----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×Í´ÙÃÙ»ãËè--------------------------------------------
ยกโบสถ์ไทยเอาท์ริชไปไว้ที่
บ้านผู้ปกครองสุนทร
อุทารวุฒิพงษ์
วันเสาร์ที่
22 สิงหาคมที่ผ่านมา
สุนทร-พอลลีน
อุทารวุฒิพงษ์
ผู้ปกครองแห่งคริสตจักรไทยเอาท์ริช
เมืองพาสซาดีนาได้เชิญเพื่อนคริสเตียน
เพื่อนสมาคมชมรมและเพื่อนสนิทชิดเชื้อไปที่บ้านในเขตเมืองเทมเปิ้ล
ซิตี้ โดยงานนี้เดือนหนึ่งๆจะหมุนเวียนกันไปตามบ้านของเพื่อนชาวโบสถ์
วันนั้นเป็นคราวของโจ-พอลลีนต้องจัดขึ้นที่บ้านประกอบกับ
ศจ.ดร.มาโนช
แจ้งมุข
ประธานกรรมการอำนวยการสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย(The Evangelical Fellowship of Thailand) เดินทางมาส่งลูกเข้าเรียนหนังสือต่อ
ก่อนกลับท่านแวะเยี่ยมชาวคริสเตียนที่คุ้นเคย
อีกทั้ง ท่านเองก็เป็นศิษย์มาก่อนเคยมาอยู่ที่นี่
4 ปีช่วงเรียนปริญญาโท
ท่านเรียนจบปริญญาเอกด้านเทววิทยา-ศาสนศาสตร์
เย็นวันนั้นเท่าที่สังเกตจะมีสมาชิกคริสตจักรไทยเอาท์ริช
3 แห่งไปรวมกันคือที่พาสซาดีน่า,แวนนายส์และฮอลลีวู้ด
อีกทั้งแง่ของสถาบันก็มีศานติ์
หงสกุล นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯที่ไปเชิญชวนสมาชิกคริสตจักรไปร่วมวางพวงมาลาวันปิยมหาราช
25 ต.ค.นี้ที่วัดไทยแอล.เอ. ยังมี พวงรัตน์
จันทรวงศ์
นายกสมาคมนิสิตเก่าม.เกษตรฯและ
จิตรประภา
สันติ นายกสมาคมธรรมศาสตร์แห่งแคลิฟอร์เนียฯ
ผู้ได้รับเชิญส่วนอื่นๆก็เป็นผู้สนิทชิดชอบกับเจ้าของบ้านในหลายวงการ
ข้อคิดจากอาจารย์มาโนชวันนั้นท่านพูดได้สนุก
สามารถโยงเรื่องเล่าเข้าสู่คำสอนทางศาสนาได้ทั้ง”เจ้าเตี้ย”และคนจีนที่ถุกถีบลงจากสระ
มีข้อคิดว่าอย่าไปหาตัวคนถีบแต่ควรจะเลือกเอาผลประโยชน์ที่จะได้รับหรืออย่าไปห่วงเรื่องเดิมที่ผ่านไปแล้ว
อันไม่เกิดประโยชน์
อาหารเย็นนั้นเพียบพร้อมมีผู้นำไปช่วยกัน”ลงแขก-ลงขัน” หลายราย รวมทั้งหอยทอดที่ยกกระทะไปตั้งทอดกันสดๆงานเลิกประมาณ
21 น.เพราะก่อนหน้านั้นอาจารย์มาโนชเมื่อเสร็จกิจแล้วท่านก็ตรงไปสนามบิน
LAX เพื่อขึ้นเครื่องการบินไทยกลับเมืองไทยทันที
มีโอกาสไปศึกษาความเป็นมาของสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทยนับเป็นองค์กรคริสต์ใหญ่อันดับ
3 ประเทศไทย
รองไปจากกลุ่มนิกายคาทอลิกและกลุ่มนิกายโปรแตสแตนท์
คือสภาคริสตจักรในประเทศไทย
ในประเทศไทยยังมีกลุ่มคริสเตียน
คริสตจักรองค์การ
คณะมิชชั่น
และสถาบันคริสเตียนใหญ่น้อย
กระจัดกระจายกันอยู่ทั่วประเทศไทยโดยไม่ได้เข้าสังกัดสภาคริสตจักรในประเทศไทยด้วยเหตุผลต่าง
ๆ กัน ในปี
ค.ศ. 1969 (2512) ศาสนาจารย์สุข
พงษ์น้อย และศาสนาจารย์คนอื่นๆพร้อมกับมิชชันนารีบางคนเริ่มก่อตั้ง”สหพันธกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย” ขึ้นเพื่อประกาศพระกิตติคุณแก่ประชาชนชาวไทย
ต่อมาเปลี่ยนชื่อมาเป็น”สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย” และจดทะเบียนจัดตั้งเป็นองค์การขึ้นต่อทางราชการ
และได้รับการรับรองจากกรมการศาสนา
กระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อวันที่
19 มิถุนายน
ค.ศ. 1969 (2512)ให้เป็นองค์การใหญ่ทางศาสนาคริสต์อันดับที่
3 ในประเทศไทย
นี่คือความเป็นมาสั้นๆของผู้นับถือคริสต์ในประเทศไทย
เมื่อคนไทยเดินทางมาอยู่ในสหรัฐฯก็ได้รับนับถือเอานิกายที่ตนเองสังกัดมาด้วย
คนไทยคริสต์จึงมีทั้งคาทอลิกและคริสเตียน ซึ่งคริสเตียนก็แยกย่อยไปอีกหลายนิกาย ฝ่ายพุทธไทยก็มีมหานิกาย(เช่นวัดไทยแอล.เอ.และวัดอื่นๆ)และธรรมยุติกนิกาย(เช่นวัดป่าธรรมชาติและวัดอื่นๆ)
ยังคนไทยมุสลิมอีกขณะนี้เข้าสู่เดือนถือศีลอด(รอมฎอน)หรือคนไทยผู้ไม่สนใจในศาสนาก็มีเช่นกัน
ส่วนหนึ่งก็เข้าวัดแต่ไป”วัดดวง”นะครับ
นอกจากนี้ยังได้รับข่าวคราวว่าจะมีศาสนาจารย์ชื่อดังจากเมืองไทยคือ
อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ (Thongchai Pradabchananurat)
แห่งสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ในประเทศไทย
เดินทางมาร่วมงาน Inter Church 2009 โบสถ์คริสต์ไทยทุกแห่งจะไปรวมตัวกันที่โบสถ์พระกิตติคุณ
เลขที่ 3041 South Peck Rd.,El Monte, CA 91731 โทร.(818) 800-4986 งานเริ่มวันศุกร์ที่
28 ส.ค.เวลา 19.30 น.โบสถ์
Thai Outreach เป็นคืนแรกที่นำอวยพรพระเจ้า วันเสาร์ที่
29 ส.ค.เวลา 17.30 น.ร่วมรับประทานอาหารเย็น
พิธีเริ่ม
19.00 น.และวันอาทิตย์ที่
30 ส.ค.เริ่ม 19.00
น.เช่นกัน
ในพิธีจะปาฐกถาหัวข้อ
Change Hardships/Problems into Blessings หรือเป็นการสวดเพื่อเปลี่ยนความุกข์ยากและปัญหาให้เกิดสุข
อีกข่าววันเสาร์ที่
12 ก.ย.นี้ชาวคริสตจักรไทย
เอาท์ริชจะไปเที่ยวกันที่เมือง
Oxnard แบบไปเช้า-เย็นกลับ ก็คงจะมีเท่านี้ก่อน
– ขอพระเจ้าอวยพระพร
|