----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------
เที่ยวลาส เวกัส Labor Day (จบ)
ความจริงแล้วการไปเที่ยวลาส
เวกัส ใครๆก็ไปเที่ยวได้ แต่พวกเราไปเที่ยวจริงๆคือไปหาอาหารกิน
ดูความวิจิตรพิสดารที่นำเมืองต่างๆมาจำลอง
วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายนสายๆหน่อยเราไปเที่ยวหลายแห่งเช่นที่เบลลาจิโอ้และซีซาร์
พาเลซ
หลังจากเที่ยวชมได้สักพักเรารู้สึกหิวเพราะยังไม่ได้กินอาหารเช้า
คุณวิลาวัลย์ น้อยนวม ออกไอเดียว่าเราควรจะไปกินก๋วยเตี๋ยวเวียดนามหรือเฝอ(Pho)กันดีกว่า เพราะเก็บท้องไว้กินเย็น จากนั้นเราขับไปย่านไชน่าทาวน์ จาก Strip ตรงไปเลี้ยวซ้ายที่ถนน Spring Mountain สักพักก็จะเห็นรูปเก๋งจีนเรียงรายข้างถนน เดิมทีเรียกว่า Chinatown Plaza สร้างขึ้นมาโดยนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวไต้หวัน-อเมริกันชื่อเจมส์ ฉี-เชง
เชน( James Chih-Cheng Chen) เปิดในปี
1995 จนกระทั่งปี 1999 ผู้ว่าฯเคนนี่ ควินน์ จัดตั้งให้เป็นทางการ
ทุกวันนี้คนเอเชียเกือบทุกชาติเข้าไปร่วมอยู่ในถนนสายนี้
แต่ยังเรียกไชน่าทาวน์อยู่ดี ทั้งๆที่จริงไชน่าทาวน์น่าจะหมายถึงแหล่งคนจีนหรือเชื้อชาติจีนส่วนใหญ่ทำธุรกิจอยู่เท่านั้น
มีหลายคนเสนอให้ใช้ชื่อ Asian District จะเหมาะสมกว่า เพราะมีชาติอื่นเข้าไปทำธุรกิจอยู่ด้วย ทั้งเวียดนาม,ฟิลิปปินส์,เกาหลี,ไทยและอเมริกัน
เฝอร้านนี้จำไม่ได้ว่าร้านชื่ออะไร แต่ขายดีต้องรอคิวประมาณ
20-25 นาทีจึงจะได้ที่นั่ง คนที่ไปกินก๋วยเตี๋ยวส่วนใหญ่เป็นคนเวียดนาม
ตามด้วยคนเอเชียและมีคนอเมริกันบ้าง
สิ่งที่น่าสนใจก็คือคนแต่ละชาติมักจะสนับสนุนกันเอง อาทิเช่นคนเกาหลีก็จะเข้าห้องอาหารเกาหลี,คนเวียดนามเข้าห้องอาหารเวียดนาม แต่คนไทยบางคนไม่เข้าห้องอาหารไทยเพราะบอกกินที่บ้านจนเบื่อ อย่างไรก็ตามคนชาติอื่นๆก็นิยมอาหารไทยดังนั้นห้องอาหารไทยจึงอยู่ได้
คุณวิลาวัลย์บอกว่าเมื่อมาเที่ยวลาส
เวกัส สิ่งที่ขอแนะนำก็คือ 1.กินอาหารแปลกๆของชาติต่างๆที่มีอยู่มากมาย
2.หากมีโอกาสให้ดูโชว์จากนักร้องนักแสดงระดับโลกจะทำให้เราประทับใจตลอดไป
3.ออกดูรอบๆเมืองลาส เวกัสเพราะขยายตัวมาก 4.ชอบกอล์ฟมีเกือบ
50 สนาม 5.เล่นการพนัน
แต่วัลย์เห็นหลายคนนะ
