In New York, in 1960, His Majesty played jazz with famous musicians such as Benny Goodman and Louis Armstrong.
Jamming with US jazz idols Benny Goodman (clarinet),Gene Krupa (drums) and Urbie Green (trombone)
His Majesty the King and the “King of Rock ‘n’ Roll,” Elvis Presley, during His Majesty's visit to the US in 1960.
His Majesty and HRH Crown Prince Maha Vajiralongkorn perform a saxophone duet
Blowing his trumpet over Rangsit Canal in Ayudhaya. 

----------------------------------------------€ΕΤ‘·ΥθΓΩ»ΰΎΧΝ΄ΩΓΩ»γΛ­θ--------------------------------------------

พระอัฉริยภาพของในหลวง: “สำหรับ
ข้าพเจ้าดนตรีคือสิ่งประณีตงดงาม”

โลกนี้ไม่ค่อยมีปรากฎการณ์เกิดขึ้นบ่อยนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองสิริราชสมบัติอย่างยาวนานเช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช หรือ”พระภัทรมหาราช” วันที่ 9 มิถุนายน ..2549 พระองค์ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ขณะนี้พระองค์ทรงพระชนมายุ 78 ย่าง 79 พระชันษา และเมื่อถึงวันที่ 5 ธันวาคม ..2550 พระองค์ก็จะทรงครบ 80 พระชันษา เราพสกนิกรทุกคนรู้จักพระองค์ว่า”ในหลวง”

โดยพระราชประวัติแล้ว”ในหลวง”ทรงพระราชสมภพที่โรงพยาบาลเมานท์ ออเบิร์น เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเสทท์ สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม .. 2470 ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 3 ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรมบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นพระอนุชาของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

พระองค์ทรงศึกษาวิชาสามัญชั้นต้นที่โรงเรียนมาแตร์เดอี แล้วเสด็จประทับและศึกษาต่อที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในปี .. 2481  พระองค์ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดลนิวัติประเทศไทย ประมาณ 2 เดือน ก็เสด็จกลับสวิสเซอร์แลนด์ จนภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ใน .. 2488 จึงตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล กลับประเทศไทย
          
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน .ศ.2489 “ในหลวง” ก็เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อ จากนั้นทรงเสด็จกลับไปสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาต่อ และเสด็จกลับประเทศไทย .. 2493 ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 28 เมษายน .. 2493 และทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชา ภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม .. 2493

จากนั้นทรงเสด็จสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาต่อ และเสด็จกลับ .. 2494 ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยาม มกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีฯ

พระราชกรณียกิจของ”ในหลวง”นั้นมีมากและมีมหาศาล ผมคงจะไม่กล่าวในสิ่งที่มีผู้คนได้เขียนไว้มากแล้ว ผมเขียนถึงพระองค์เพื่อถวายเป็นราชสักการะในมหามงคลที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในส่วนที่ผมรู้จักและพอจะประมวลตัวหนังสือต่างๆมาปะติดปะต่อไว้

ผมประทับใจพระองค์ท่านหลายด้านหลายทาง แต่ฉบับนี้จะเขียนถึงพระอัฉริยภาพในทางเพลงและดนตรี จากการค้นคว้าทราบว่าพระองค์เข้าเรียนชั้นประถมที่สวิทเซอร์แลนด์พร้อมกับทรงเรียนเพลงแคลสสิก ต่อมาทรงเรียนเป่าแซ็กโซโฟนและเครื่องดนตรีชนิดนี้เป็นที่ประทับพระทัยของพระ องค์ตลอดมา จากหนังสือยุวกษัตริย์ที่สมเด็จพระพี่นางฯทรงนิพนธ์ไว้ทราบว่าในหลวงอานันทมหิดลทรงซื้อแซ็กโซโฟนมือสองในราคา 300 สวิสฟรังซ์เพื่อที่จะทรงศึกษา แต่ในที่สุดในหลวงอานันทมหิดลทรงเปลี่ยนพระทัยจึงมอบแซ็กโซโฟนให้ในหลวงภูมิพลศึกษาแทน และพระองค์หันไปทรงแคลริเน็ต

