส ปัจจุบันชื่อของคนไทยก็เข้าไปอยู่ในทำเนียบระดับโลกแล้วหลายราย  อนาคตข้างหน้าหากสามีของคุณไปแข่งที่ไหน จะส่งข่าวมาบ้างเรายินดีที่จะนำลงตีพิมพ์ให้  สำหรับผู้อ่านที่ชอบวิบากจะติดต่อสนทนา ก็ตามที่อยู่อีเมล์ข้างต้นครับ

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping