|
|
|
|
|
|
|
|
|
| วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคมคุณเกษม สัตยาหุรักษ์ นายกสมาคมไทยบอสตัน คุณมันทนา สัตยาหุรักษ์ ภรรยา คุณทวีศักดิ์ และคุณรวงทอง จงสกุล กรรมการบริหารสมาคมฯนำเงินซึ่งได้จากการจัดงาน ไทยไนท์ 2006 จำนวน 300 ดอลลาร์บริจาคบำรุงวัดวชิรธรรมปทีป ลองไอส์แลนด์ ขออนุโมทนา |
|
|
| ต่อมาวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม คุณเกษม - คุณมันทนา สัตยาหุรักษ์ คุณทวีศักดิ์ - คุณรวงทอง จงสกุล นำเงินซึ่งได้จากการจัดงาน ไทยไนท์ 2006 จำนวน 300 ดอลลาร์ บริจาคบำรุงวัดบอสตันพุทธวราราม เมืองเบดฟอร์ด ขออนุโมทนาเช่นกัน |
|
|
|
|
|
|
|
|
| เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมเช่นกัน คุณเกษม- คุณมันทนา สัตยาหุรักษ์ คุณทวีศักดิ์-คุณรวงทอง จงสกุล นำเงินซึ่งจากการจัดงาน ไทยไนท์ 2006 จำนวน 300 ดอลลาร์ บริจาคบำรุงวัดนวมินทรราชูทิศ เมือง Raynham |
|
|
| พระสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ 5 รูป ได้รับนิมนต์ไปเจริญพระพุทธมนต์ฉันเพลที่ร้าน Thai Blue Ginger เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ 298 Main Street Greenfield
Center, Route 2A, Greenfield, MA 01301 ขอให้กิจการร้านอาหารเจริญรุ่งเรืองตลอดไป |
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
| คุณเกษม-คุณมันทนา สัตยาหุรักษ์ ภรรยา คุณทวีศักดิ์ และคุณรวงทอง จงสกุล กรรมการบริหารสมาคมฯ นำเงินจากการจัดงาน ไทยไนท์ 2006 จำนวน 3,000 ดอลลาร์ บริจาคให้สภากาชาดไทย เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่ประเทศไทย โดยรองกงสุลใหญ่ ณ
นครนิวยอร์ก มงคล พรหมพยัคฆ์ เป็นผู้รับมอบเมื่อวันที่
6 ธันวาคม |
|
|
| คุณยายดาราวรรณ เรืองอัมพร ทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิดเมื่อวันที่
7 ธันวาคม ขอให้คุณยายมีสุขภาพแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นกำลังใจให้ลูกหลานตราบนานเท่านาน |
|
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
| คุณเกษม สัตยาหุรักษ์ นายกสมาคมไทยบอสตัน และคณะ พร้อมด้วยคุณอรณิชา(ซี) อรรจนกุล ครูสอนดนตรีและคุณวรวิทย์ (อาร์ต) สมเจริญทรัพย์ครูสอนนาฏศิลป์ไทย ประจำอยู่วัดนวมินทรราชูทิศ ไปร่วมงานวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ ณ
นครนิวยอร์ก จัดขึ้นที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดวชิรธรรมปทีป ลองไอส์แลนด์ 3 ธันวาคม |
|
|
|
|
|
่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่--------------------------------------------
ข่าวสังคมบอสตัน เมื่อวันพุธที่ 6 ธันวาคม คุณเกษม สัตยาหุรักษ์ นายกสมาคมไทยบอสตัน คุณมันทนา สัตยาหุรักษ์ ภรรยา คุณทวีศักดิ์-คุณรวงทอง จงสกุล กรรมการบริหารสมาคมฯ นำเงินซึ่งได้จากการจัดงาน ไทยไนท์ 2006 จำนวน 3,000 ดอลลาร์ บริจาคให้สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ประเทศไทย โดยท่านรองกงสุลใหญ่ ณ
นครนิวยอร์ก มงคล พรหมพยัคฆ์ เป็นผู้รับมอบ นอกจากนั้นทางสมาคมไทยบอสตัน ยังนำเงินส่วนหนึ่งไปบริจาคบำรุงวัดอีก 3 วัด คือ วัดวชิรธรรมปทีป ลองไอส์แลนด์ วัดบอสตันพุทธวราราม เมืองเบดฟอร์ด และวัดนวมินทรราชูทิศ เมือง Raynham
..@ คุณยายดาราวรรณ เรืองอัมพร มีอายุครบ 81 ปี บริบูรณ์ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พร้อมด้วยบุตรสาว ได้ทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต คุณยายเล่าว่า ที่มีสุขภาพแข็งแรงดี ก็เพราะลูกหลานดูแลเอาใจใส่ดี อีกทั้งคุณยายก็ไม่มีความกังวลใจในเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น มีครอบครัวอบอุ่น สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น นั่งสมาธิครั้งละ 30 นาที คุณยายได้พัฒนาตัวเองและครอบครัวจนประสบผลสำเร็จ น่ายกย่อง สรรเสริญ และควรนำไปเป็นแบบอย่าง.....@ ในหนังสือกฎแห่งกรรมเล่ม 9 พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่ พระราชสุทธิญาณมงคล ได้กล่าวถึง หลักการในการพัฒนา ไว้ในหัวข้อเรื่อง "พัฒนา" ว่า ในวงการพระศาสนา มีคำให้พรอยู่บทหนึ่ง เป็นพรว่าด้วยความวัฒนา พรนั้นมี ๗
ประการเป็นที่นิยมของผู้ได้รับและเป็นพรที่พระสงฆ์ท่านประสิทธิ์ประสาทให้ประชาชนเสมอๆ แสดงว่า ชีวิตของแต่ละบุคคลที่ได้รับการพัฒนาให้เจริญย่อมเจริญในเรื่องทั้ง ๗
ประการ ๑.
อายุวัฒนา พัฒนาอายุ ๒.
ธนวัฒนา พัฒนาทรัพย์ ๓.
สิริวัฒนา พัฒนามิ่งขวัญ ๔.
ยสวัฒนา พัฒนาความดีเด่น ๕.
พลวัฒนา พัฒนากำลัง ๖.
วัณณวัฒนา พัฒนาผิวพรรณ ๗.
สุขวัฒนา พัฒนาความสุขความสบาย
..@ เวลาพระคุณเจ้าผู้เจริญ ท่านได้รับไทยทานในการทำบุญแล้ว ท่านนิยมสวดอวยพรแก่สัปบุรุษ โดยแปลงศัพท์เหล่านี้เป็นคุณบทของบุคคลว่า อายุวัฑฒโก ธนวัฑฒโก สิริวัฑฒโก ยสวัฑฒโก พลวัฑฒโก วัณณวัฑฒโก โหตุ ซึ่งแปลว่า ให้ท่านจงเป็นผู้เจริญด้วยอายุ เจริญด้วยทรัพย์ เจริญด้วยมิ่งขวัญ ฯลฯ บทอวยพรนี้ น่าจะเรียว่าบทพัฒนาก็ได้
..@ การที่พระท่านสวดบทพัฒนานี้เสมอๆ นั้น ย่อมเป็นการแสดงให้เห็นเหตุผลสองประการคือ ประการแรก แสดงว่าท่านได้ทำหน้าที่แนะแนวแก่ประชาชนในการพัฒนา หรือเตือนประชาชนให้ขวนขวายในการพัฒนาตัวเอง ประการที่สอง เป็นการเสนอหลักการพัฒนาชีวิตของแต่ละบุคคลว่า สมควรทำการพัฒนาในเจ็ดหัวข้อนี้ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่พระคุณเจ้าอวยพรด้วยบทนี้ ก็เป็นอันว่าท่านกำลังทำหน้าที่ผู้แนะนำในการพัฒนาให้แก่ศาสนิกชนนั่นเอง
..@ สำหรับความหมายของพรวัฒนาทั้ง ๗
ก็เข้ากันกับความหมายในการพัฒนาสมัยนี้ที่ทำกันอยู่ทั่วไป เพราะเป็นเรื่องที่ตรงกับความต้องการของประชาชนทุกรูปทุกนาม ดังเช่น อายุวัฒนา การพัฒนาอายุ ได้แก่ การพัฒนาด้านสุขภาพ อนามัย ซึ่งจะทำให้อายุยืน ธนวัฒนา การพัฒนาทรัพย์ ได้แก่ การพัฒนาทางเศรษฐกิจ การเพิ่มพูนรายได้ ปรับปรุงรายจ่าย สิริวัฒนา การพัฒนามิ่งขวัญ ได้แก่ การพัฒนาจิตใจ ความเชื่อถือ ความปลอดภัยทางจิต ยสวัฒนา การพัฒนาความดีเด่น ซึ่งรวมเรียกว่า ยศ คือ เกียรติยศ บริวารยศ อิสริยยศ พลวัฒนา การพัฒนากำลัง ได้แก่ การเพิ่มพูนสมรรถภาพทั้งทางกาย ทางใจ ทางปัญญา วัณณวัฒนา การพัฒนาผิวพรรณ ได้แก่ การบำรุงรักษาความสะอาดเรียบร้อย ทางร่างกายและเครื่องแต่งตัว สุขวัฒนา การพัฒนาความสุข ได้แก่ การพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ไปที่มา เช่น ความสะดวกสบาย