ครูสอนดนตรีแก่พระองค์ทั้งสองคือนาย Weybrecht เป็นนักดนตรีจากแคว้นอัลซ๊าค (Alsace)พระองค์ทรงศึกษาอยู่ประมาณ 2 ปีและบ่อยครั้งที่ทั้ง 3 เปิดวงเล่นกันหลายชั่วโมง

  แม้ว่าจะทรงเรียนเพลงแคลสสิกแต่ทั้ง 2 พระองค์ก็ทรงหันมาเล่นเพลงบลูและเพลงแจ๊ซด้วยเพราะให้จังหวะและท่วงทำนองเพลงที่เป็นอิสระมากกว่าในกรอบของเพลงแคลสิก พระองค์ทรงประทับใจนักดนตรีแจ๊ซอย่าง Louis Armstrong และ Sidney Bechet 

 จนกระทั่งปี 1946 ในหลวงภูมิพลทรงพระราชนิพนธ์เพลงแรกคือ”แสงเทียน” ตามด้วยเพลง

”ยามเย็น”โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์เนื้อร้องจากนั้นก็มีเพลง”สายฝน”ตามมา รวมแล้วในช่วง 50 ปีพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ 48 เพลง ล่าสุดที่ทรงพระราชนิพนธ์คือ”เราสู้” (ปี 1976)

พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการดนตรีและการเป็นศิลปินทางดนตรี ในโอกาสที่คณะกรรมการสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยฯเข้าเฝ้า ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2524 มีตอนหนึ่งดังนี้

 “…..การดนตรีจึงมีความสำคัญสำหรับประเทศชาติ สำหรับสังคมถ้าทำดี ๆ ก็ทำให้คนเขามีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานก็เป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งที่ให้ความบันเทิง ทำให้คนที่กำลังท้อใจมีกำลังใจขึ้นมาได้ คือเร้าใจได้ คนกำลังไปทางหนึ่งทางที่ไม่ถูกต้องก็อาจจะดึงให้กลับมาในทางที่ถูกต้องได้ ฉะนั้นดนตรีนี้ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงพูดได้กับท่านทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการดนตรีในรูปการณ์ต่าง ๆ ว่ามีความสำคัญ และต้องทำให้ถูกต้อง ต้องทำให้ดี ทั้งถูกต้องในทางหลักวิชาของการดนตรี อย่างหนึ่ง และก็ถูกต้องตามหลักวิชาของผู้มีศีลธรรมมีความซื่อสัตย์สุจริต ก็จะทำให้เป็นประโยชน์อย่างมาก เป็นประโยชน์ทั้งต่อส่วนรวมทั้งส่วนตัว เพราะก็อย่างที่กล่าวว่า เพลงนี้มันเกิดความปีติภายในตัวเองได้ ความปีติในผู้อื่นได้ก็เกิดความดีได้ เกิดความเสียได้…..” (สำนักราชเลขาธิการ. 2524 : 307 - 308)

…..นักดนตรีนี้จะแบ่งออกเป็นหลายอย่างก็ได้คือนักดนตรีที่เล่นดนตรีเป็นอาชีพ และนักดนตรีที่เล่นเป็นความบันเทิงของตนเองหรือของผู้อื่นสองอย่างนี้ความจริงก็เป็นอันหนึ่ง เพราะว่านักดนตรีทุกคนแม้จะเป็นนักดนตรีอาชีพก็มีความพอใจในการเล่นทั้งนั้น ไม่มีนักดนตรีใดที่จะไม่มีความพอใจในการปฏิบัติดนตรี ถ้าไม่มีความพอใจแล้วก็ไม่สามารถที่จะปฏิบัติ ไม่สามารถที่จะทำอาชีพนี้ได้…..”

จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวพระองค์ทรงเชื่อมั่นว่าดนตรีให้ความบันเทิง เบิกบานต่อผู้ฟัง "การดนตรีนี้ก็เป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไปที่ไม่ได้เล่นดนตรี ไม่ได้แต่งเพลง ไม่ได้ร้องเพลง แต่ก็ฟังเพลงก็ถึงจิตใจเขาได้เท่ากับทำให้จิตใจเขามีความเบิกบานก็ได้ ความเศร้าหมองก็ได้ ความตื่นเต้นก็ได้ ชักจูงต่าง ๆ ได้ นอกจากนั้นแล้ว ดนตรียังมีสภาพเป็นดนตรีบำบัด (Music Therapy) ที่จะช่วยแก้ไขผ่อนคลายความทุกข์โศก นำพามนุษย์ไปสู่สิ่งที่ดีงาม "คนกำลังไปทางหนึ่งทางที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจจะดึงให้กลับมาในทางที่ถูกต้องได้"

 การเป็นนักดนตรีก็ใช่เพียงการมีความสามารถทางดนตรีเท่านั้น แต่นักดนตรี (รวมทั้งศิลปินสาขาอื่นๆ ) จะต้องมีหลักวิชาการ "ทำให้ถูกต้องในทางหลักวิชาของการดนตรี" พร้อมกับการเป็นคนดีของสังคม "ผู้ที่มีศีลธรรมมีความซื่อสัตย์สุจริต" เพื่อให้นักดนตรี สร้างสรรค์จากพื้นฐานที่ดีงามอันแท้จริงของศิลปิน ไปสู่ดนตรีที่ดีงาม ดนตรีที่จรรโลงความดีงามในสังคม ในแง่ของหลักวิชาการและการทำให้ถูกต้องทางหลักวิชาการดนตรี  

  เมื่อพระองค์พระราชทานสัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวอเมริกันพระองค์ตรัสว่า “ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของข้าพเจ้า จะเป็นแจ็ซหรือไม่ใช่แจ็ซก็ตาม ดนตรีล้วนอยู่ในตัวคนทุกคน เป็นส่วนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคนเรา  สำหรับข้าพเจ้า ดนตรีคือสิ่งประณีตงดงาม”

คราวนี้เรื่องใกล้ตัวที่สุดคือเพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมไปค้นคว้ามาได้ว่าเพลง

”ยูงทอง” เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ ประพันธ์ทำนองโดยในหลวง พระองค์ได้พระราชทานเพลงนี้ ให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ .. 2506

ประวัติมีว่าตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองในปี .. 2477 เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยได้ใช้เพลงประจำมหาวิทยาลัยทำนอง”มอญดูดาว”(เพลงนี้ขึ้นต้นว่า สำนักไหนหมายชู ...เอ้อ เออ เอ้อ เอย ประเทศชาติ ) ประพันธ์โดยขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนนาคพันธุ์) จนกระทั่งปี .. 2504 มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสเข้าเฝ้าฯในหลวงและพระราชินี ขณะเสด็จทรงดนตรี เวทีลีลาศ สวนอัมพร ภายในพระราชวังดุสิต วันที่ 30 มกราคม 2504

พระองค์รับสั่งว่าจะทรงพระราชนิพนธ์เพลงประจำมหาวิทยาลัยพระราชทานให้แก่นักศึกษาธรรมศาสตร์ จนในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2506 พระองค์เสด็จฯทรงดนตรี หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และทรงบรรเลงทำนองเพลงที่จะพระราชทานให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยด้วย โดยมีนายจำนง ราชกิจ (จรัล บุญยรัตพันธุ์) เป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้อง และยกร่างโดย หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช

ชื่อ”ยูงทอง” เรียกตามชื่อต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นต้นหางนกยูง ออกดอกสีเหลืองและแดงในช่วงหน้าร้อน ทรงปลูกไว้ 5 ต้น ที่หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื้อเพลง”ยูงทอง”มีว่า