มาแล้วก็ซุกหัวเล่นแต่การพนัน
เวลาจะกินก็กินพวกฮ้อทด๊อก ,แฮมเบอร์เกอร์ กลัวจะเสียเวลาหรือไงไม่ทราบ เธอว่า ทำให้เราต้องสวนไปว่ากลัวจะเสียเงินช้ามากกว่า
เรื่องนี้เห็นจะจริง เราเคยไปเที่ยวลาส เวกัสในช่วงต้นปี
1980 ไปดูโชว์ของคณะเดอะ พ้อยเตอร์ ซิสเตอร์โดยมีไก้ด์คือคุณเทวัญ
พานิชสุขโข (สิงห์แดง มธ. แต่ก่อนเป็นซูเปอร์ไวเซอร์อยู่บ่อน
Silver
Slipper ทุกวันนี้เป็นเจ้าของห้องอาหารผัดไทย
โอกาสหน้าจะแวะไปเยี่ยม-นะเฮีย),เคยไปดูระบำเปลือยอกที่สตาร์
ดัชท์ ซึ่งทุกวันนี้เป็นอดีตไปแล้วเพราะรื้อทิ้งเพื่อสร้างรีสอร์ตใหม่ใหญ่กว่าเดิม
เมื่อ 3 ปีที่แล้วพาแม่ยายและหลานไปเที่ยวลาส
เวกัส ต้องพักที่ Circus
Circus จะได้ให้เด็กมีของเล่น แต่ที่ไหนได้ไอ้หลานที่เริ่มเป็นวัยรุ่นดันอยากเล่นการพนันเหมือนลุง
เลยไม่ค่อยสนุกต้องคอยดูแล
ดังนั้นการไปเที่ยวต้องไปในระดับที่รู้ใจกันอยู่ในวัยไล่เรี่ยกันจึงสนุก
อยากทำอะไรทำ(โดยไม่ผิดกฎหมาย)
มีคนถามมาว่าคนไทยไปทำมาหากินอะไรกัน
พอพูดได้ว่าที่ลาส เวกัสมีงานให้ทำอาทิเช่นทำงานดีลเลอร์ตามบ่อน,งานด้านบริการในบ่อนและโรงแรม,มีคนไทยไปขับแท็กซี่กว่า
100 คน นอกจากนั้นก็ไปทำธุรกิจสารพัดอย่างตั้งแต่ห้องอาหารไทย,ตลาดไทย,งานด้านช่าง,งาน
Real Estate,หมอนวด(ดูได้จากโฆษณาในหนังสือพิมพ์ไทยท้องถิ่นลาส
เวกัสที่ออกกันมาหลายฉบับ) มาสเตอร์ท็อดดี้ก็ไปตั้งค่ายมวยรับทรัพย์จากคนอเมริกันสบายๆ
และยังมีธุรกิจนำคนไปเล่นการพนัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกขาใหญ่มาจากเมืองไทย
บางคนไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้เพื่อเป็นบ้านแห่งที่สอง บ้างมีไว้เพื่อทำกำไรในอนาคต คนมีชื่อเสียงจากแอล.เอ.มีหลายรายอพยพเข้าไปซื้อบ้านหลังที่
3 ที่ 4 ไว้แล้วอาทิเช่น คุณวุฒิสิทธิ์ ประภาวัต (A.J.Tools) คุณสมหมาย
ปัทมคันธิน ประธานสภาหอการค้าไทยในแคลิฟอร์เนียภาคใต้ ฯลฯ เป็นต้น
อีกประการหนึ่งลาส เวกัสไม่ใช่เมืองเล็กๆ(โทษทีนะขี้หมูขี้หมา
ก็มีวัดไทย 7 วัด และวัดลาวอีก 2 วัด)การมีวัดไปตั้งมากๆก็ดีจะได้เที่ยวสั่งสอนผู้คนอย่าเล่นการพนันกันมากนักเพราะเป็นอบายมุข
เรื่องของ Sin City มีเล่ากันว่ากลางวันห่มเหลืองกลางคืนออกขับแท็กซี่
ออกจากร้านเฝอเรากลับเข้าไปสตริปอีกครั้ง
คุณวิลาวัลย์พาไปชมโรงแรมเวอนีเชี่ยน(The Venetian) โรงแรมนี้เป็นการจำลองเอาเมืองเวนิช
ประเทศอิตาลีมาไว้ที่ลาส เวกัส สร้างโดยมหาเศรษฐีเชลดัน อเดลสัน(Sheldon Adelson) ล่าสุดเขาไปเปิดโรงแรมชื่อเดียวกันที่มาเก๊ามูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์ทำให้หุ้นของบริษัทลาส
เวกัส แซนด์พุ่งขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายนอีก$2.64 ไปปิดที่ $123.33 แสดงว่าผู้ลงทุนเกิดความเชื่อมั่น
ความน่าชมก็คือการสร้างคลองไว้บนโรงแรม
เรียกว่า Grand
Canal Shoppes พื้นที่ 5 แสนตารางฟุต ด้านบนทำเป็นท้องฟ้าที่สามารถปรับแสงไฟได้
ติดแอร์เย็น ทำให้บรรยากาศเหมือนกลางคืน ในคลองเปิดให้นักท่องเที่ยวลงไปนั่งเรือได้
ส่วนรอบๆคลองมีห้องอาหารชั้นดีระดับ 5 ดาวทั้งอาหารอิตาเลียนและอาหารอเมริกันอาทิเช่น
Wolfgang Puck, Emeril Lagasse, Thomas Keller,
Joachim Splichal และ Paulo "Zeffirino"
เป็นต้น
คำว่า Venetian
หมายถึงคน เป็นคนจากเมือง Venetia ภาษาอิตาเลียนเขียนว่า Venezia ดินแดนนี้อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลีและติดภาคตะวันตกของประเทศสโลวีเนียปัจจุบัน ในศตวรรษที่ 14 ดินแดนแห่งนี้ถูกครอบครองโดยสาธารณรัฐเวนิส
คนอิตาเลียนมักจะเรียกพื้นที่รอบๆเมืองเวนิส ว่าเวอนีโท่(Veneto)
วันนั้นบางคนในคณะของเราเห็นคุณเปิ้ล-รัชนีบล
ธนฤทธิโรจน์ อยู่ที่โรงแรมเวอนีเชี่ยนด้วย
มาบอกเราหลังออกจากโรงแรมแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้แปลกใจเลยเพราะคนไทยส่วนใหญ่ก็ไปเที่ยวลาส
เวกัสกันทั้งนั้น
เมื่อดูได้ที่แล้วเราก็ถือโอกาสใช้เวลาที่เหลือสู้กับสล็อต
แมชชีนต่อ และมีจุดนัดพบไว้ 3 โมงครึ่งเพื่อกลับบ้านให้ถึง 4
โมงเย็น
เราออกจากโรงแรมเวอนีเชี่ยน
มาถึงบ้าน 4 โมงเย็นตามที่นัดไว้
ที่บ้านมีคุณไพโรจน์ น้อยนวม
ไปรอรับ Madame Melton อยู่ก่อนแล้ว เราเรียกมาดามเมลตันเพราะท่านผู้นี้เคยเป็นนายกสมาคมไทยลาส
เวกัส 2 ครั้ง ชื่อจริงคือ อำไพพรรณ หุตะดิลก เมลตัน นั่นเอง
เราเรียกติดปากว่าพี่อ้วน
ก่อนจะไปลาส เวกัส ต้องแจ้งให้เจ้าถิ่นทราบเสียหน่อย
พี่อ้วนถามว่าจะให้จองโรงแรมให้หรือเปล่า เราตอบขอบคุณ แต่ต้องการไปพักบ้านจะได้บรรยากาศแปลกใหม่ เพราะไปลาส เวกัสคราใดต้องใช้โรงแรมเป็นที่พักอยู่ตลอด
นั่งสนทนาพูดคุยกันอยู่สักพักใหญ่ พี่อ้วนก็นำไปยังห้องอาหารญี่ปุ่นชื่อ
Makino ใช้ฟรีเวย์สาย 215 ไปทางตะวันออกตรงสู่เขตเมืองเฮนเดอร์สัน
ร้านนี้อยู่เลขที่ 9570 S. Eastern Ave.,Henderson, NV 89123 โทร. 702-263-7837 เหตุที่มาร้านซูชิบุฟเฟ่แห่งนี้เพราะจะได้นั่งคุยกันนานๆหน่อย
ใครใคร่กินอะไรก็กินเข้าไปตามสะดวก
ทราบว่าร้านนี้ ดร.รบชัย เปรมศรีรัตน์ มีหุ้นส่วนอยู่
50 % คนญี่ปุ่นที่ร่วมลงทุนเป็นเจ้าของ Todai
มาก่อน ทราบว่า Makino ร้านนี้เป็นสาขาที่ 4 ในลาส เวกัส ตั้งอยู่พลาซ่าใหม่ ที่จอดรถกว้างขวาง
บริเวณเดียวกันนั้นห้องอาหารไทยชื่อปิ่นแก้วกำลังตกแต่งเพื่อเปิดสาขา 3
พอมองได้ว่าทุกวันนี้การทำห้องอาหาร ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารชาติใดจะต้องทำ
Grand เข้าไว้อย่าทำเล็ก
เพราะคนไปเที่ยวเมืองท่องเที่ยวและการพนันต้องการความโอ่อ่าทีเดียว พี่อ้วนเล่าให้ฟังอีกว่าเมืองนี้ประหลาด
หากเป็นบ้านเราใครจะเข้าไปเช่าตึกต้องเสียค่าแป๊ะเจี๊ยะหรือเงินกินเปล่า ตรงกันข้ามแลนด์ลอร์ดเมืองนี้กลับต้องจ่ายแป๊ะเจี๊ยะให้คนไปเช่าทำธุรกิจ นี่เป็นความรู้ใหม่ของเรา
บางคนอาจอยากทราบว่าพี่อ้วนเป็นใคร เอาประวัติสั้นๆเป็นสิงห์แดง(ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นแม่สิงห์
ไม่ใช่ลูกสิงห์)หรือศิษย์เก่ารัฐศาสตร์มธ. ปัจจุบันทำหน้าที่เป็น
Controller
ให้กับบริษัทก่อสร้างใหญ่แห่งหนึ่งที่รับเหมาก่อสร้างบ่อนคาสิโนใหญ่ๆทั่วไป
เมื่อสัก 2-3 ปีที่แล้วก็ไปควบคุมดูแลการก่อสร้างบ่อนแถวทางด้านซานตา
บาร์บาร่า อันเป็นบ่อนของคนอินเดียนพื้นเมือง
ที่ห้องอาหารแห่งนี้มีคนเสิร์ฟหลายคนเป็นสาวไทยหน้าตาสดสวย
บางคนเหมือนญี่ปุ่น เมื่อพูดภาษาไทยแล้วจึงรู้ว่าเป็นสาวไทย ยังได้พบเพื่อนเก่าที่เคยทำงานบริษัท U.S.Courier
ด้วยกัน เขาบอกว่าอพยพไปอยู่เวกัสได้ 12 ปีแล้ว เราพูดคุยกันถึงเซียนน้อยหรือวิลลี่ วัฒนวงษ์คีรี ไปซื้อบ้านอยู่ลาส เวกัส 4 หลัง ขณะนี้กำลังเข้าไปเทคโอเวอร์กิจการร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งด้วย
จากเซียนน้อยก็ต้องกลายเป็นเสี่ยน้อยไปแล้ว
