Editor Editor Immigration American Way Interview Column Tubna Business-Society Business Society Special Report Sport Letter to Editor Letter from Thailand Cartoon Veera Shopping
 
 
 
 
 
 


สมัคร สุนทรเวช / ยงยุทธ ติยะไพรัช / ชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ

จับตาเลือกตั้ง 23 ธันวาคมเป็นโมฆะ

                ในการเลือกตั้งในระบอบการเมืองการปกครองประชาธิปไตยตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2475 มาจนถึงวันนี้มีการเลือกตั้งทั้งหมด 24 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2476 และ ครั้งล่าสุดวันที่ 23 ธันวาคม 2550 กำลังร้องเรียนให้ศาลฎีกาพิจาณาให้เป็นโมฆะ

                ประวัติศาสตร์เลือกตั้งมีบาดแผลติดเชื้อมาทุกครั้งซึ่งบางครั้งอาจจะหนักหรือ จะเบาแตกต่างกันไป สำหรับแผลใหญ่ลุกลามที่ไม่อาจจะเยียวด้วยระบบประชาธิปไตยจำต้องรักษาด้วยระบบเผด็จการที่พอจะยกมาเป็นกรณีศึกษาคือการเลือกตั้งครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 ซึ่งถือว่าเป็นเลือกตั้งที่สกปรก และนำไปสู่การรัฐประหาร 16 กันยายน พ.ศ.2500 โดยจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์ ทำให้การเมืองไทยเข้าสู่ยุคเผด็จการเต็มตัว

                และมีเรื่องรอยเกวียนเวียนทับรอยเท้าจากการลากตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2549 ที่สร้างความอดสูในระบอบประชาธิปไตย เพราะไม่ต่างกับกับการซื้อขายสัมปทานอำนาจ ด้วยการใช้เล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองและเงินเป็นร่างทรง จนต้องนับหนึ่งใหม่ยังเริ่มไม่ได้ต้องเข้าสู่ทางตันจนเหตุการณ์พลิกผันให้มีการยึดอำนาจรัฐประหารอุบัติขึ้นอีกคำรบเมื่อ 19/9/49 ได้จุติรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้มีการเลือกตั้งใหม่

                ดังนั้นการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 24  ยังถือว่ายังซ้ำรอยประวัติศาสตร์การเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549 ถึงแม้จะมีการยุบพรรคไทยรักไทย แล้วมีการเทคโอเวอร์พรรคพลังประชาชนเป็นพรรคใหม่ แต่สมาชิกรวมไปถึงผู้อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังยังเป็นคนหน้าเหลี่ยมคนเดิมจึงอุปมาเสมือนหนึ่งเหล้าขวดเก่ารินออกมาบรรจุขวดใหม่เท่านั้นเอง

                ด้วยเหตุดังกล่าวการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ยังคงตอกย้ำความผิดพลาดให้ลึกถลำเกินหยั่งคาด                                                         

เนื่องจากหลังเข้าคูหากาเบอร์ พรรคพลังประชาชนจะสามารถกุมเสียงชัยชนะแทบจะกินรวบ ด้วยคะแนนสูงสุดทิ้งห่างพรรคประชาธิปัตย์กว่า 70 เสียง ยังต้องประสบปัญหาจากชัยชนะบนความพ่ายแพ้ ในการก่อตั้งรัฐนาวา ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องอ้างถึงความเป็นธรรม ชอบธรรม และ จริยธรรม

ทั้งที่พรรคคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์มีเพียง 165 เสียงถึงเลือกตั้งซ่อมใหม่สามารถทวงตำแหน่ง ส.ส.ได้ทั้งหมดก็ไม่มีเสียงพอเพียงที่จะจัดตั้งรัฐบาล นอกจากพรรคพลังประชาชนจะประสบชะตากรรมเหมือนพวกปลาใหญ่ต้องมาตายเพราะเกยตื้น ที่มีความเป็นไปได้น่าตกตลึง

เหมือนหิมะตกเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปีที่กรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรักและมีหิมะโปรยปรายในประเทศอิหร่าน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วง”นายหญิง ณ จันทร์ส่องหล้า ”คุณหญิงพจมาน ชินวัตร  ภริยา  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับสู่มาตุภูมิโดยมีเบื้องหน้าเพื่อต่อสู้คดีที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)ลำเลียงให้อัยการพิจาณาสั่งฟ้อง พยายามที่จะขอเจราจากับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)ทำท่าว่าพยามจะสมานกับคอรัปชั่น บอกปัดขอให้ไปพูดกับทนายความ 

นอกจากนี้ยังมีข่าวเล็ดลอดไร้หลักฐานว่า”นายหญิง”ยัง เป็นผู้บัญชาประกาศิตให้มีการวางตัวตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีข่าวสวนกระแสออกมาน่าจะเป็นนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี หรือ อาจจะเป็นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมผูกขาดเป็นผู้คว้าพุงปลามันไปกิน

ดังนั้นวิวาทะของนายเฉลิม อยู่บำรุง หรือ “เหลิม ลอนดอน“ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ที่เคยกล่าวตีตราจองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนตั้งแต่ก้าวแรกขึ้นสังเวียนการเมือง จนมาถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความแน่นอน อาจจะเกิดโศกนาฏกรรมแบบนอนมามีพระนำก็ได้ เพราะชะตากรรมของเหล่ามือปืนรับจ้างแอบอ้างประชาธิปไตยจะเป็นอย่างไรนั้น เป็นเพียงนั่งร้านบันได ที่ขึ้นอยู่กับผู้บงการจ้างวาน จะเป็นผู้พิพากษาเมื่อทำงานสำเร็จ ในท้ายสุดอาจจะพบกับสำนวนจีนที่ว่า  

นกสิ้นเกาทัณฑ์ซ่อน กระต่ายเจ้าเล่ห์ตาย สุนัขรับใช้สิ้น

อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์เฉพาะหน้าในวันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด พ้องกับพุทธพจน์ ที่ว่า อดีตเป็นเพียงความฝัน อนาคตเป็นเพียงมโนภาพ ความจริงทั้งหมดขึ้นอยู่กับปัจจุบัน คือเวลาที่สำคัญที่สุด คือเวลานี้ วันที่สำคัญที่สุดคือวันนี้ และ คนที่สำคัญที่สุดคือคนที่คุณกำลังพูดคุยเวลานี้

ณ วันนี้ชตาะกรรมของพรรคการเมืองหลายพรรคที่พากันสุมหัว ปลิ้นปล้อนกระล่อน ตอแหล  หลอกประชาชนเข้ามาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลตกอยู่ในเงื้อมมือของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะอาจจะถูกยุบพรรคตามกฎหมายใหม่ และ ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งแล้วไม่มีสิทธิ์เหยียบสภาหินอ่อนกว่าครึ่งร้อย ถูกกกต.สอยร่วงทั้งให้ ใบแดง ใบเหลือง ปลิวว่อนสนามมายาสาไถย

การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อาจจะต้องตายเพื่อเกิดใหม่ เพราะ นายไชยวัฒน์  สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ฟ้องคณะกรรมการเลือกต่อศาลฎีกาโดยขอให้ศาลตัดสินให้การเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เป็นโมฆะ  และมีดาบสองหากต้องพลั้งพลาด จาก สราวุฑ  ทองเพ็ญ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคความหวังใหม่ ยื่นฟ้องขอให้ศาลตัดสินให้การเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้า เมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคม 2550 เป็นโมฆะ

จากดาบแรก ดาบสอง คมห่าอาวุธที่ถาโถมเข้ามา ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนการเลือกตั้งทำให้พรรคพลังประชาชนที่ประสบชัยชนะแล้วไม่มีความหมาย อาจจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในขณะที่มีบาดแผลทั่วร่างกาย เริ่มจากนายสมัคร สุนทรเวช ต้องขึ้นเขียงในคดีทุจริตรถและเรือดับเพลิงและ คดีหมิ่นประมาทชวนให้ตกอยู่ในภาวะกลางคืนนอนควันกลางวันนอนไฟ ไม่ค่อยมีเสียงออกมาเสวนาเรียกร้องส้องเสพเมถุนกับใคร  

ในส่วนของพรรคพลังประชาชนเองก็ประสบความระส่ำระสายวิ่งวนไม่ต่างกับมดอยู่ใน กระทะตั้งไฟ เกรงจะถูกยุบพรรคตายซ้ำรอยอดีตพรรคไทยลักไทย ซึ่งมีเหตุปัจจัยเป็นไปได้ทุกกรณี เช่น นายยงยุทธ   ติยะไพรัชหรือ”ยุทธ ตู้เย็น“รองหัวพรรคพลังประชาชน ต้องเผชิญกับวิบากกรรม อาจจะนำมาสู่การยุบพรรค กรณีใช้รถราชการขนคน ,ซื้อเสียงเลือกตั้ง ที่จังหวัดเชียงราย

เรื่องดังกล่าวนี้นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย วิ่งเข้าหาตำรวจขอความคุ้มครอง ดูแลความปลอดภัย เมื่อเปิดเผยความจริง อาจจะพบกับความตายว่า“ยืนยันว่าผมเป็นคนไปซื้อตั๋วเครื่องบินใน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จากนั้นก็ขึ้นเครื่องบินไป กรุงเทพฯ ที่ท่าอาศยานเชียงราย และเข้าพักในโรงแรมในกรุงเทพฯและหลังจากให้การกับ กกต.กลางไปแล้วปรากฏว่าภายในพื้นที่เริ่มมีการปล่อยข่าวว่าผมอยู่ในขบวนการยาเสพติด หรืออดีตมือปืน และผู้มีอิทธิพล ขอยืนยันว่าไม่จริง “ กำนันตำบลจันจว้า กล่าว

จากเรื่องนี้เพียงเรื่องดูเหมือนจะมีเรื่องพระศุกร์เข้า พระเสาร์กำเริบ ยุ่งเกี่ยวกับชตะกรรมทุกชีวิตในพรรคพลังประชาชน เพราะนายยงยุทธเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ในอดีตเป็นเสนาบดีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯและปัจจุบันครองหัวโขนเป็นถึงรองหัวพรรคพลังประชาชน หากศาลฎีกาสามารถรวบรวม พยานหลักฐานเพียงพอกอาจจะเกิดมหาจิตกาธาน หรือทุ่งสังหารตายหมู่ดารดาษเหมือนขอนไม้ เป็นรอยเกวียนเวียนทับรอยเท้าพรรคไทยรักไทยที่ไม่เคยมีใครสำเหนียกจดจำ

ถึงแม้ว่าพรรคพลังประชาชนจะสามารถประสบชัยชนะในเบื้องต้นก็เป็นเพียงความถูกใจไม่ใช่ถูกต้อง

ความถูกใจเป็นหัวใจจากกฎหมู่ใน ดิจิตอล ซึ่งเป็นยุคข้อมูลข่าวสื่อสารไร้พรมแดน ที่นายทุนสามานย์สามารถยึดครองไว้ได้เกือบทั้งหมด ทั้งครองน่านฟ้า พสุธาใต้ปฐพี ได้ใช้กลไกการตลาดชักชวนโฆษณาคนเชื่อถือศรัทธา สามารถสร้างขาวให้เป็นดำ คนผิดให้เป็นคนถูก คนหน้าเหลี่ยมกลายเป็นหน้าโมนมีเมตตาโอบอ้อมอารีมี เป็นศาสดาที่พึ่งของสาวก ที่อ้างว่าเป็นคนเดือนตุลาฯแล้วยอมอยู่ใต้บาทาของนายสมัครที่สั่งเคยไล่ล่าปรามปราม จนต้องร่อนเร่หนีไปอยู่ป่าอยู่ตามเขาแล้วเข้ามาร่วมมือกันในวันนี้

ภาพลักษณ์สีเทาเข้ม จากการเสพเมถุนระหว่างซ้ายตกขอบกับขวาอมตะที่ร่วมมือกัน เปิดสงครามที่ไม่ต้องหลั่งเลือด เพื่อคนหน้าเหลี่ยมเพียงคนเดียว ได้ตอกย้ำให้เห็นความจริง จากบทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ นักคิดนักเขียนคุรุของเหล่านักสู้เดือนตุลาที่รจนาไว้กว่าสามทศวรรษยังคงเป็นอภิมหาอมตะนิรันดร์กาลไว้ว่า

ได้ข้าวที่เขาขุนและเศษบุญที่เปรอปรน       

เห่าโฮ่งจนลืมตนจนลืมตัวและลืมตาย

เจ้าซื่อต่อคนคด แต่ทรยศต่อคนไทย              

ลูกหลานละอายใจที่พ่อ แม่ (มัน)เป็นคนทราม

รูปธรรมในวันนี้จะเห็นได้จากพฤติกรรมโดยรวมของสมาชิกพรรคพลังประชาชนก็ยังยึดติดกับความสำเร็จแบบเดิมๆ ด้วยการตลาดนำการเมือง แล้วแสดงออกถุงความซุ่มซ่ามย่ามใจ เหมือนยุคที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังครองอำนาจวาสนา จนกลายเป็นนิสัยอันถาวรไม่ยอมปรับตัว รับกฎกติกาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2550

มิพักกลับดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับ“เฮงซวย“หรือ“รัฐธรรมนวยหัวคูณ“อันเป็นคำผวนชวนกระชากหัวเข็มขัดทะลวงกล่องดวงใจ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับหัวคว (า)ย ตัดสระ อา

พฤติกรรมของสมาชิกพรรคพลังประชาชน ที่ท้าทายชนิดไม่สะทกสะท้านเวหาไม่อายปฐพี แถมยังทำตัวเป็นปรปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หลายครั้งหลายครา ต่างกรรมต่างวาระ ราวกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่ทำอะไรไม่ผิด ดุจดั่ง พระราชนิพนธ์ ของพระมหาธีรราช ที่ว่า

“เป็นผู้มีอำนาจวาสนา วาจาสิทธิ์  ทำอะไรไม่ผิด เพราะฤทธิ์ขลัง ถึงพูดผิดกำหมัดซัดลงปัง    กลายเป็นเรื่องถูกจังไปทั้งเพ “  

เรื่องกฏหมู่ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องถูกใจของคนส่วนมากที่สะท้อนให้เห็นความแตกต่างระหว่าง  2 นัคราประชาธิปไตย ระหว่างชนบทกับในเมือง ซึ่งเป็นภาพความขัดแย้งเกิดอย่างกว้างใหญ่ไพศาลทุกหัวระแหงระหว่างความถูกใจกับความถูกต้อง ที่แต่ละฝ่ายยกขึ้นมาเป็นสรณะ

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมคงไม่สามารถจะตัดสินว่าฝ่ายใดผิดฝ่ายใดถูกเพียงแต่ทำให้เกิดความสมดุลขึ้นในสังคมไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดำเนินการไปโดยสุดโต่งตามความอำเภอใจโดยให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้พิพากษาหาทางออกคลี่คลายวิกฤติประเทศไทย โดยเฉพาะในห้วงนี้มีคดีความที่ถูกรวบรวมคดีจากอดีต และ ปัจจุบัน ที่ผูกมัดติดกับพรรคพลังประชาชน ขึ้นราชรถเข้าคิวเชือด กระบวนการยุติธรรม ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส ไว้ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2549  ว่า....ให้กระบวนการยุติธรรมช่วยคลี่คลายวิกฤติที่หนักที่สุดในโลก ถ้าทำไม่ได้ขอให้ออกไป

ในปีนี้จึงถือว่าเป็นปีแห่งการเปิดศักราชใหม่ ที่คณะตุลาการจะต้องเปิดยุทธการข้างมุสิกไม่เกรงภาชนะป้องกันคนที่ไม่ดีขึ้นมาปกครองคนดี แล้วจ้องล้างผลาญงบประมาณแผ่นดินซื้อคนทั้งแผ่นดินเอาไว้เป็นฐานเสียงให้ได้มากเกินพอ เตรียมยุบสภาเลือกตั้งใหม่ อีกกี่ครั้งก็ยังเป็นคนหน้าเดิมที่ เห็นแล้วทุกคนส่ายหน้าไม่รู้ว่าทั้งชีวิตทำดีอะไรมาบ้าง

จากบริบทของการเลือกตั้งล่าสุดที่ผ่านมา นายปราโมทย์   นาครทรรพ เอตทัคคะทางการเมือง ได้เขียนบทความ”เย้ยทั้งฟ้าท้าทั้งดิน สิ้นยำเกรง “ ยกขึ้นเป็นบรรทัดฐาน 6 ข้อ แล้ว ฟันธงว่าการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 จะเป็นโมฆะ พรรคการเมืองจะถูกยุบอย่างน้อย 3 พรรค การเมืองไทยจะเคลื่อนเข้าสู่สุญญากาศ ผลักดันให้บ้านเมืองเราเข้ามิคสัญญีกลียุค หรือจะผันวิกฤติเป็นโอกาส ได้อีกครั้งหนึ่ง  ทำให้ระลึกถึงคำจารึก ของอริสโตเติล (Aristotle) ปรมาจารย์ทางการเมืองและนักปราชญ์ของกรีก ที่บัญญัติไว้ในโลกาว่า

“ดั้งนั้น ความดีของมนุษย์ จะกลายเป็นจุดจบของศาสตร์แห่งการเมือง “  .....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy