ภาพท้าวหมาพรหมเอราวัณที่เต็มองค์ก่อนถูกทำลาย    อีกภาพเหลือแต่ศาลและฐาน   ส่วนองค์พระได้ถูกคนบ้าทุบแตกไปแล้ว
 

 

ท้าวมหาพรหมถูกคนบ้าทุบทำลาย
ประวัติและความเป็นมาของศาล

เมื่อ 01.00 . วันที่ 21 มีนาคมตำรวจสน.ลุมพินีรับแจ้งว่ามีชายคลุ้มคลั่ง เข้าไปบุกทำลาย เทวรูปท้าวมหาพรหม ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงแรมแกรนด์ ไฮแอทเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบองค์ท้าวมหาพรหมที่เคารพสักการะบูชาของชาวไทยและชาวต่างชาติถูกทุบเหลือเพียงส่วนล่างที่ติดอยู่กับฐานศาล ส่วนบนตั้งแต่เอวขึ้นไปแตกละเอียดจนเศษปูนปลาสเตอร์ ที่ใช้หล่อองค์เทวรูปกระจายเกลื่อนเต็มพื้น

ขณะที่คนร้ายโดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์เสียชีวิตคาฟุตปาทหน้าโรงแรม เป็นชาย  สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำตาล รองเท้าผ้าใบ สภาพถูกทำร้ายน่วมไปทั้งตัว ไม่มีหลักฐานบ่งบอกว่าเป็นใคร แต่มีรอยสักบริเวณหลังเป็นภาษาอาหรับ และภาษาไทยระบุ “อามีน” ใกล้ศพยังพบค้อนตอกตะปูยาวประมาณ 1 ฟุต ตกอยู่ 1 ด้าม

พยานที่เห็นเหตุการณ์ให้การว่า ผู้ตายมีอาการคล้ายคนคลุ้มคลั่งวิ่งข้ามถนนมาจากฝั่งโรง พยาบาลตำรวจ แล้วปีนรั้วเข้าไปในศาลท้าวมหาพรหมดึงค้อนที่เหน็บเอวขึ้นกระหน่ำ ตีองค์เทวรูปจนแตกกระจายต่อหน้าต่อตาผู้ที่ยืนสักการะอยู่ด้านนอกจำนวนมาก ก่อนจะวิ่งปีนรั้วหนี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้วิ่งตามไปช่วยกันล็อกตัวบริเวณหน้าโรงแรม กระทั่งเกิดการชุลมุนรุมประชาทัณฑ์หนุ่ม  รายนี้จนเสียชีวิตคาที่

หลังเกิดเหตุตำรวจ จับกุมนายศักดิ์ศรี กลิ่นบัว อายุ 27 ปี และนายเกษมศรี การุณวงษ์ อายุ 42 ปี พนักงานรักษาความสะอาดของสำนักงานเขตปทุมวันที่ร่วมกันรุมยำหนุ่มนิรนามเสียชีวิตไปสอบสวนรับสารภาพว่าขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสะอาดอยู่ ได้เห็นผู้ตายปีนรั้วขึ้นไปที่แท่นประทับเทวรูป คว้า ค้อนกระหน่ำตีองค์ท้าวมหาพรหมแตกกระจายแล้วพยายามวิ่งหนี พวกตนจึงวิ่งไล่กวดเอาไม้ถูพื้นและด้ามร่มตี แต่ ผู้ตายยังกระเสือกกระสนหนีไปเจอกลุ่มประชาชนที่เคารพนับถือท้าวมหาพรหม บริเวณนอกรั้วหน้าโรงแรมพอดี เป็นเหตุให้ถูกรุมทำร้ายด้วยความโกรธแค้นจนเสียชีวิต

ต่อมานายสายันต์ ภักดีผล อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 507 ซอยแสงอุทัยทิพย์ ถนนประชาสง เคราะห์ แขวงและเขตดินแดง กทม. เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ยืนยันว่าหนุ่มคนดังกล่าวเป็นลูกคนที่ 3 ของตัวเองชื่อนายธนากร หรืออามีน ภักดีผล อายุ 26 ปี นับถือศาสนาอิสลาม มีอาการป่วยทางประสาท เป็นโรคเครียดเคยเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลหลายแห่ง อาทิ รพ.ศรีธัญญา รพ.สมเด็จเจ้าพระยา รพ.ตำรวจ และรพ.พระมงกุฎเกล้า แพทย์ต้องให้ยาคลายเครียดและนัดพบทุกเดือน

นายสายันต์กล่าวว่า หากลูกเกิดอาการเครียดจะอาละวาดทำลายสิ่งของเป็นประจำ ทุกครั้งต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง มารับตัวไปส่งโรงพยาบาล กระทั่งเที่ยงคืนก่อนเกิดเหตุลูกเริ่มมีอาการกำเริบพยายามจะก่อเรื่องอีกจึงได้โทรศัพท์แจ้ง 191 ประสาน สน.ดินแดง มารับตัว แต่ลูกชายกลับฉวยโอกาสวิ่งหนีหายไปเสียก่อน ไม่คาดคิดว่าจะรุนแรงถึงขึ้นทุบศาลศักดิ์สิทธิ์ ที่หลายคนนับถือจนพังยับแล้วยังโดนรุมประชาทัณฑ์เสียชีวิต

 “คงไม่ติดใจการตายของลูก แต่รู้สึกสงสาร เพราะป่วยเป็นโรคเครียดตอนอายุ 21 ปี หลังจบโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่วัดเทพลีลา ช่วงก่อนไปเกณฑ์ทหาร กลัวถูกจับได้ใบแดง นับจากนั้นก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงชอบอาละวาดทำลายข้าวของ สำหรับศพคงจะนำไปทำพิธีฝังที่สุเหร่าย่านคลองมหานาคทันที” นายสายันต์กล่าว

เมื่อเวลา 11.00 . วันที่ 21 มีนาคมนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา และผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 20 คน ได้เดินทางไปตรวจดูความเสียหายขององค์ท้าวมหาพรหม ก่อนร่วมกันประชุมวางแนวทางดำเนินการบูรณะใหม่  

นายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรจะเร่งดำเนินการบูรณะอย่างเร่งด่วน ตามแนวทางในที่ประชุมที่ต้องการบูรณะหล่อด้วยโลหะปิดทอง ซึ่งจะมีความคงทนถาวรมากกว่าของเดิม ต้องคงขนาด ลักษณะ ขององค์เดิมเอาไว้ รวมทั้งจะให้เพิ่มความสูงของรั้วที่กั้น และตัวฐานของศาล คาดว่าจะดำเนินการเสร็จได้ภายใน 2 เดือน ส่วนงบประมาณในการดำเนินการนั้น ทางมูลนิธิทุนท่านท้าวมหาพรหมโรงแรมเอราวัณจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

ต่อมาพระราชครูวามเทพมุนี พร้อมคุณหญิงณัฐธิกา อังอุบลกุล และนางพนิดา เทพกาญจนา ผู้บริหารโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ร่วมกันทำพิธีบวงสรวงและสมากรรมขออนุญาตอัญเชิญ ชิ้นส่วนที่ชำรุดของท้าวมหาพรหมไปถอดแบบหล่อใหม่ โดยมีประชาชนเดินทางไปร่วมพิธีจำนวนมาก หลังเสร็จพิธี พระราชครูวามเทพมุนีเปิดเผยว่าเหตุที่สมควรนำชิ้นส่วนไปบรรจุเทวรูปหล่อองค์ใหม่ เนื่องจากอณูชิ้นส่วนเดิมเป็นพรที่ศักดิ์สิทธิ์สมควรจะนำไปบรรจุไว้ ประกอบกับองค์เทวรูปเดิม แม้จะถูกทำลายแต่ก็ยังอยู่ในจิตใจของผู้ที่นับถือทุกคน

ตามประวัติศาลท้าวมหาพรหมสร้างเมื่อปี พ.ศ.2496 โดยบริษัท สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว จำกัด ซึ่งมี พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ เป็นประธานกรรมการ  เริ่มก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ แต่เนื่องจากในสมัยเริ่มก่อสร้างโรงแรมเอราวัณใหม่ๆ(พงศ.2494)มีอุปสรรคมากมายอย่างไม่คาดฝัน อาทิ การสั่งของและอุปกรณ์มาแล้วใช้ไม่ได้เพราะผิดขนาดและผิดความต้องการของฝ่ายช่างทั้งคนงานผิดวัตถุประสงค์ต้องแก้ไขทำใหม่เป็นเหตุให้เสียเวลาอยู่เนืองๆ ข้อสำคัญที่สุดคือไม่ว่าช่างปูน ช่างเหล็กจะประสบอุบัติเหตุถึงแก่เลือดตกยางออกทำให้คนงานเสียขวัญไปตามๆ กัน งานก่อสร้างล่าช้ายิ่งขึ้น

พล.ต.อ.เผ่าทราบข่าวว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จไม่ทันตามกำหนดจึงเรียกประชุมคณะกรรม การบริหาร และมอบหมายให้ พล.ต.ต.ม.ล.จเร สุทัศน์ ณ อยุธยา ผู้ควบคุมการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณไปติดต่อหารือ พล.ร.ต.หลวงสุวิชานแพทย์ (อดีตนายแพทย์ใหญ่กองทัพเรือ) มีกิตติศัพท์ร่ำลือว่าเป็นผู้มีตาทิพย์ หยั่งรู้สิ่งที่มองไม่เห็น ช่วงนั้นปลายปี .. 2499  หลวงสุวิชานผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ ท้วงติงว่าชื่อของโรงแรม "เอราวัณ" เป็นชื่อช้างทรงของพระอินทร์ รวมทั้งก่อนที่จะสร้างโรงแรมก็ไม่ได้ทำพิธีบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณนั้น  วิธีแก้ไขจะต้องขอพรจากพระพรหมเพื่อช่วยให้อุปสรรคหมดไป และต้องสร้างศาลพระพรหม(ศาลท้าวมหาพรหม)ขึ้นทันทีหลังจากสร้างโรงแรมเสร็จลง

หลังจากก่อสร้างโรงแรมเอราวัณเสร็จ จึงจัดตั้งศาลพระพรหมขึ้นทันที โดยได้นายระวี ชมเสรี(สังกัดกรมศิลปากร) และ ..ปุ่ม มาลากุล (สังกัดกรมโยธาธิการ) เป็นผู้ออกแบบตัวศาล นายจิตร พิมพ์โกวิท ช่างกองหัตถศิลป์ เป็นผู้ออกแบบและปั้นพระพรหม โดยปั้นขึ้นด้วยปูนปลาสเตอร์ปิดทอง และอัญเชิญพระพรหมมาประดิษฐานที่หน้าโรงแรมเอราวัณเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ..2500

ถือเป็นศาลพระพรหมศาลแรกที่เกิดขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นและต้นแบบในการสร้างศาลพระพรหมไว้บูชากันตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมตั้งศาลพระพรหมกันในอาคารหรือสถานที่ที่มีพื้นที่มากและกว้างใหญ่ มีความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าความขัดข้อง อุปสรรคทั้งหลาย  ส่งเสริมโชคและความ สำเร็จได้ ผู้ประกอบการใหญ่ๆ จึงนิยมตั้งศาลพระพรหมไว้บูชา เพราะเชื่อว่าท่านจะช่วยปกป้องคุ้ม ครองในพื้นที่บริเวณกว้างๆได้  นอกจากนี้ยังเชื่อว่าจะทำให้การดำเนินงานต่างๆ ไม่มีอุปสรรคและนำโชคลาภมาสู่เจ้าของอีกด้วย  ตามปกติท้าวมหาพรหมจะเสด็จประทับยังศาลในตอนค่ำของทุกวัน ยก เว้นวันพระ เพราะเสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้า