ต้องยอมรับว่าเซียนน้อยเป็นหนึ่งในผู้ชายหลายๆคนที่เรารู้จักว่าเขาเป็นคนบริหารเสน่ห์ได้เก่งกาจทีเดียว โดยเฉพาะกับสตรีทั้งหลาย
บางคนบอกว่าเซียนน้อยจะแพ้ก็เฉพาะคนที่เขาเรียกว่า
พี่ตึ๋งเท่านั้น สำหรับพี่ตึ๋งจะเป็นคนเดียวกับเจ้าของนามปากกามังตราหรือไม่ เราไม่ทราบ
หลังเสร็จจากดินเนอร์ พี่อ้วนขอตัวเพราะมีธุรกิจมากมายที่จะต้องไปพบกับคน เรากล่าวคำอำลากันตรงนั้น ทราบว่าพี่อ้วนจะมาร่วมงานเซ็นคาเบรียล
ไนท์ วันที่ 29 กันยายนนี้ที่โรงแรมลินคอล์น พลาซ่า
จากนั้นพวกเรากลับไปลุยต่อที่บ่อนเดิมใกล้บ้านพัก นั่นคือ
Suncoast เท่าที่ทราบคาสิโนแห่งนี้อยู่ในสังกัดกลุ่ม Coast Casino ซึ่งประกอบด้วยGold Coast ,The Orleans,Suncoast ,Sam's
Town Las Vegas และ Orleans Arena กิจการหลังนี้เป็นสนามแข่งกีฬาและโชว์ต่างๆในลาส
เวกัส
วันรุ่งขึ้นคือจันทร์ที่ 3 กันยายนเราออกเดินทางจากเวกัสเวลา
8.00 น.เพื่อหนีการจราจร หากกลับเย็นเชื่อแน่ว่าฟรีเวย์สาย 15 รถติดแน่นอน
เรามารับประทานอาหารที่บาร์สโตว์ คราวนี้เราล่อแฮมเบอร์เกอร์
In-N-Out
Burger
ต่อด้วยการไปเดินดูสินค้าที่
Outlet ใหม่ที่อยู่ด้านติดฟรีเวย์(Outlet ด้านหลังดูเหมือนจะม้วยๆไปแล้ว) นานๆจะได้มาสักครั้งก็เดินดูสินค้าสักหน่อย
เผื่อมีอะไรถูกใจ ที่นั่นเราได้พบนักท่องเที่ยวคนไทยมาเป็นกลุ่มกับหัวหน้าทัวร์
หลายรายดินเข้าไปซื้อสินค้าเช่นรองเท้า เสื้อผ้า บางคนบอกกันว่ายี่ห้อนี้ดียี่ห้อนั้นดี
เมืองไทยราคาแพง สินค้าที่นำออกมาโชว์ราคาถูกเช่นรองเท้าซื้อคู่แรกราคาลดปกติ,คู่ที่สองลดอีก
50 % คู่ที่สามฟรี ราคาคู่แรกก็ลดอยู่แล้วประมาณ
30-50 %
ซื้อไปเถอะ เดี๋ยวไปถึงเวกัสก็ได้คืน
นักท่องเที่ยวชาวไทยคนหนึ่งกล่าวขึ้นดังๆกับเพื่อนร่วมเดินทาง
เรานึกในใจอยู่ว่าเมื่อไปถึงเวกัสรองเท้าคู่นั้นอาจแพงขึ้นเป็น
4-5 เท่าตัวก็ได้ เพราะไม่มีใครรู้อนาคตของตัวเอง โดยเฉพาะด้านการพนัน
เราสอบถามคนขายรองเท้าเขาบอกว่า สินค้าเหล่านี้ลดอยู่แล้ว 30-50 % หากมากับทัวร์ติดสติ๊กเกอร์ที่เสื้อจะได้ลด
10 % หรือคนในสหรัฐถ้าเป็นสมาชิกสโมสรยานยนต์
AAA Club
ก็จะได้ลด 10 % เช่นกัน
เที่ยวลาส เวกัสเพียง 2
วันเขียนให้ได้อ่าน 3 ตอน
ต่อไปจะนำเที่ยวไปที่ต่างๆเมื่อมีโอกาส
|