พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา และประธานกรรมการอำนวยการโครงการสร้างวัดนวมินทรราชูทิศ เฉลิมพระเกียรติ คณะสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ และคณะอุบาสกอุบาสิกาวัดนวมินทรราชูทิศ ได้เดินทางไปดูสถานที่สร้างวัดที่เมือง Raynham รัฐแมสซาชูเซตส์ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา และประธานกรรมการอำนวยการโครงการสร้างวัดนวมินทรราชูทิศ เฉลิมพระเกียรติ และคณะสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ ได้รับนิมนต์ไปฉันเช้าที่บ้านคุณทวีศักดิ์ และคุณรวงทอง จงสกุล เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
 
 
คุณทวีศักดิ์และคุณรวงทอง จงสกุล ได้บริจาคเงิน จำนวน ๕,๐๐๐ ดอลล่าร์ เพื่อเป็นกองทุนสร้างวัดนวมินทรราชูทิศ ในโอกาสที่พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา และประธานกรรมการอำนวยการโครงการสร้างวัดนวมินทรราชูทิศ เฉลิมพระเกียรติ และคณะสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ ได้รับนิมนต์ไปฉันเช้าที่บ้าน เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
คณะกรรมการบริหารวัดนวมินทรราชูทิศและอุบาสกอุบาสิกาที่ให้การอุปถัมภ์โครงการสร้างวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน ได้ถวายภัตตาหารเพลแด่คณะสงฆ์ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา และประธานกรรมการอำนวยการโครงการสร้างวัดนวมินทรราชูทิศ เฉลิมพระเกียรติ คณะสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ คณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการบริหาร ร่วมประชุมสามัญประจำปี ที่วัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
คุณกิติภา ทรงกิจ พร้อมบิดามารดาและเพื่อน ได้ไปทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์วัดนวมินทรราชูทิศ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

è----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×èÍ´ÙÃÙ»ãË­è--------------------------------------------

ในโอกาสที่เทศกาล Thanksgiving จะเวียนมาอีกรอบในวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน นี้ หน้าข่าวสังคมบอสตัน ก็ขออำนวยพรให้พี่ๆ น้องๆ ชาวไทยในรัฐแมสซาชูเซตส์ และรัฐใกล้เคียง มีความสุขกันทั่วหน้าครับ ระยะนี้มีเพื่อนๆ หลายท่านครับ สอบถามผมถึงเรื่องที่มาและความหมายเทศกาลวัน Thanksgiving ในเทศกาลที่ว่านี้ ชาวอเมริกันเขาขอบคุณใครกัน ผมเลยถือโอกาสนี้ นำข้อเขียนของคุณ มานิตา เข็มทอง เรื่อง: The Myth of The First Thanksgiving: A Harvest Celebration ซึ่งเป็นเรื่องราวของวันดังกล่าวนี้ มาเสนอเพื่อเป็นประดับความรู้ครับ:- เมื่อฤดูใบไม้ร่วงของปีคริสต์ศักราชที่ 1621 สำหรับชาวอินเดียนแดงเผ่า Wampanoag ถือเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวหรือที่เรียกว่า Keepunumuk ซึ่งในปีนั้น สมาชิก Wampa-noag จำนวน 90 คน ได้ร่วมฉลองและแบ่งปันอาหารร่วมกับนักล่าอาณานิคมชาวอังกฤษ จำนวน 52 คน ที่มากับเรือ Mayflower และยังคงรอดชีวิต...

Wampanoag เป็นภาษา Native American หมายความว่า "Eastern People" หรือ "People of the First Light" หรือผู้ที่เห็นดวงอาทิตย์ก่อน...เป็นผู้ที่ตั้งรกรากนับเป็นหมื่นปี อยู่บนผืนดินของหมู่บ้าน Patuxet ซึ่งต่อมาชาวอังกฤษได้เปลี่ยนชื่อเป็น Plymouth ที่เป็นที่ตั้งของรัฐ Massachusetts ในปัจจุบัน... เป็นชาวพื้นเมืองที่อเมริกันเรียกว่า "Native American" และที่คนไทยเรารู้จักกันในนามของ "อินเดียนแดง"

เมื่อต้นฤดูหนาวของช่วงปีคริสต์ศักราชที่ 1620 เป็นช่วงเวลาที่ชาวอังกฤษจำนวน 101 เข้าเทียบฝั่งที่เมือง Patuxet ซึ่งในขณะนั้นกลายเป็นเมืองร้างจากการแพร่ระบาดของกาฬโรค และผู้มาเยือนกลุ่มนี้ก็ต้องเผชิญกับโรคร้ายเช่นเดียวกัน โดยคร่าชีวิตชาวอังกฤษไปกว่าครึ่ง...ดังนั้นเมื่อฤดูเก็บเกี่ยวมาเยือนในช่วงปลายปี ผู้ที่รอดชีวิตจากโรคร้ายซึ่งประกอบด้วย Massosoit ผู้เป็นหัวหน้าเผ่าของ Wampanoag กับสมาชิก Wampanoag อีก 90 คน และชาวอังกฤษ อีก 52 คน ได้ร่วมฉลองการเก็บเกี่ยวที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีเป็นเวลานานถึง 3 วัน 3 คืน...ซึ่งไม่ได้เป็นวันแรกของเทศกาล Thanksgiving (The First Thanksgiving) และไม่ได้เป็นวันทางศาสนาที่หลายคนเข้าใจกัน

ข้อความข้างต้นที่ผู้เขียนนำมาเล่านั้น เป็นหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์อเมริกาที่ถูกฉีกหายไป...เป็นเรื่องราวที่ชาวอเมริกัน โดยเฉพาะเด็กๆ ไม่เคยเรียนรู้เรื่องราวของ Thanksgiving อย่างแท้จริง รู้แต่เพียงจากเรื่องเล่าเป็นนิทานนิยายต่อๆ กันมาว่า Thanksgiving เป็นเทศกาลที่ชาว Pilgrims หรือผู้กล้าหาญ ผู้เข้ามาตั้งรกรากกลุ่มแรกในแผ่นดินอเมริกา ได้เชิญชาว Native เพียงไม่กี่คนมาร่วมอาหารค่ำ เพียงแค่นั้น...แต่เรื่องของชนเผ่า Wampanoag ซึ่งเป็นเรื่องราวจริงๆ ตามหลักฐานประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องราวของประเทศล่าอาณานิคมจากฝั่งยุโรปที่เข้ามายึดครองดินแดน เปลี่ยนวิถีชีวิต วัฒนธรรมความเป็นอยู่และศาสนาของชาว Native...กลับไม่มีใครกล่าวถึง

เรื่องราวของ Thanksgiving หรือ The First Thanksgiving ที่ชาวอเมริกันรู้จักนั้นมีที่มาแตกต่างกัน โดยในช่วงศตวรรษที่ 18 เป็นช่วงที่นักล่าอาณานิคมได้เข้ามาครอบครองดินแดนแล้ว ถือว่าเป็นวันขอบคุณเหล่าทหารผู้กล้าหาญที่นำชัยชนะเหนือชาว Native บ้างก็ว่าเป็นวันที่ฉลองป้อมปราการ Pequet ถูกเผาในปี 1637 บ้างก็ว่าเป็นการฉลองการตายของลูกชายของหัวหน้าเผ่า Massosoit ในสงคราม King Philip เมื่อปี 1676 หรือไม่ก็เป็นการฉลองชัยชนะการปฏิวัติโค่นจักรวรรดิอังกฤษในสงคราม Sasatoga เมื่อปี 1777

ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 19 มีนักประวัติศาสตร์ชาว New England ระบุว่าเหตุการณ์ฉลองฤดูกาลเก็บเกี่ยวเมื่อปี 1621 ถือเป็นวันแรกของเทศกาล Thanksgiving และในปี 1846 Sarah Josepha Hale บรรณาธิการของนิตยสาร Godey's Lady's Book พยายามรณรงค์ให้ Thanksgiving เป็นเทศกาลประจำชาติ...จนกระทั่งในปี 1863 ระหว่างสงครามกลางเมือง ประธานาธิบดี Abraham Lincoln ได้ประกาศให้มีเทศกาล Thanksgiving 2 ครั้งด้วยกันคือในเดือนสิงหาคม เพื่อเป็นการรำลึกถึงสงคราม Gettysburg และในเดือนพฤศจิกายน เพื่อเป็นการขอบคุณ... "general blessings" หรือการขอบคุณพระเจ้าที่ประทานผืนดินให้ปลูกและเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ ซึ่งพ้องกับการฉลองการเก็บเกี่ยวของชาว New England และถือใช้มาจนทุกวันนี้คือวันพฤหัสสุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี...

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ Plimoth Plantation นำเสนอคือ วิถีการดำเนินชีวิตของชนเผ่า Wampanoag ซึ่งถือเป็นเจ้าของดินแดนที่ถูกเรียกว่า New England ในสมัยนั้น พวกเขามีเทศกาลเช่น "Strawberry Thanksgiving" และ "Green Corn Thanksgiving" มานาน ก่อนที่พวกล่าอาณานิคมจะบุกรุกเข้ามาเสียอีก เทศกาล Thanksgiving ของพวกเขาเป็นการแบ่งปันผลิตผลแก่คนในหมู่บ้าน มีงานรื่นเริง ร้องรำทำเพลง อาหารหลักที่อยู่ในเทศกาล ก็จะเป็นพวกพืชผักผลไม้ พวกถั่ว ฟักทอง ข้าวโพดและเบอรี่ทั้งหลาย ร่วมด้วยเนื้อสัตว์ พวกกวาง นก เป็ด และอาหารทะเล กุ้งหอยปูปลา ตามแต่จะหาได้ ในขณะที่พวก New England มักจะฉลองกันเฉพาะคนในครอบครัว มีบ้างเป็นครั้งคราวที่ฉลองกันเป็นกลุ่มใหญ่ ยิ่งกว่านี้ Plimoth Plantation ต้องการแสดงให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า เหตุการณ์ในปี 1621 ไม่ใช่ วันแรกของเทศกาล Thanksgiving และไม่ใช่วันสำคัญทางศาสนา ตามที่ได้เล่าต่อกันมา แต่เป็นวันที่ฉลองการเกษตรของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น...

นับเป็นความโชคดีของเด็กในศตวรรษที่ 21 และในอนาคต ที่กลุ่มนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งชาว Native ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ได้รวมตัวกันก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ Plimoth Plantation ซึ่งเป็น "living-history museum" หรือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จำลองฉากสถานที่จริงและใช้คนแสดงการดำรงชีวิตในสมัยศตวรรษที่ 17 ที่ตั้งอยู่ในเมือง Plymouth แห่งรัฐ Massachusetts ทั้งยังรวบรวมหลักฐานข้อมูล และบทเรียนสนุกๆ แบบ Interactive ไว้ในเว็บไซต์ www.plimoth.org และยังมีหนังสือของสำนักพิมพ์ National Geographic ชื่อว่า "1621: A New Look At Thanksgiving" โดย Catherine O'Neill Grace และ Margaret M. Bruchac แม้ว่าจะเป็นหนังสือเด็กแต่ใช่ว่าผู้ใหญ่จะหยิบมาอ่านไม่ได้...ถือเป็นการช่วยให้เรียนรู้อีกแง่มุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครกล่าวถึง..

จะมีชาวอเมริกันสักกี่คนที่เมื่อวัน Thanks-giving เวียนมาบรรจบในปีนี้ จะรำลึกถึงชาวเผ่า Wampanoag และขอบคุณพวกเขาที่ยอมสละชีวิตสละผืนดิน ที่ตั้งรกรากอยู่ ด้วยความสงบสุขและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร มานานนับร้อยนับพันศตวรรษ..

สุขสันต์วัน Thanksgiving Day พบกันใหม่ฉบับนี้ครับ.....ÍèÒ¹µèÍ


 
 
 
 

         

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping Click to enlarge