หลังจากสร้างศาลพระพรหมอย่างแพร่หลายกันมากขึ้น ก็มีข้อห้ามหรือข้อปฏิบัติในการสร้างศาลเกิดขึ้น โดยศาลพระพรหมนั้นจะต้องเป็นทรงจัตุรมุขและต้องกั้นรั้วรอบเป็นสัดส่วนให้พอมองออกได้ว่าตรงนี้เป็นอาณาเขตเฉพาะ ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะเทพชั้นนี้สูงเกินกว่าที่มนุษย์จะอยู่ร่วมพื้นที่ได้  อีกอย่างการตั้งศาลพระพรหมมิใช่เพื่อให้ท่านเป็นพระภูมิ แต่เป็นการตั้งเพื่อบูชา รูปแบบของศาลจึงผิดแผกไปจากศาลพระภูมิ

ผู้ไปสักการะพระพรหม นอกจากจะกราบไหว้เพื่อความสบายใจและความเป็นสิริมงคลแล้ว หลายคนมักจะบนบานขอในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ส่วนการแก้บนที่เห็นบ่อยๆคือการถวายพวงมาลัยดอกไม้ 7 สี 7 ศอก หรือช้างไม้แกะสลัก และที่หลายๆ คนอาจจะเคยเห็นรวมทั้งชอบดูด้วยก็คือการแก้บนด้วยละครชาตรี ซึ่งไม่ใช่เฉพาะชาวไทยเท่านั้นที่มีความเชื่อและศรัทธาต่อพระพรหมเอราวัณ แต่ยังมีชาวต่างประเทศอย่างฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ที่มีความเชื่อทางศาสนาใกล้เคียงกัน หรือแม้แต่ชาวยุโรปหรืออเมริกาก็มีเช่นกัน บางคนไม่เพียงแต่มาสักการะเท่านั้น แต่ยังสั่งซื้อศาลจากเมืองไทยไปติดตั้ง เพื่อความเป็นสิริมงคลที่บ้านของตนเองอีกด้วย

พระพรหม ถือว่าเป็นหนึ่งในสามของพระเจ้าในศาสนาฮินดู ได้แก่ พระพรหมคือผู้สร้างโลก พระศิวะคือผู้ทำลาย และพระนารายณ์คือผู้กอบกู้ธำรง ความเชื่อเกี่ยวกับการกำเนิดของพระพรหมมีอยู่หลายข้อด้วยกัน บ้างก็ว่าเป็นองค์สยมภูผู้เกิดขึ้นเอง บ้างก็ว่ากำเนิดจากไข่ทอง บ้างก็ว่ากำเนิดจากดอกบัวซึ่งผุดขึ้นมาจากพระนาภีของพระนารายณ์ขณะบรรทมหลับอยู่บนหลังอนันตนาคราชในเกษียรสมุทร

รูปลักษณ์ของพระพรหมที่จินตนาการตามความเชื่อนั้น เชื่อว่าวรกายเป็นสีแดง มี 4 เศียร 4 หน้า มี 4 กร (หรือ 8 กรในบางปาง) ถือสิ่งต่างๆ เช่น ช้อน ลูกประคำ ลูกประคำ ฯลฯ

แม้รูปปั้นของพระพรหมเอราวัณจะถูกทำลายไปด้วยน้ำมือของคนวิกลจริต แต่เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์ท้าวมหาพรหมไม่ได้ถูกทำลายตามไปด้วยอย่างแน่นอน

ความเห็นของโหราจารย์

นายภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดังให้ความเห็นว่า พระพรหมเอราวัณเป็นเทพเจ้าองค์หลักที่ชาวไทยและต่างชาติเคารพนับถือ การที่มีคนสติไม่ดีทุบทำลาย เสมือนเป็นอาเพทอย่างหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นลางร้ายบอกเหตุว่าจะเกิดอาเพทขึ้นกับบ้านเมือง ความรุนแรงจะทวีมากขึ้นจนน่ากลัว เหมือนเมื่อครั้งสมัยเสียกรุงศรีอยุธยา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดวาอารามถูกเผาวอด กรุงศรีอยุธยาแตก เหตุการณ์ลักษณะนี้จะกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะบ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงวุ่นวาย ผู้นำควรตัดสินใจบางอย่างเพื่อเห็นแก่ประเทศชาติ

นายลักษณ์ เรขานิเทศ โหรฟันธงแห่งวงการบันเทิงให้ความเห็นว่า การที่พระพรหมเอราวัณถูกทุบทำลายจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนความสามัคคีของคนในชาติแตกแยก เกิดความวุ่นวาย สิ่งนี้ทางโหราศาสตร์เรียกกันว่า”อวมงคลนิมิต” หมายถึงการเกิดสิ่งที่ไม่เป็นมงคล บ้านเมืองกำลังอยู่ในภาวะร้ายแรง เป็นสัญญาณบอกเหตุว่ากำลังเกิดอาเพทร้ายแรงต่อบ้านเมือง เทพเทวดาของพราหมณ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาเมืองกำลังอ่อนแรงลง ไม่สามารถคุ้มครองบ้านเมืองให้เกิดความปลอดภัย จะมีแต่ความวุ่นวายห้ำหั่นใส่กัน พยาบาทอาฆาตไม่จบสิ้น หนทางแก้คือประชาชนชาวไทยต้องช่วยกันสวดมนต์ปฏิบัติธรรม อุทิศส่วนกุศลให้พระสยามเทวาธิราช เทวดารักษาเมืองทุกๆองค์

นายวิศิษฐ์ เตชะเกษม ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ฮวงจุ้ย กล่าวว่า เราต้องเข้าใจความหมายของพระพรหมก่อนว่าพระพรหมคือผู้ประเสริฐ ที่เรามาไหว้พระพรหม เราไม่ได้ไหว้พระองค์ท่าน แต่เราไหว้สิ่งประเสริฐของพระองค์ท่านที่มี 4 ประการ คือ ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ตอนนี้มีคนพยายามจะพูดไปอีกทาง จริงๆพระองค์ท่านไม่ได้แตกร้าวด้วยพระองค์เอง พระองค์ท่านถูกคนกระทำ

"ผมไม่ได้มองเป็นลางร้าย แต่มองให้เป็นเครื่องเตือนใจว่าสังขารล้วนไม่เที่ยงแท้ สิ่งที่พระองค์กำลังเตือนเรา คือเรื่องความสามัคคี ยกตัวอย่างประเทศไทยเหมือนพระองค์ท่าน ท่านไม่แตกเอง แต่มีคนมาตีให้แตก เหมือนเมืองไทยกำลังมีสงครามภายในอยู่ขณะนี้ มีความวุ่นวาย ทำให้ต่างชาติกำลังนั่งดูเสือสู้กัน เราน่าจะหันหน้ามาสามัคคี พระองค์กำลังเตือนว่า ประเทศไทยกำลังแตกแยก ซึ่งไม่ได้แตกด้วยตัวเอง แต่กำลังมีคนตีให้แตก" นายวิศิษฐ์ กล่าวและว่า “ขณะที่บ้านเมืองเรากำลังระส่ำระสาย คนที่ได้ประโยชน์คือประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆเรา เราต้องระวังสงครามภายในอย่าให้ระอุ อย่างไรก็ตาม แม้องค์ท้าวมหาพรหมจะถูกทำลายไป แต่ความศักดิ์สิทธิ์ยังสถิตอยู่ตรงนี้ หากมองในแง่ดี เหมือนพระ องค์ท่านได้มีโอกาสเปลี่ยนเครื่องทรงใหม่ งดงามมากขึ้น แข็งแรงมากขึ้นเป็นไปตามโลกาภิวัตน์มากขึ้น”

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping