พันธมิตร USA กับประชาธิปไตย
Today
วันที่
14 ตุลาคม 2550
เรื่อง
ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยทาวน์ ยู.เอส.เอ
เรียน
คุณภาณุพล รักแต่งาม
บรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยทาวน์ ยู.เอส.เอ
อ้างถึง
บทบรรณธิการของน.ส.พ.ฉบับที่ 4/258 วันที่ 5 ตุลาคม
2550
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านเป็นอย่างมากที่ได้ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ที่ผมจำต้องตระหนักไว้
ผมเป็นประชาชนชาวไทยธรรมดาคนหนึ่งที่ทนเห็นบ้านเกิดเมืองนอนต้องอยู่ในสภาพวิกฤติและอันตรายไม่ได้
จึงต้องกระโจนเข้าร่วมขบวนการรณรงค์เรียกร้องความเปลี่ยนแปลงตามสิทธิและความสามารถที่มีอยู่
ด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่หวังผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือชื่อเสียงใดๆ
เช่นเดียวกับคนอื่นๆอีกมาก ผมมีครอบครัวมีอาชีพการงาน แต่ต้องยอมเสียสละทั้งเวลาทำงาน
เงินทอง กำลังกายและใจ ทุ่มเทกับการรณรงค์ครั้งนี้
ผมถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลกิจกรรมให้อยู่ในกติกาและขอบเขตของกฏหมายด้วยความจำเป็น
ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่ผมไม่ถนัด ผมไม่เป็นและไม่เคยคิดที่จะเป็นนักการเมือง
ผมไม่เป็นนักพูดหรือนักประชาสัมพันธ์ ผมไม่เคยถูกแต่งตั้งหรือถูกเลือกให้เป็นผู้นำกลุ่ม
ทุกคนรวมทั้งผมถูกความจำเป็นบังคับให้ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้
บางครั้งถูกมองไปว่า โง่ อย่างลึกซึ้งตามที่ท่านระบุในบทบรรณาธิการฉบับดังกล่าว
นับว่าเป็นโชคร้ายของกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่สามารถหาคนที่ฉลาดกว่า
มีจุดยืนและกล้าเข้ามาแทนผมได้
การเกิดขึ้นของพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยในอเมริกาเป็นปรากฏการณ์ที่ฉุกละหุก
ไม่มีการตระเตรียมล่วงหน้า ไม่มีการวางแผน หรือความพร้อมมาก่อน
ประชาชนธรรมดาชาวไทยที่เป็นทุกข์เป็นร้อนกับปัญหาอันตรายที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติต่างเข้ามาร่วมแรงร่วมใจเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่เขาเห็นว่าไม่ถูกต้อง
บุคคลเหล่านี้มาจากทุกสายอาชีพ ตั้งแต่ผู้หาเช้ากินค่ำ พนักงานบริษัท
นักบริหาร
นักธุรกิจ ตลอดจนราษฎรอาวุโสมากมาย ต่างไม่ได้ถูกซื้อมาด้วยเงินทอง
ไม่ได้หวังผลประโยชน์จากอำนาจใหม่ หรือสูญเสียประโยชน์จากอำนาจเก่า
เป็นอิสระ ไม่ขึ้นกับเมืองไทย หรือองค์กรใดๆ
การรวมตัวกันจะเป็นครั้งคราว ไม่มีใครคิดถึงโครงการถาวรระยะยาว
เพราะกิจกรรมแต่ละครั้งก็ทำไปด้วยความยากลำบาก ไม่มีเงินทองหนุนหลัง
ต้องควักกระเป๋ากันเอง ไม่มีปัญญาว่าจ้างใคร ได้รับการเสียสละเวลาจากทุกคนมาร่วมด้วยความจำเป็นโดยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ไม่มีใครเป็นผู้นำใคร ร่วมกันคิด และตัดสินใจเป็นส่วนรวม เสร็จภาระกิจแต่ละครั้ง
ทุกคนเหนื่อยล้า ต้องรีบกลับไปรับผิดชอบภาระส่วนตัวตามปกติ ไม่มีโอกาสคิดโครงการต่อเนื่องเพื่อประโยชน์หรือชื่อเสียงใดๆ ดังนั้น
การที่จะหาเวลาหรือความสามารถไปโต้ตอบกับผู้ที่มีความคิดตรงข้ามตามรายการโทรทัศน์
หรือสื่อมวลชนอื่นๆ ก็ไม่มี
อย่างไรก็ตาม จากกิจกรรมที่ผ่านมาทั้งหมด เราถือว่าประสบความสำเร็จและพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้
ไม่ได้หวังว่าจะต้องสมบูรณ์ไปตามที่ท่านหรือคนอื่นๆ ที่อยู่วงนอกอยากจะเห็น
ได้เท่านี้ก็นับว่าดีแล้วตามปัญญาและศักยภาพที่มี เนื่องจากเราไม่ใช่นักระดมมวลชนอาชีพ
ความคิดเห็นต่างๆ ที่เราได้รับจากท่านเป็นสิ่งที่ดีเพื่อใช้ในการปรับปรุงต่อไปในอนาคต
แต่หากจะให้ดียิ่งขึ้น เราอยากได้คนที่มีความสามารถและฉลาดกว่าเราเช่นคุณภาณุพล
เสียสละเข้ามาร่วมกันในวงในเพื่อคิด และพัฒนา สร้างความเจริญของชาติไทยอีกสืบไป
คุณภาณุพล รักแต่งาม ได้ทำงานไปตามหน้าที่ของคุณ ในฐานะสื่อมวลชน
เพื่อประโยชน์ของธุรกิจหนังสือพิมพ์ไทยทาวน์ ยู.เอส.เอ ส่วนผมก็ทำไปตามหน้าที่ของผม
(ซึ่งอันที่จริง ไม่ใช่ความจำเป็นหรือเป็นภาระกิจโดยตรงของผมเลย)
การทำงานที่ผ่านมา บางครั้งอาจจะมีการล่วงเกิน หรือทำให้คุณไม่พอใจโดยไม่ได้ตั้งใจไปบ้าง
ผมต้องขออภัยเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ผมใคร่ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า
ผมไม่เคยดูถูกสื่อมวลชน แต่กลับยกย่องและให้เกียรติ โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่มีคุณภาพ
อีกทั้ง ผมมิได้มีอำนาจตัดสินใจแทนนักวิทยาการทั้งหลายที่ท่านได้เชื้อเชิญมาร่วมปราศรัยในสหรัฐอเมริกาตามที่ท่านได้อ้างถึง
หากแต่เป็นกำหนดการซึ่งได้ร่วมกันคิดและตัดสินใจร่วมกันระหว่างกลุ่มสมาชิกพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกากับท่านวิทยากรทั้งหลาย
ตัวผมเองเป็นเพียงหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มฯ เท่านั้น
ท้ายนี้ เพื่อเป็นการยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย และปกป้องชื่อเสียงของผม
อีกทั้งให้ผู้อ่านทุกท่านได้เข้าใจในเรื่องราวของพวกเราได้อย่างถูกต้อง
ผมขอความกรุณาให้ท่านได้ลงบทความชี้แจงของผมนี้ในน.ส.พ.ของท่านฉบับต่อไปด้วย
จะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
มนตรี ไชยสร
สำเนาเรียน
หนังสือพิมพ์ดิ เอเชี่ยน แปซิฟิค
หนังสือพิมพ์สยามมีเดีย
หนังสือพิมพ์เสรีชัย
หนังสือพิมพ์ไทย แอล เอ
หนังสือพิมพ์นิว ข่าวสด ยู.เอส.เอ.
ตอบ: ผมได้อ่านจดหมายของคุณมนตรี ไชยสร แล้วก็อยากจะให้ทราบที่มาที่ไปก่อนจะมีการชี้แจงกันขึ้น
โดยนำเอาบทบรรณาธิการนสพ.ไทยทาวน์ ยูเอสเอ.ที่เขียนโดยคุณภาณุพล
รักแต่งาม ฉบับวันที่ 5 ตุลาคม 2007 มาลงประกอบให้ได้อ่านกันไม่เช่นนั้นผู้อ่านจะเป็นงง
จึงเป็นหน้าที่ของผมที่ช่วยลงให้ทั้งสองฝ่ายทำความเข้าใจกัน
บ.ก.
การกลับมาของประชาธิปไตยทูเดย์
ผมถูกเกณฑ์ให้ไปเป็นผู้ดำเนินรายการประชาธิปไตยทูเดย์อีกครั้ง
เพราะทีมงานของไอพีทีวี เห็นว่าใกล้วันเลือกตั้งทั่วไปของไทยเข้ามาทุกขณะ
อยากจะให้บรรยากาศความสนใจทางการเมืองของคนไทยในอเมริกาเกิดความคึกคักอีกครั้ง
พอข่าวเรื่องนี้แพร่ออกไป
บรรดาผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือหลายคนทักด้วยความห่วงใยว่า จะดีหรือ
ผมยอมรับอย่างเต็มหัวใจว่า
รายการประชาธิปไตยทูเดย์ ในช่วงที่ผ่านมา ค่อนข้างจะไม่ ตอบโจทย์ ที่ทางไอพีทีวี
ตั้งเอาไว้สักเท่าไหร่
1 ต้องการให้คนไทยในอเมริการับทราบข้อมูลข่าวสารในประเด็นการเมืองอย่างฉับพลัน
และครบถ้วน
ข้อนี้เราทำได้ประมาณ 60-70
เปอร์เซ็นต์ เพราะข่าวคราวที่นำเสนอในรายการ มาจากรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ
ที่เราได้ลิขสิทธิ์มา ในบางช่วงสถานการณ์ ข่าวเหล่านั้นอาจจะไม่
ตรงไปตรงมา อย่างที่ควรนัก
2 ต้องการให้คนไทยในอเมริกาได้แสดงความคิดเห็นว่าต้องการให้บ้านเมืองก้าวเดินไปในทางทิศไหน
ข้อนี้ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
โดยเฉพาะในระยะหลังๆ ที่อุณหภูมิทางการเมืองพุ่งขึ้นสูง ความขัดแย้งที่ทั้งสองฝ่ายมีต่อกันมันเกินเลยขีดความสามารถที่จะ
คุยกันดีๆ ได้อีกต่อไป ประกอบกับผู้ดำเนินรายการ และโปรดิวเซอร์ในช่วงนั้นเป็นสุภาพสตรี
อายุน้อย อ่อนประสบการณ์ ไม่สามารถคุมรายการให้อยู่ในกรอบกติกาได้
ความคิดเห็นแบบสร้างสรรค์จากผู้ชมทางบ้านจึงเหลือน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
รายการประชาธิปไตยทูเดย์
ยุคนั้น จึงถูกมองว่าเป็นรายการที่สร้างความขัดแย้งให้กับสังคม
เป็นรายการที่เปิดโอกาสให้ผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
พูดแต่เพียงฝ่ายเดียว ใครบังอาจโทรเข้ามาแสดงความเห็นที่ต่างออกไปจะถูก
กลุ่มองค์รักษ์ทักษิณ
ร่วมสิบคนเรียงคิวกันด่าเอาชนิดเสียผู้เสียคน ด่าถึงบิดามารดาก็มี
แต่ถ้ามองแบบวิเคราะห์กลับไป
การที่กลุ่มคนที่เชียร์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สามารถใช้ประโยชน์จากรายการประชาธิปไตยทูเดย์
ในลักษณะ ยึดหัวหาด
ได้แบบนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอ และ ไม่เป็นงาน ของกลุ่มพันธมิตรฯ
ในอเมริกาได้เช่นเดียวกัน
การนัดรวมตัวประท้วงรัฐบาลไทยรักไทยครั้งแรกที่หน้าสถานกงสุลใหญ่
แอลเอเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2006 ไอพีทีวียกทีมไปถ่ายทำข่าว
กว่าจะได้ถ่าย หรือสัมภาษณ์ ถูกกีดกันแบบเห็นได้ชัดจากแกนนำคนที่ชื่อ
มนตรี ไชยสร ซึ่งแสดงอาการไม่เป็นมิตรกับไอพีทีวีโดยไร้สาเหตุ
และที่สำคัญคือ เขาพูดกับผมซึ่งเอาไมโครโฟนไปจ่อปากเขาด้วยความกระตือรือร้นอยากทำข่าวการชุมนุมครั้งแรกของกลุ่มพันธมิตรฯ
ให้คนไทยทั่วอเมริกาได้รับรู้ว่า... สื่อในแอลเอ รวมทั้งคนที่สัมภาษณ์ผมอยู่นี่ เป็นสื่อไร้คุณภาพ...
จากประสบการณ์ 20 ปีในฐานะสื่อมวลชนของผม
บอกเต็มปากเต็มคำตรงนี้ได้เลยว่าไม่เคยเห็นคนทำกิจกรรมมวลชนคนไหนโง่ ได้ลึกซึ้งขนาดนี้มาก่อน
วันนั้น ผมเอาเทปสัมภาษณ์ม้วนประวัติศาสตร์ให้สื่อรุ่นพี่สองสามเล่มดู
ทุกคนของขึ้นร่ำๆ จะบอยคอตกิจกรรมของพันธมิตรฯ ด้วยซ้ำ แถมหลายคนมีแผลเก่ากับคุณมนตรี ไชยสร ซึ่งตั้งตาดูถูกสื่อในแอลเอ
ที่ตัวเองเดินไปขอฝากข่าวมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ แต่ที่สุดแล้ว
พวกเรามีสปิริตสูงพอที่จะมองข้ามความโง่ของคนหนึ่งคน ไปใส่ใจที่กิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มพันธมิตรฯ
ที่มีผู้ใหญ่อย่างคุณกิตติพล เวชชบูล คุณหมอสุวัฒน์ สุวรรณวานิช
และอีกหลายท่านที่เข้ามาทำงานเพื่อสังคมตามความเชื่อของตนอย่างเข็งขัน
หลายครั้งที่ผมแอบกระซิบถามพันธมิตรฯ
ที่รักใคร่นับถือกันว่าทำไมไม่ใช้รายการประชาธิปไตยทูเดย์ให้เป็นประโยชน์บ้าง
ได้รับคำตอบว่ามติที่ประชุมบอกให้บอยคอต... ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าเป็นญัตติที่เสนอโดยใคร...
การกลับมาของประชาธิปไตยทูเดย์
ในลักษณะ อัพเดทครั้งนี้ เรามีความพร้อมมากขึ้น มีทีมข่าวของไอพีทีวีนิวส์ ประจำอยู่ที่เมืองไทย
สามารถเจาะข่าวได้อย่างเสรี อีกทั้งมีการปรับปรุงให้มีเนื้อหาสาระครอบคลุมมากขึ้น
ที่สำคัญคือคือเป็นการกลับมาในมาดใหม่ เป็นอิสระ ปราศจากกลุ่มปากเสียมาเกาะทำลายรายการอีกต่อไป
คุณสุริยะใส กตะศิลา และ
คุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ มาแอลเอ เราไปขอสัมภาษณ์เพื่อนำมาแพร่ภาพในรายการ
คุณมนตรี ไชยสร ก็สำแดงฤทธิเดชยุติการสัมภาษณ์กลางคัน แต่ตรงนี้อภัยได้เพราะอ้างว่าผู้ฟังจำนวนมากกำลังรอสองนักพูดขึ้นเวที
แต่การที่นักพูดชื่อดังทั้งสองตกปากรับคำกับเราอย่างดีว่าจะมาร่วมรายการในวันพฤหัสฯ
ที่ 4 ตุลาคม เพราะเห็นเป็นโอกาสดีที่จะได้พูดกับคนไทยทั่วอเมริกา
คุณมนตรี ไชยสร ก็สำแดงอิทธิฤทธิ์โดยการไม่ยอมให้มา อ้างเหตุผลว่ากลัวนักพูดระดับประเทศทั้งสองจะถูกหลอกมาเชือด
อยากบอกคุณมนตรี ไชยสร ว่าคนทำงานกับมวลชน
ต้องมีสายตายาวไกล จะจิตใจคับแคบ อคติ มองเห็นแค่ปลายจมูกตัวเองไม่ได้
สื่อไร้คุณภาพในแอลเอ นั้นเรายอมรับว่ามี แต่ฉลาดหรือที่เอาอคติส่วนตัวมาปิดกั้นกิจกรรมของพันธมิตรฯ
แบบนี้...
เรียนด้วยความเคารพมายังแกนนำพันธมิตรฯ
ท่านอื่นให้รับทราบเสียงสะท้อนจากประชาธิปไตยทูเดย์บ้าง เพราะเรายังอยากเป็นสื่อกลาง
สะท้อนเสียงของทุกฝ่ายสู่สังคมต่อไป.
ภาพชุดการอภิปรายของ ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์และสุริยะใส
กตะศิลา
http://www.apacnews.net/
|