่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่--------------------------------------------
ข่าวสังคมบอสตัน ชาวไทยในนครบอสตันและเมืองใกล้เคียงทำบุญวันขึ้นปีใหม่ เริ่มเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม วัดบอสตันพุทธวราราม เมืองเบดฟอร์ด จัดงานวันส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สมาทานศีล ร่วมฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
นอกจากนั้นท่านที่มีศรัทธาแรงกล้า ยังไร่วมเจริญพระพุทธมนต์ต้อนรับปีใหม่ 2550 ตลอดคืนจนสว่าง น่าอนุโมทนา สาธุ
..@วันรุ่งขึ้นจันทร์ที่ 1 มกราคม 2550 วัดนวมินทรราชูทิศ นครเคมบริดจ์-บอสตันได้จัดงานวันส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ ขึ้นที่ศาลาอเนกประสงค์ โดยสมาคมผู้ปกครอง ครู โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดนวมินทรราชูทิศ รับเป็นประธานในการจัดงาน มีพุทธศาสนิกชนไปร่วมงานประมาณ 70 คน
..@เนื่องจากในวันจัดงานฝนตก อากาศไม่อำนวย พิธีสงฆ์จึงเริ่มเวลาประมาณ 10.45 น. โดยคุณกีรติ สายะบวร และคุณภาณุพงค์ อัครสุต ผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครูฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เสร็จแล้วสมาทานศีล ตามลำดับ หลังจากพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว สาธุชนได้ร่วมกันทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารเพล ช่วงเวลาพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเพล มีการบรรเลงดนตรีไทยเพราะๆ จากคณะครูและนักเรียนโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดนวมินทรราชูทิศ สนับสนุนโดยสภาวัฒนธรรมไทยนวมินทรราชูทิศ แห่งรัฐแมสซาชูเซตส์
..@ ช่วงบ่ายมีการถวายผ้าป่าวันขึ้นปีใหม่ รายการสุดท้าย เป็นการเจริญพระพุทธมนต์ มหาสมัยสูตร เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการอวยพรให้แก่พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานวันขึ้นปีใหม่ มีความสุขความเจริญรุ่งเรือง ปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง ประกอบกิจการงานต่างๆ ด้วยความสะดวกราบรื่น.....@ การทำ บุญ นี้ เป็นการสร้างสรรค์ชีวิตและชุมชน พระเดชพระคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ได้ให้ หลักการให้ที่ต้องรู้ไว้ เพื่อทำบุญให้ถูกต้อง ว่า
ทาน เป็นบุญกิริยา คือ การทำบุญ ซึ่งแปลง่ายๆ ก็คือการทำความดี เพราะบุญ แปลว่า ความดี แต่โดยตัวศัพท์เอง บุญ แปลว่า 1) เครื่องชำระ สิ่งที่ทำให้สะอาด หรือคุณสมบัติที่ทำให้บริสุทธิ์ 2) คุณสมบัติที่ทำให้เกิดภาวะที่น่าบูชา คือ ควรยกย่องนับถือ
..@ ทาน คือ การให้ หรือแบ่งปัน เป็นเครื่องชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ในระดับหนึ่ง คือชำระล้าง หรือกำจัดกิเลส โดยเฉพาะความโลภ ความเห็นแก่ตัว ความมีใจคับแคบ ตระหนี่ และความเป็นทาสของวัตถุ พร้อมทั้งทอนกำลังของความยึดติดถือมั่นในตัวตนให้เบาบางลดน้อยลง ทำให้ใจเปิดกว้างและเป็นอิสระมากขึ้น จึงเป็นการเตรียมจิตใจให้พร้อม ที่จะบ่มเพาะเพิ่มพูนคุณความดีและการทำบุญอื่นๆ ที่สูงขึ้นไป
..@ ดังนั้น ทาน นอกจากเป็นเครื่องเกื้อหนุนสังคมในทางวัตถุด้วยการกระจายการบริโภคให้ทั่วถึงกัน ลดความกดดันในสังคม และยึดเหนี่ยวสังคมให้มีเอกภาพให้คนเป็นอยู่โดยไม่ต้องเบียดเบียนแย่งชิงกัน เป็นเครื่องสนับสนุน "ศีล" แล้ว ก็ช่วยให้ก้าวต่อไปใน "ภาวนา" ด้วย เริ่มด้วยเป็นปัจจัยต่อกันกับเมตตา พร้อมกับพัฒนาความสุข
..@ เมื่อคิดจะได้จะเอา เราจะมองหรือจ้องไปที่วัตถุแล้วพร้อมกันนั้นก็จะเกิดความรู้สึกหวาดระแวงต่อคนอื่น ทำให้เกิดทัศนคติต่อเพื่อนมนุษย์แบบเป็นคู่แข่งหรือเป็นปฏิปักษ์ การคิดจะได้จะเอา จึงเป็นปัจจัยแก่โทสะ ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้ง แล้วทุกข์และปัญหาก็ตามมา
..@ แต่เมื่อคิดจะให้ เราจะมองไปที่คน จะเห็นหน้าตา เห็นสุขทุกข์ และความต้องการของเขา ความเข้าใจเห็นใจจะเกิดขึ้น แล้วก็จะเกิดเมตตา (ความต้องการให้เขาเป็นสุข) และกรุณา (ความต้องการให้เขาพ้นจากทุกข์)
..@ เมื่อเกิดความต้องการใหม่นั้น คือ ความต้องการให้คนอื่นพ้นจากทุกข์ (กรุณา) และความต้องการให้เขาเป็นสุข (เมตตา) เราก็หาทางสนองความต้องการนั้นของเรา ด้วยการพยายามช่วยให้เขาพ้นจากทุกข์และมีความสุข และเมื่อนั้น การให้แก่เขาก็กลายเป็นการสนองความต้องการของเรา แต่เป็นความต้องการที่เป็นบุญเป็นกุศล ที่เรียกว่า เมตตากรุณา และเมื่อได้สนองความต้องการนั้นแล้ว เราก็มีความสุข ถึงตอนนี้การให้ก็กลายเป็นความสุข
..@โดยนัยนี้ ทานบุญกิริยา คือ การทำบุญด้วยการให้ จึงเป็นปัจจัยแก่ภาวนา ในด้านการพัฒนาจิตใจชึ่งทำให้เกิดทั้งเมตตา กรุณา และความสุข และความสุขนั้นก็เป็นความสุขแบบประสาททั้งสองฝ่าย คือ ทั้งผู้รับก็เป็นสุข และผู้ให้ก็มีความสุข เสริมสร้างไมตรีระหว่างกัน ต่างจากความสุขจากการได้ ชึ่งเป็นความสุขแบบแบ่งแยกและแก่งแย่ง ที่ฝ่ายหนึ่งได้ อีกฝ่ายหนึ่งก็เฉยหรืออด ฝ่ายหนึ่งสุข อีกฝ่ายหนึ่งทุกข์
..@
เมื่อทั้งสองฝ่ายเป็นสุขด้วยกัน ก็คือโลกนี้เป็นสุข บุญจึงเป็นคุณสมบัติที่นำมาซึ่งความสุข ดังพุทธพจน์ว่าสุขสฺเสตํ ภิกฺขเว อธิวจนํ อิฏฺฐสฺส กนฺตสฺส ปิยสฺส มนาปสฺส ยทิทํ ปุญฺญานิฯ (ขุ.อิติ. 25/200/240) แปลว่า: ภิกษุทั้งหลาย คำว่าบุญนั้นเป็นชื่อของความสุข ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่ารัก น่าพอใจ
..0พร้อมกันนั้น บุญขั้นภาวนา ซึ่งในกรณีนี้ คือเมตตากรุณาและความสุข ก็ย้อนกลับมาเป็นปัจจัยแก่ทาน ทำให้เต็มใจและมีความพร้อมที่จะให้ยิ่งขึ้น
..@ จะเห็นว่า การทำบุญที่เรียกว่าท่านนี้ ก็คือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้านปัจจัยยังชีพและวัตถุเครื่องใช้สอยต่างๆ แก่เพื่อนมนุษย์ ตลอดจนสัตว์ร่วมโลกทั้งหลาย ซึ่งเป็นการยึดเหนี่ยวสังคม (=สังคหะ/ทำให้สังคมมั่นคงและมีเอกภาพ) พร้อมกันไปกับการฝึกฝนพัฒนาตนเอง (=สิกขา/ศึกษา)
..@ บุญในข้อทานนี้โดยทั่วไป จะทำใน 2 กรณี คือ
1.เพื่ออนุเคราะห์คือช่วยเกื้อหนุนคนตกทุกข์ได้ยาก อดอยาก ยากไร้ ขาดแคลน หรือประสบภัยพิบัติให้เขามีโอกาสเป็นอยู่และตั้งตัวขึ้นมา2. เพื่อบูชาคุณ คือให้เพื่อยกย่องเชิดชูผู้มีพระคุณ เริ่มแต่พ่อแม่ หรือผู้มีคุณธรรมความดี ที่จะนำคนก้าวไปในการทำความดี และเป็นแบบอย่างแก่สังคม และสนับสนุนผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้มีกำลังที่จะทำความได้ยิ่งขึ้นไป
..@ นอกเหนือจากนี้ไปก็เป็นการให้เพื่อแสดงน้ำใจสงเคราะห์กันตามปกติ ด้วยเมตตาไมตรี เช่นชาวบ้านแต่ก่อน วันไหนทำกับแกงแปลกๆ ก็แบ่งเอาไปให้เพื่อนบ้านใกล้เคียง
..@ในสมัยโบราณ บางท่านถึงกับถือเป็นวัตร (ข้อปฏิบัติที่ต้องทำเพื่อฝึกตนเป็นประจำ) ว่า ทุกวันตื่นนอนขึ้นมาแล้ว ถ้ายังไม่ได้ให้อะไรแก่ใคร จะยังไม่รับประทานอาหาร (ถ้าถืออย่างจริงจัง จะเป็นส่วนหนึ่งของการบำเพ็ญบารมี)
..@พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ .....อ่านต่อ
|