่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่--------------------------------------------
ข่าวสังคมบอสตันฉบับนี้ เป็นฉบับสุดท้ายของเดือนมกราคม รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาบรรยากาศโดยทั่วไปในนครบอสตันและเมืองใกล้เคียง บอกได้ประโยคเดียวว่า อากาศหนาวจัด บางวันอุณหภูมิลดลงถึง ศูนย์องศาฟาเรนไฮ ถึงแม้อากาศจะหนาวเย็นยะเยือกเท่าไรไม่ทำให้
คุณอุษณีย์ ฆารสินธุ์ คุ๊ก ลดละความพยามไปทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิด เมื่อวันที่ 27 มกราคม พร้อมด้วยสามีถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ และทำพิธีบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลให้ คุณแม่เรี่ยม ฆารสินธุ์.....@ คุณอุษณีย์ (อิ๊ด) จะเดินทางกลับเมืองไทย วันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเยี่ยมญาติๆ และทำบุญอุทิศให้คุณแม่เรี่ยม ฆารสินธุ์
ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี ขอให้คุณอุษณีย์เดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสะดวกและปลอดภัย......@เด็กหญิงมิลาน มุกวาริน มาร์ซิลลี่ หรือน้องมุกพร้อมด้วยคุณพ่อคุณแม่ มีศรัทธาถวายเครื่องฟอกอากาศแด่พระสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม ในโอกาสทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิด (21 มกราคม) ขออวยพรให้น้องมุกมีสุขภาพแข็งแรง มีสติปัญญาดีเลิศ สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ
..@ คุณวนิดา ลิมปนาธาน พร้อมด้วยครอบครัวอาราธนาพระสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ มาเจริญพระพุทธมนต์ฉันภัตตาหารเพลที่บ้าน ณ เมือง
Quincy วันอาทิตย์ที่ 28 มกราคมมีญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมงานบุญกันอย่างอบอุ่น อิ่มท้อง
อิ่มบุญ และอิ่มใจกันทุกคน
..@ ครอบครัวอบอุ่นเป็นต้นทุนหนุนให้สังคมเข้มแข็ง สังคมไทยควรเป็นสังคมที่สงบสุข เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปันกัน ปรารถนาดีต่อกัน สามัคคีกัน เพราะเรามีพุทธศาสนาที่มีหลักธรรมที่มุ่งสอนให้เรารักกัน ทำดีต่อกัน
ทุกคนเป็นเพื่อนกัน สังคมไทยจะเป็น สังคมคุณธรรม ได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนได้ศึกษาและลงมือปฏิบัติตามหลักธรรมที่พระพุทธองค์ได้ตรัสสอนไว้
..@ รัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้จึงวอนทุกภาคส่วนใช้หลักคุณธรรมสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็ง ดังที่พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อเรื่อง สังคมคุณธรรม ในการประชุมสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติและตลาดนัดคุณธรรม ครั้งที่
2
เมื่อวันศุกร์ที่ 26
มกราคม พ.ศ. 2550 เวลา 09.00 น. ณ
ห้องแพลนนารี
ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า
คุณธรรมและจริยธรรมมีความสำคัญต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง ถ้าสังคมปราศจากคุณธรรม ประเทศชาติจะไม่สามารถเจริญก้าวหน้าได้อย่างแท้จริง แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีการนำไปสู่ภาคปฏิบัติอย่างจริงจัง อีกทั้งขาดการบริหารจัดการให้ได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้องจนเกิดพลังในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นการสร้างสังคมคุณธรรมจึงจำเป็นต้องได้รับการกำหนดทิศทางให้ชัดเจน
..@
ปัจจุบันความไม่ปกติสุขของประชาชนและสังคมของไทยมีมากขึ้น เพราะจำนวนประชากรและมีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีคนที่ไม่เคารพกฎหมาย ระเบียบ
วินัย วัฒนธรรมและขาดศีลธรรมทางด้านศาสนาเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนแล้ว ยังก่อให้เกิดโทษต่อบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง จึงต้องมีการพูดถึงเรื่อง คุณธรรม ที่มีความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานว่า สภาพคุณงามความดี ซึ่งแปลได้ว่า ทุกอย่างที่ถือเป็นคุณงามความดีนั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องของคุณธรรมทั้งสิ้น
..@ ดังนั้น การส่งเสริมการสร้างคุณธรรม จึงถือเป็นความท้าทายของคนในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล ของส่วนราชการ
หรือของหน่วยงานหรือองค์กรใดองค์หนึ่ง แต่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคนจะต้องร่วมกันสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น เพื่อสังคมจะได้มีแต่ความสงบสุขและเสมอภาคเท่าเทียมกันทุกคน
..@ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำว่า ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าศีลธรรม คือการนำคำสอนทางศาสนามายึดถือปฏิบัติและต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง จนบังเกิดผลเป็นรูปธรรม ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาท แก่พสกนิกร ณ ท้องสนามหลวง
เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2525 ซึ่งตรงกับวันฉลองครบรอบ 200 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ทรงกล่าวเรื่อง คุณธรรม
4
ประการ
ดังนี้ 1) สัจจะ คือการรักษาความสัตย์ ความจริงต่อตัวเองที่จะประพฤติปฏิบัติตนแต่สิ่งที่เป็นธรรม เป็นประโยชน์แก่ตัวเองและส่วนรวม 2) ทมะ คือ การรู้จักข่มใจของตัวเองในเวลาที่มีสิ่งภายนอกมากระทบ พยายามฝึกใจของตัวเองให้อยู่ในความนึกคิดที่เป็นสัตย์เป็นจริง ไม่หวั่นไหวโยกโคลงไปในทางที่ไม่ดี 3) ขันติ คือความอดกลั้น อดทน อดออม รู้จักยับยั้งเมื่อถูกระทบกระทั่ง มีความอดทนต่อความทุกข์ ความเหนื่อยยาก ไม่ปล่อยให้สิ่งที่ไม่ดีไม่งามมาครอบงำ อดออมต่อสิ่งที่ได้มา ไม่ฟุ่มเฟือยใช้สอยจนเกินควร เก็บหอมรอมริบเพื่อประโยชน์ในวันข้างหน้า และ
4)
จาคะ
คือ ยอมสละในสิ่งที่ควรสละทั้งภายนอกและภายใน ภายนอก
เช่น ยอมสละความสุขเล็กน้อยเพื่อความสุขอันยิ่งใหญ่ในภายหลัง ยอมสละความสุขและประโยชน์ส่วนตนเพื่อความสุขและประโยชน์ส่วนรวม
..@ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอยากให้ประชาชนยึดถือค่านิยม 4 ประการนี้ไว้เป็นข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันความเสื่อมโทรม และเสื่อมทรามที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งหลักธรรมอีกเป็นจำนวนมากที่สามารถนำมาประพฤติปฏิบัติให้เกิดความดีงาม โดยเฉพาะสามัคคีธรรม การจะปลูกฝังศีลธรรม เพื่อสร้างสังคมคุณธรรมจำเป็นต้องเริ่มจากการเรียนรู้และศึกษา โดยเริ่มต้นจากที่บ้าน โรงเรียนและสถานที่ทำงาน
..@ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงระบบการศึกษาส่วนใหญ่ในขณะนี้ว่า มักใช้ความรู้นำโดยไม่มีปัญญาตาม ซึ่งความรู้กับปัญญามีความแตกต่างกัน เพราะความรู้อาจเป็นเรื่องอะไรก็ได้ แต่ปัญญาคือความรู้ที่มีความดีหรือมีคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งหมายถึงความรู้ทั้งหมดที่เป็นความรู้ควบคู่กับคุณธรรมความดี ทุกคนจึงต้องช่วยกันส่งเสริมและปลูกฝังให้เด็กและผู้ใหญ่ได้มีคุณธรรม ด้วยการยึดมั่นอยู่ในศีลธรรมและความดีงาม โดยผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็ก จึงจะสามารถรักษาคุณงามความดีไว้ได้อย่างยาวนาน
..@ พบกันฉบับหน้า สวัสดีครับ.....อ่านต่อ
|