..@ทีนี้ ปัญหาต่อไปมีอยู่ว่า ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถพัฒนาให้เกิดพรทั้งเจ็ดนี้ขึ้นในตัวได้ แน่นอนที่สุด ผู้รับนั้นจะเพียงแต่นั่งคอยอยู่เฉยๆ ย่อมไม่สำเร็จ เมื่อพระท่านให้พรมาแล้ว ตนก็ต้องรับจึงจะได้ การรับนั้นก็เริ่มแต่การรับด้วยใจนอบน้อม เป็นพรที่สำเร็จด้วยใจอธิษฐาน เสร็จแล้วก็รับเอาไปปฏิบัติตามหลักที่ท่านแนะนำให้ คือ ไปพัฒนาเรื่องทั้ง ๗
นั้นขึ้น พรที่เราได้จากพระนั้น ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนได้ข้าวปลูก หรือได้พันธุ์ถั่วงา เราต้องเอาไปปลูกลงดินเอง จึงจะได้ผลงอกเงยขึ้น ยิ่งถ้าไปทำในทางตรงกันข้าม พรก็ยิ่งจะเหือดหายไป เช่น พระท่านไห้พรอายุ ตัวเองกลับไปทำในสิ่งที่ทำลายสุขภาพอนามัย อายุก็ยืนไปไม่ได้อยู่เอง
..@หลังจากนั้นพระเดชพระคุณได้กล่าวถึง สัปปายะ ๔ ว่า เมื่อการพัฒนาตัวเองทั้ง ๗
ทางนั้นได้ผลสำเร็จสมปรารถนา พระพุทธเจ้าทรงสอนให้หันไปช่วยกันพัฒนาถิ่นที่อยู่ของตน คือ ทำถิ่นที่อยู่ให้เป็น ปฏิรูปเทส ทำอย่างไร? คือทำให้มีสัปปายะทั้งสี่พร้อมบริบูรณ์ เช่น อยู่วัด ก็ทำให้วัดเกิดสัปปายะทั้ง ๔
อยู่บ้าน ก็ทำบ้านเกิดสัปปายะทั้ง ๔
อยู่ประเทศ ก็ทำประเทศเกิดสัปปายะทั้ง ๔
นั่นเองคือ
..@ ๑. อาวาสสัปปายะ ทำที่อยู่อาศัยให้สบาย ปลอดภัย น่าเจริญตา น่าเจริญใจ มีถนนหนทางไปมาหากันสะดวก ๒.
อาหารสัปปายะ ปรับปรุงในเรื่องอาหารการกิน ตั้งแต่ที่ทำมาหากิน น้ำท่า ไร่นา ตลาด ตลอดจนอาหารที่จะรับประทานประจำวัน ให้เป็นที่สะดวกสบาย ๓.
ปุคคลสัปปายะ มีบุคคล คือ เพื่อนบ้าน มิตรสหาย ให้เป็นที่สบายใจ คือ เป็นคนดี ไว้วางใจได้ และรักใคร่ปรองดองกันดี ๔.
ธัมมะสัปปายะ ได้ธรรมที่สบาย เช่น มีระเบียบแบบแผน มีกฎเกณฑ์วิธีการ มีกฎหมายปกครอง มีความเที่ยงธรรม มีความยุติธรรม ตลอดจนมีการศึกษาอมรมกันในทางที่ดี
..@เนื่องจากวัดก็ดี หมู่บ้านก็ดี ประเทศก็ดี เป็นของหลายคนรวมกัน ฉะนั้นการที่จะทำให้เกิดสัปปายะทั้ง ๔
นี้ขึ้น คนที่เป็นสมาชิกของหน่วยนั้นๆ จะต้องช่วยกันสร้างสรรค์หรือช่วยกันพัฒนาขึ้นตามหลักพระพุทธศาสนาดังกล่าวนี้ พอจะสรุปได้ว่า คนเราแต่ละคนจะต้องบำเพ็ญตนเป็นนักพัฒนา จะทำการพัฒนา ๒
ระดับ คือ พัฒนาตัวเอง และพัฒนาร่วมกับคนอื่น เพราะผลที่จะได้รับเป็นสิ่งต่อเนื่องกันเหมือนต้นข้าวกับเนื้อนา ดังนี้
..@ขอให้ทุกๆ ท่าน ผู้หวังความเจริญ จงพัฒนาให้ประสบแต่ความสุขสันต์นิรันดรโดยทั่วกันเทอญ.....อ่านต่อ
|
|