ย่ำตามรอยพินัยกรรม
3
ปริศนาธรรม"พุทธทาส"
ปฤษณา กองวงค์
"โลงศพของอาตมา ก็คือความดีที่ทำไว้ในโลกนี้ ด้วยการเผยแพร่พระธรรม ป่าช้าสำหรับอาตมา ก็คือบรรดาประโยชน์ทั้งหลายที่ทำไว้ในโลก เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์"
ปาฐกถาธรรมของพระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินฺทปญฺโญ) หรือ "พุทธทาสภิกขุ" ปูชนียสงฆ์ ที่ได้รับการประกาศยกย่องเป็นบุคคลสำคัญ หรือผู้มีผลงานดีเด่นของโลก จากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ "ยูเนสโก"
ในโอกาสนี้ครบวาระชาตกาล 100 ปี ของท่านพอดี
"พุทธทาส" ได้ทำหน้าที่ในฐานะทาสผู้ซื่อสัตย์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกอณูแห่งลมหายใจเข้าออก จนแม้วาระสุดท้ายแห่งชีวิต และละสังขารกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างสงบ ณ
สวนโมกขพลาราม วัดธารน้ำไหล อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกและมรณภาพ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2536 สิริอายุ 87 ปี 67 พรรษา
ศาลาธรรมโฆษณ์อนุสรณ์ นอกจากเป็นสถานที่รวบรวมผลงานของท่านพุทธทาสแล้ว ยังเป็นที่เก็บอัฐิ ซึ่งบรรจุในผอบหินอ่อน ก่อนนำไปเก็บไว้ในบ่อกลมด้านหลังภาพถ่าย
ส่วนอังคาร หรือเถ้า ของท่านพุทธทาส แบ่งออกเป็น 3 ส่วน เพื่อคืนสู่ธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ ตามความประสงค์ท่านที่เขียนพินัยกรรมไว้
วาระครบ 100 ปีชาตกาลพุทธทาสภิกขุ บรรดาลูกศิษย์ที่ยึดมั่นหลักธรรมคำสอนของท่าน จัด "ธรรมสัญจร" แกะรอยแผนที่คำสอนที่ไม่ตาย
เป็นการเดินทางไปตามรอยธรรมท่านพุทธทาส ด้วยความร่วมมือจากพระครูใบฎีกามณเฑียร มณฺฑิโร หรือ "ท่านจ้อย" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล (สวนโมกขพลาราม) รับหน้าที่เป็นผู้นำทาง
จากบ้านเกิดที่หมู่บ้านกลาง ต.พุมเรียง โรงเรียนวัดโพธาราม จนมาถึงวัดสวนโมกขพลาราม สถานที่ที่ท่านพุทธทาสศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎกด้วยตนเอง ซึ่งถ่ายทอดเป็นงานเขียน "ตามรอยพระอรหันต์" และไปสิ้นสุดยังสถานที่ลอยอังคารทั้ง 3 แห่ง
"เขาประสงค์" แห่งหนึ่ง "ต้นน้ำ" หรือ "ตั้งน้ำ" คลองพุมดวง เขาสก อ.พนม แห่งหนึ่ง และ "ช่องอ่างทอง" ทะเล อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
"ท่านจ้อย" กล่าวว่า ช่องอ่างทอง อดีตเคยเป็นสถานที่ลำเลียงก้อนอิฐจากแหลมโพธิ์ ต.พุมเรียง เพื่อไปสร้างมหรสพทางวิญญาณที่สวนโมกข์ใหม่ สมัยนั้นเดินทางลำบาก มีจระเข้เยอะ ปัจจุบันทำฟาร์มเลี้ยงหอย และมีเรือจอดอยู่มากมาย
ส่วนเขาประสงค์ เป็นสถานที่เก็บผอบบรรจุอัฐิของโยมพ่อ โยมแม่ และน้องสาวของท่าน ปัจจุบันคือที่ตั้งของวัดถ้ำใหญ่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี มีสภาพเป็นภูเขาสูงชัน ด้านบนมีถ้ำ ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป
สันนิษฐานว่าคงใช้เป็นพุทธสถาน มาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ต่อจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และทุกปีจะมีเทศกาล "ขึ้นถ้ำปิดทอง" เห็นได้จากสายสิญจน์ที่ผูกไว้ตั้งแต่บันไดขั้นแรกโยงต่อกันไปจนถึงองค์พระนอนด้านในถ้ำ
นอกจากนี้ ผนังถ้ำภายในแลเห็นเป็นสีเขียว เมื่อเงยหน้าไปด้านบนพบหินงอกหินย้อย หากก้มมองลงบนพื้นจะพบร่องรอยของน้ำที่ตกกระทบบนพื้นหินเป็นหลุมเป็นแอ่ง ส่วนจุดโปรยอังคารต้องปีนขึ้นไปอีกไกล
สถานที่สุดท้ายที่ควรค่าแก่การไปเยือนคือ ตั้งน้ำเขาสก อ.พนม อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก
หนทางย้อนรอยธรรม และรำลึกอดีตเมื่อ 13 ปีก่อน เมื่อครั้งพระอาจารย์โพธิ์ จันทสโร เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล หรือวัดสวนโมกข์ รูปปัจจุบัน นำเถ้าของท่านพุทธทาสไปโปรย
การเดินทางครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเดินป่าธรรมดา หากแฝงด้วยคติธรรม มุ่งหวังให้รู้จักตัวตน หรือ "อัตตา"
ผ่านป่าดิบชื้น แหล่งต้นน้ำของลำธารหลายสาย มีน้ำไหลตลอดปี สภาพป่ายังคงความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่า และพันธุ์ไม้หายาก เช่น บัวผุด หมากพระราหู และปาล์มเจ้าเมืองถลาง หรือปาล์มหลังขาว จัดเป็นพืชที่ใกล้จะสูญพันธุ์ 1 ใน 12 ชนิดของโลก แต่การเดินทางเป็นไปด้วยความลำบาก
ทุกคนเริ่มเรียนรู้ธรรมะที่ว่าด้วย "การก้าวย่างอย่างมีสติ" เพราะตลอดเส้นทางคดเคี้ยว บางครั้งเจอกับฝนที่โปรยลงมาสร้างอุปสรรค์เป็นระยะๆ
ระหว่างเส้นทางอาจพบเห็นป้ายนำทาง บางแห่งถูกทำลายด้วยฝีมือของช้างป่า ที่ไม่ต้องการสิ่งแปลกปลอมที่มนุษย์สร้างทิ้งไว้ บางช่วงมีไม้ขอนพาดขวาง เป็นที่อาศัยเจริญเติบโตของเห็ดรา เหล่านี้คือ วิถีงดงามของธรรมชาติ เหมือนสะท้อนว่า ธรรมะ คือ ธรรมชาติ
ท่านจ้อย บอกอีกว่า "การลอยอังคารที่เขาสก เป็นความต้องการของท่านอาจารย์ ที่ต้องการให้เรียนรู้ถึงการคืนสู่ธรรมชาติ และการใช้ร่างกายเป็นบทเรียน การแตกดับไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว เป็นการเรียนรู้ ให้เห็นสัจธรรมของความไม่มีตัวตน และมรณานุสติ"
"ชีวิตต้องการพลัง ต้องการความสมบูรณ์ทุกส่วน การนำเถ้าอังคารของท่านอาจารย์สู่ต้นน้ำ ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย ถ้ามองเห็นชีวิตตรงนี้ ก็จะรู้ว่าเดินทางกันไปเพื่ออะไร ที่สุดของชีวิตก็คือการแตกดับ ได้เรียนรู้ชีวิต ว่าเกิดมาเพื่ออะไร และจะได้อะไรไป"
ส่วนพระอาจารย์สิงห์ทอง เขมิโย พระอุปัฏฐากที่รับใช้ท่านพุทธทาสก่อนละสังขาร พูดเสริมว่า "เขาสก คือธรรมชาติแหล่งสุดท้าย การเดินทางสอนให้เรารู้ว่าไม่ต้องไปกังวล ให้รู้จักใช้ชีวิตอยู่กับป่า ฝึกหัดจิตใจให้เข้มแข็ง มนุษย์ส่วนใหญ่ต้องการเอาชนะธรรมชาติ แต่จริงๆ แล้วธรรมชาติต่างหากที่เป็นผู้จัดสรรคน"
จุดหมายการเดินทางครั้งนี้สิ้นสุดลง แต่จังหวะการย่ำเท้าของชีวิตยังไม่จบ
สถานที่ 3 แห่ง พินัยกรรมที่ท่านพุทธทาสสั่งเสียไว้ เหมือนเป็นปริศนาธรรมให้คนรุ่นหลังค้นหา
ÍèÒ¹µèÍ.....
˹éÒ
3
|