 แหล่งศึกษาร่มเย็นเด่นริมสายชล

เราทุกคนรักดุจหัวใจ

ปลูกยูงทองไว้เคียงโดมมุ่งประโลมโน้มใจรัก 

ธรรมจักรนบบูชาเทิดไว้ 

เหลืองแดงแสงธรรมศาสตร์วิไล 

ปกแผ่ไปในทุกทาง 

สัญลักษณ์ดีเด่นเห็นกระจ่าง 

อย่าจืดจางรักร่วมทางกันไป

*ทรงธรรมปานดังตราชูเด่น ทรงเป็นดวงธรรมนำทางให้ 

พิทักษ์รักษาเชิดชูไว้ อบอุ่นใจไปทุกกาล 

พระธรรมสถิตย์ร่วมจิตสมาน ปฏิญาณรักสามัคคี

รักยูงทองงามเด่นเหนือนที ส่งศักดิ์ศรีไว้ให้ยิ่งยืนนาน

 นักศึกษาธรรมศาสตร์ทุกคนจะร้องเพลงนี้ได้ เพลงประจำมหาวิทยาลัยนี้พระองค์ยังมีพระราชนิพนธ์แก่ชาวจุฬาฯคือเพลง”มหาจุฬาลงกรณ์”ที่ร้องขึ้นด้วยคำว่า “น้ำใจน้องพี่สีชมพู ทุกคนไม่รู้ลืมบูชา พระคุณของแหล่งเรียนมา จุฬาลงกรณ์....” เสด็จทรงดนตรีในหลายมหาวิทยาลัย ทั้งที่จุฬาฯ,ธรรม ศาสตร์,ประสานมิตรหรือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นต้น

เมื่อเขียนหนังสือมีบ่อยครั้งที่จะต้องพัวพันไปถึงของใกล้ตัว เหมือนรุ่นพี่ของผมคนหนึ่งเป็นนักเขียนเจ้าของนามปากกา”แคน สังคีต” ชื่อจริง พิมล แจ่มจรัส และยังมีนามปากกาว่า “พิมาน แจ่มจรัส” ด้วย  เขาเขียนบทกวีในหนังสือ”ยูงทอง”ฉบับพิเศษ ซึ่งออกทุกปีตอนรับบัณฑิตปริญญา มีอยู่บาทหนึ่งที่ประทับใจเขียนไว้ว่า

 พุ่มพนมร่วมฉัตรระบัดปก ระย้ายกระยับย้อยสร้อยแดงเหลือง

ก้านกลมกลมกลีบรีรีสีเรืองเรือง บานในเมืองหอมถึงป่า....อะหา ยูง !

 ในหลวงของเราเป็นศิลปินหลายด้านหลายทาง ทั้งจิตรกรรม,ประติมากรรม,ดนตรี,ถ่ายภาพ,งานพระราชนิพนธ์,งานแปล ฯลฯ ดังจะเห็นได้จากพระองค์ทรงตั้งวงดนตรีอ.ส.วันศุกร์ ทรงบรรเลงร่วมกับวงดนตรีอ.ส.ที่สวนอัมพร

 จากปากคำของอาจารย์แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ศิลปินแห่งชาติที่เดินทางแอล.เอ.ทราบว่าพระองค์ยังทรงโปรดให้คณะนักดนตรีเข้าไปร่วมเล่นเพลงเป็นประจำที่วังไลกังวล หัวหิน

 ตอนที่ผมเรียนหนังสือมีโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์ 2 ครั้งคือครั้งแรกวันทรงดนตรีที่หอประชุมใหญ่ พระองค์พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีรวมทั้งพระราชโอรสและพระราชธิดาจะเสด็จอย่างพร้อมเพรียง การบรรเลงดนตรีอย่างเดียวไม่พอ พระองค์ทรงมีเรื่องเล่าต่างๆให้ทุกคนสนุกหัวเราะอย่างเป็นกันเอง เพราะภาษาดนตรีคือภาษาแห่งความอภิรมย์

 คนหนึ่งที่เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดก็คืออาจารย์ดร.อดุล วิเชียรเจริญ ขณะนั้นท่านเป็นคณบดีคณะศิลปศาสตร์ (อยู่ในระดับพระสหายคนหนึ่งของพระองค์) ท่านนี้มักจะออกมาเป็นโฆษกเพื่อให้ออกรสชาติในการพูด

 ส่วนครั้งที่สองนี่ใกล้ชิดที่สุดคือวันรับพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งพระองค์พร้อมด้วยพระราชินีเสด็จฯพระราชทานแก่บัณฑิตที่จบการศึกษา

 ในวโรกาสมหามงคลที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2549“โต๊ะบรรณาธิการ”ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งและเป้นขวัญของพสกนิกรไทยตลอดไป 

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

(จากโต๊ะบรรณาธิการ ฉบับ 279 วันที่ 8-14 มิถุนายน พ.ศ.2549 )

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping