คนเอเชียเริ่มเป็นชนชั้นกลางมากขึ้น: คนไทยมี 15 ล้าน
ในรอบ
3 ทศวรรษที่ผ่านมาเศรษฐกิจของญี่ปุ่นซึ่งเป็นอันดับสองของโลก
แม้ว่าทุกวันนี้จะยังคงเป็นอันดับ
2 อยู่ แต่ประเทศที่เหลือในเอเชียเมื่อรวมกันแล้วเริ่มแซงหน้าญี่ปุ่น
นายรอเบิร์ต
ซับบาราแมน
นักเศรษฐศาสตร์ของลีห์แมน
บราเธอร์ ชี้ให้เห็นว่าการบริโภคของคนเอเชียในช่วงนี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงส่งผลให้เป็นแบบอย่างของการส่งออก ประชากรเอเชียประมาณ
3 พันล้านคนเริ่มขยับฐานะทางเศรษฐกิจขึ้นเป็นชนชั้นกลาง และขยายตัวรวดเร็วมากกว่าภูมิภาคอื่นๆของโลก ส่งผลให้เกิดการบริโภคบูมมากขึ้น
เรื่องนี้ ยูว่า เฮนดริก-วอง
ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของ
Mastercard
International ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบแนวโน้มของผู้บริโภคในเอเชียเห็นด้วยกับความคิดที่ว่าคนเอเชียเริ่มขยับฐานะเป็นชนชั้นกลางมากขึ้น สังเกตได้จากการบริโภคไม่ใช่บริโภคขั้นพื้นฐานธรรมดา
แต่ชนกลุ่มนี้จะไปเที่ยวนอกประเทศในวันหยุด,ไปกินอาหารตามภัตตาคารและไปช้อปปิ้งในมอลล์มากขึ้น
เฮนดริก-วอง
ชี้ว่าชนชั้นกลางเอเชียซึ่งใช้อัตรารายได้เป็นเครื่องวัดโดยกำหนดไว้ที่
5,000 ดอลลาร์ต่อปี ปัจจุบันคนเหล่านี้กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆดังนี้
ประเทศจีนมี
80 ล้านคน,ไทย
15 ล้านคน, อินเดียและอินโดนีเซียประเทศละ
12 ล้านคน,มาเลเซีย
9 ล้านคน,ฟิลิปปินส์
6 ล้านคน
ในอินเดียปัจจุบันมี
200 ล้านคนที่มีรายได้มากกว่าปีละ
1,500 ดอลลาร์ กลุ่มคนเหล่านี้สามารถใช้เงินซื้อพวกแชมพูสระผม,ยาสีฟัน,จักรยานและสินค้าอุปโภคขั้นพื้นฐานอื่นๆได้
ประเทศจีน
มีการรายงานต่ำกว่าความเป็นจริงเรื่องการบริการ
ดังนั้นจึงทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ(GDP)เพิ่มเป็น
16.8 % มากกว่าการประเมินเมื่อปี
2004 ส่งผลให้จีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ
4 ของโลกในปี
2005
จากการคำนวณของ
Goldman
Sachs ในปี 2006 แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจถอยตัวลงบ้าง
แต่เอเชียรวมกัน(ยกเว้นญี่ปุ่น)เชื่อว่าจะเติบโต
7.5 % ขณะที่ทั่วโลกเศรษฐกิจรวมกันโต
4.1 %
สิ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจของเอเชียชะลอตัวมี
2 ประการคือปัญหาราคาน้ำมันแพงและเรื่องไข้หวัดนก
หากทั้งสองอย่างยังทรงตัวอยู่หรือลดลงจะทำให้เศรษฐกิจของเอเชียเติบโตมากขึ้น
สำหรับเศรษฐกิจ”เสือ 4 ตัว”ประกอบด้วย
เกาหลีใต้,ไต้หวัน,สิงคโปร์และฮ่องกง
ยังต้องพึ่งพิงกับการส่งออกเพื่อที่จะได้เป็นประเทศร่ำรวยที่สุด
เหมือนเช่นความสำเร็จของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่
2 ประเทศทั้ง
5 ประเทศที่กล่าวมานี้ก็มีชนชั้นกลางรวมกันประมาณ
210 ล้านคน
ส่วนประเทศจีนถือเป็นประเทศที่พลิกฟื้นเศรษฐกิจมากที่สุด รัฐบาลพยายามที่จะทำให้เกิดการสมดุลกันระหว่างการลงทุน,การส่งออกและการบริโภค
เมื่อเอเชียเริ่มจะมีชนชั้นกลางก็หมายความว่าการออมเงินบางส่วนเริ่มหายไปเพราะจะต้องเป็นหนี้ด้วยการกู้ยืมเงินมาซื้อสินค้าประเภทฟุ่มเฟือยหรือเครื่องบันเทิงความสุขความสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นรถยนต์,ทีวี,ตู้เย็นและเครื่องล้างจาน
ปัจจุบันยอดเงินกู้ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียเหนือ(ไม่รวมญี่ปุ่น)
เพิ่มจาก 18 % ในปี
1999 เป็น 27 %
ผู้บริโภคไม่เพียงแต่บริโภคภายในประเทศเท่านั้น
ในปี 2004 คนจีน
29 ล้านคนเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศ
ถือเป็นการสร้างงานเพิ่มทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันเชื่อว่าในปี
2010 จะสร้างงานด้านท่องเที่ยวในประเทศถึง
50 ล้านคน
นี่คือโฉมหน้าใหม่ของเอเชีย
|