การใส่เครื่องพันธนาการผู้ต้องหาหรือจำเลย
นายพุฒิภัณฑ์
พูลลาภ(ผู้เขียน)
(หมายเหตุบ.ก.-
บทความพิเศษฉบับนี้เราได้นักกฎหมายคือคุณพุฒิกัณฑ์
พูลลาภ เป็นผู้เขียนให้โดยตรง
จากการติดต่อของ
พงษ์ศักดิ์
บุญชื่น ที่ปรึกษาของ
APN
ในอนาคตเราจะมีนักกฎหมายที่ชำนาญด้านคนไทยในต่างประเทศอันเกี่ยวเนื่องกับประเทศไทยมานำเสนอสลับกันไปเป็นครั้งคราว
)
สืบเนื่องจากกรณี
เจ้าพนักงานตำรวจใส่กุญแจมือร้อยโซ่
3 นักศึกษาของมหาวิท
ยาลัยบูรพา
คือนายภณต์
หรือไวน์ ต่อยอด
นายรณฤทธิ์
หรืออาร์ท
ไชโยแสง และนายเฉลิมพล
หรือเหลิม
รอบรู้ ควบคุมตัวไปส่งศาลจังหวัดชลบุรี
เพื่อขออำนาจฝากขังต่อศาล
ในคดีกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
หมายถึง กระทำการซ้อมเชียร์อเมริกันเชียร์จนเป็นเหตุให้นางสาวสุพัตรา
หรือน้องหญิง
มหาอุดม นักศึกษาชั้นปีที่
1 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยบูรพา
เสียชีวิต
ต่อมาพลตำรวจโท
จงรัก จุฑานนท์
ผบช.ภ.2
ผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้
ร้อยตำรวจเอกสมคิด
เฮียงเสถียร
พนักงานสอบสวน
สภ.ต แสนสุข
อำเภอเมือง
จังหวัดชลบุรี
เจ้าของสำนวนคดี
ไปช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี
นั้น
ความจริงแล้ว
กรณีการควบคุมผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา
โดยใส่กุญแจมือ
และจะมีการร้อยโซ่ด้วยหรือไม่
ก็ตาม หรือล่ามโซ่ที่ข้อเท้า
นั้น เป็นภาพที่ปรากฏให้เห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดา
และค่อนข้างจะเคยชินต่อสายตาของประชาชนผู้ที่มีกิจธุระ
หรือมีความจำเป็นต้องเข้าไปในบริเวณศาล
หรือสถานีตำรวจ
และทราบว่ามีการปฏิบัติดังกล่าวมานานแล้ว
ผู้เขียนเคยสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เช่น ราชทัณฑ์
เจ้าพนักงานตำรวจ
หลายท่าน ก็ได้รับคำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นระเบียบปฏิบัติกำหนดให้ปฏิบัติ
เช่นนั้น และไม่อาจที่ละเว้นหรือผ่อนปรนได้เลย
บางครั้งก็มีการตั้งคำถามกลับมาว่า
หากมีผู้ต้องหาหรือจำเลยหลบหนีจากการควบคุมไป
ใครจะมารับผิดชอบแทน
ผู้เขียนก็ได้แต่พยักหน้าจำยอมรับ
เมื่อมีการอ้างถึงระเบียบปฏิบัติ
ทั้งๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีปฏิบัติ
โดยการใส่กุญแจมือ
หรือใส่กุญแจมือร้อยโซ่ผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นทางต่อกันหลายๆ
คนในบางกรณี
ผู้เขียนในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ
ผู้หนึ่ง ที่ต้องไปศาลเป็นประจำ
และจึงได้พบเห็นผู้ต้องหาหรือจำเลย
ถูกใส่กุญแจมือ
หรือโซ่ร้อย
หรือล่ามโซ่ที่ข้อเท้า
อยู่บ่อยๆ
จนมีความรู้สึกว่า
เป็นเรื่องปกติธรรมดา
และเคยชินกับภาพปรากฏเช่นนั้น
และผู้เขียนเองก็ยอมรับว่า
เข้าใจและเห็นด้วย
ถึงความจำเป็นต่อการควบคุมตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอุฉกรรจ์
และมีอัตราโทษสูงด้วยวิธีการดังกล่าว
แต่ผู้เขียนไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งต่อการนำวิธีการควบคุมตัวดังกล่าวมาใช้กับผู้ต้องหาหรือจำเลย
ที่กระทำผิดอาญาในความผิดบางข้อหา
จึงมีโทษเพียงการปรับหรือมีโทษจำคุกในอัตราไม่สูง
ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นได้เข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี
และขอประกันตัวต่อศาล
หรือกรณีจำเลยมามอบตัวต่อศาลตามหมายจับบางกรณี
เช่น ศาลมีคำสั่งออกหมายจับกรณีขัดหมายหรือคำสั่งศาล และผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น
กำลังอยู่ระหว่างการขอประกันตัวต่อศาล
หรือกรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น
กำลังอยู่ระหว่างการขอประกันตัวต่อศาล
หรือ กรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น
เป็นเด็กหรือผู้เยาว์
คำสั่งหรือข้อกำหนด
หรือระเบียบปฏิบัติที่ยึดถือปฏิบัติติดต่อกันมานาน
จะมีความถูกต้องเหมาะสม
และสอดคลองกับกฎหมาย
หรือไม่เพียงใด
นั้น ผู้เขียนใคร่ขอหยิบยกบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช
2540 ในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยที่ได้บัญญัติไว้ชัดเจน
ดังนี้
มาตรา 26 การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร
ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สิทธิ และเสรีภาพ
ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
มาตรา
28 บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิ
หรือเสรีภาพของบุคคลอื่น
ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ
หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้
สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในศาลได้
มาตรา
33 ในคดีอาญา
ต้องสันนิฐานไว้ก่อนว่า
ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด
ก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่า
บุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้น
เสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้
ผู้เขียนจำเป็นต้องหยิบยกบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทั้งหลายที่เกี่ยวข้องขึ้นมาแสดงให้เห็นกันชัด
ๆว่า นอกจากสิทธิ
และเสรีภาพแล้ว
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ย่อมมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
จนต้องนำมาบัญญัติไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยดังกล่าว หากจะพูดกันให้เข้าใจเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ
ศักดิ์ศรีความเป็นคน
ซึ่งต้องให้ความเคารพ
และมีความเท่าเทียมกันทุกคน
โดยไม่มีสิ่งอื่นใดมาขีดกั้น
แบ่งขั้น ไม่ว่าจนหรือรวย
หรือมียศถาบรรดาศักดิ์
มากน้อยเพียงใด
หรือไม่ การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กรต้องดำนึงถึงและให้ความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญานั้น
ยังไม่ถือว่า
เป็นผู้กระทำผิดจนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษา
และคำพิพากษานั้นต้องถึงที่สุดแล้วว่า
ผู้นั้นได้กระทำผิดจริง
ถ้าให้แน่ชัดก็ต้องเป็นคำพิพากษาของศาลฎีกา
หรือบางคดีอาจไม่มีการอุทธรณ์หรือฏีกา
ก็อาจถือว่า
คดีถึงที่สุดได้เช่นกัน
ผู้เขียนเคยพบเห็นหลายคดี
ที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยบางราย
ถูกกล่าวหาในคดีอุกฉกรรจ์
แต่ต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า
มิได้เป็นผู้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา
จึงถือเป็นผู้บริสุทธิ์
ดังนั้น
ก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น
ดังเช่นผู้กระทำผิดมิได้
น่าจะหมายความรวมถึง
การควบคุมตัว
ที่ไม่ควรใช้วิธีปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ที่กระทำผิดจริงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องควรที่จะใช้วีปฏิบัติเพียงเท่าที่จำเป็นและขึ้นอยู่กับพฤติการณ์แห่งคดีด้วย
เพื่อมิให้หลบหนีเท่านั้น
ดังนั้น
วีธีการควบคุมผู้ต้องหาหรือจำเลย
โดยใส่กุญแจมือแล้วร้อยโซ่
หรือล่ามโซ่
ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์
หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ก็ถือเป็นการใช้อำนาจขององค์กรของรัฐ
เช่นกัน จึงมีปัญหาที่จะต้องพิจารณาว่า
การใส่กุญแจมือหรือร้อยโซ่
หรือล่ามโซ่
ผู้ต้องหาหรือจำเลย
นั้นมีความจำเป็นต้องนำมาปฏิบัติต่อทุกราย
ทุกกรณี และทุกคดี
หรือไม่ เพียงใด
ผู้เขียนเห็นว่า
ไม่มีความจำเป็นต้องนำวิธีควบคุมผู้ต้องหาหรือจำเลย
ดังกล่าว มาใช้ปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือจำเลย
ในทุกราย ทุกกรณี
และทุกคดี
ควรจะมีการคำนึงถึง
เพศ วัย โทษ
และพฤติการณ์ในขณะควบคุม
เป็นสำคัญ
เพราะ ผู้กระทำผิดบางคนอาจจะเป็นผู้หญิง
เด็กหรือผู้เยาว์
หรือบางคนอาจจะถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด
และประสงค์จะต่อสู้คดี
จึงเข้ามอบตัวและขอประกันตัว
หรืออาจจะถูกออกหมายจับโดยศาล
แต่ไม่เจตนา
จึงมามอบตัวและขอประกันตัว
หรือบางคนอาจจะถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด
และประสงค์จะต่อสู้คดี
จึงเข้ามอบตัวและขอประกันตัว
หรืออาจจะถูกออกหมายจับโดยศาล
แต่ไม่มีเจตนา
จึงมามอบตัวและขอประกันตัว
เช่นนี้
แสดงให้เห็นชัดเจนว่า
บุคคลเหล่านี้มิได้มีเจตนาจะหลบหนี
แม้จะเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในดคีอาญาก็ควรจะได้รับการปฎิบัติในการควบคุมตัว
ด้วยวิธีการที่เป็นการให้เกียรติโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือความเป็นคนอย่างยิ่ง
ไม่สมควรและไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำวิธีการใส่กุญแจมือ
หรือร้อยโซ่หรือล่ามโซ่
มาใช้กับผู้ต้องหาหรือจำเลยเช่นนี้ ประการสำคัญ
ห้องควบคุม
ในระหว่างการขอประกันตัว
และรอฟังคำสั่งศาล
ก็ควรที่จะจัดให้มีการควบคุมตัวไว้ในห้องหรือสถานที่เฉพาะ
ที่ไม่มีลักษณะเช่นเดียวกันกับห้องขังนักโทษ
และไม่ควรนำไปขังรวมกับนักโทษอื่น
กรณีที่เกิดขึ้นที่ศาลจังหวัดชลบุรี
น่าจะเป็นกรณีตัวอย่าง
และก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติ
ดังเช่น ร้อยตำรวจเอกสมคิด
เอียงเสถียร
พนักงานสอบสวน
การผลักภาระความรับผิดชอบให้แก่พนักงานสอบสวนคนดังกล่าวเพียงฝ่ายเดียวก็คงไม่ถูกต้องเสียทีเดียวนัก
เพราะเจ้าหน้าที่ดังกล่าวต้องปฏิบัติตามระเบียบคำสั่งที่มีอยู่
หากไม่ปฏิบัติก็อาจจะถูกลงโทษได้เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม
แม้องค์กรของรัฐจะได้ออกคำสั่ง
หรือข้อกำหนด
หรือระเบียบปฏิบัติเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติก็ตาม
แต่หากขัดต่อรัฐธรรมนูญ
อันเป็นกฎหมายสูงสุดที่ใช้ปกครองประเทศ
ก็ย่อมถือว่าคำสั่ง
หรือข้อกำหนด
หรือระเบียบปฏิบัตินั้น
ตกเป็นโมฆะ
ไม่มีผลบังคับใช้
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังนำไปปฏิบัติก็น่าจะเป็นการกระทำไม่ถูกต้อง
และไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ผู้เขียนเห็นว่า
วิธีการควบคุมตัวผู้ต้องหา
หรือจำเลย
เป็นคำสั่ง
หรือข้อกำหนด
หรือ ระเบียบวิธีปฏิบัติที่ปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน
เป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ฉบับปัจจุบัน
เพราะเป็นการใช้วิธีการหรือมาตรฐานเดียวกันกับผู้ต้องหาหรือจำเลย
ในทุกรายทุกกรณี
และทุกคดี
จึงเห็นสมควรอย่างยิ่งที่ผู้ที่มีอำนาจและมีหน้าที่เกี่ยวข้อง
ควรจะได้หยิบยกเร่องนี้ขึ้นพิจารณา
เพื่อหาหนทางแก้ไขเปลี่ยนแปลง
คำสั่ง หรือข้อกำหนด
หรือระเบียบปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมนี้
เสียที เพื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะได้นำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและไม่ขัดต่อกฎหมาย
ทั้งจะเป็นการก่อให้เกิดความสงบสุขต่อประชาชน
อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป.
|