è----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×èÍ´ÙÃÙ»ãËè--------------------------------------------
เที่ยวเมืองแปดริ้ว
ตอน 2
ไหว้พระที่วัดจีนประชาสโมสร
ล้อหมุนออกจากตลาดคลองสวน
100 ปี มีจุดหมายต่อไปคือ
วัดจีนประชาสโมสร
ตั้งอยู่ที่ต.บ้านใหม่
อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา
เดิมวัดนี้มีชื่อว่า
“เล่งฮกยี่” เป็นวัดจีนในพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีอายุมากกว่า
100 ปี เมื่อถึงที่หมาย
เราก็ตรงไปซื้อธูปเทียน
ดอกไม้ น้ำมันพร้อมด้วยน้ำอ้อยและส้มเพื่อเข้าไปไหว้พระ
ต้องบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดและขอยกให้เป็น
Unseen ของเรากันเลยทีเดียว
เพราะการไหว้พระที่นี่ต้องใช้ธูปจำนวนมาก
ตามจุดไหว้พระแต่ละองค์จะมีป้ายเขียนบอกว่าต้องปักธูปจำนวนกี่ดอก
ถ้าไปในวันวันธรรมดา
คนไม่เยอะมาก
เจ้าหน้าที่ของวัดจะคอยอำนวยความสะดวกและบอกทางจนครบทั่ววัด
ที่นี่เราได้เจอกับไกด์ท้องถิ่นอีก
2 คน ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆที่หนึ่งในนั้นชื่อ
“สายธาร” นานๆทีจะเจอคนชื่อเดียวกัน
นอกเหนือจากดาราคนหนึ่งที่ทำให้หลายคนในแอลเอพาเรียกชื่อเล่นเราว่า
“ต่าย”
เฉยเลย ขอยืมพื้นที่ในคอลัมน์ตัวเองชี้แจงเลยนะคะ
ว่าถ้าจะเรียกชื่อเล่น
ก็เรียกให้ถูกว่า
“แจ๊บ”
นะคะ ไม่ใช่
“ต่าย” เพราะมันไม่ใช่เราแถมยังแอบขัดใจทุกทีที่ได้ยินด้วยล่ะ
ขอบอก กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ
น้องๆ 2 คนนี้คอยบรรยายให้เรารับทราบข้อมูลภายในวัด
หลังจากที่เราไหว้พระจนครบทุกจุดแล้ว
วัดเล่งฮกยี่
หรือวัดจีนประชาสโมสรเป็นวัดที่ขยายมาจากวัดเล่งเน่ยยี่
ที่เยาวราช
ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยจีนบอกไว้ว่า
ตำแหน่งหัวมังกรจะอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่
ส่วนที่วัดนี้ถือเป็นตำแหน่งท้องมังกร
ส่วนหางมังกรจะอยู่ที่วัดเล่งฮัวยี่
จังหวัดจันทบุรี
หากสังเกตดีๆจะพบว่า
ทั้งสามตำแหน่งของมังกรตัวใหญ่นี้ได้พาดผ่านดินแดนของความมั่งคั่ง
อุดมสมบูรณ์ทั้งเยาวราชในกรุงเทพฯ
ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งการค้าขายมีเงินทองแพร่สะพัด
ส่วนเมืองแปดริ้วที่เราไปเยือนก็อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร
มีแม่น้ำบางปะกงหล่อเลี้ยงชีวิต
ส่วนที่จันทบุรีก็อุดมสมบูรณ์ไม่แพ้กัน
อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่ขึ้นชื่อของพลอย
อัญมณีที่ล้ำค่าอีกด้วย
ถ้าจะให้ดีก็ไปไหว้พระขอพรทั้งสามวัดนี้
เชื่อว่าความโชคดีมั่งคั่งจะมาสู่ผู้มีจิตศรัทธาอย่างแน่นอน
ความน่าสนใจภายในวัดอยู่ที่มีพระประธานและองค์
18 อรหันต์ที่เป็นประติมากรรมโบราณที่ทำจากกระดาษที่มีอายุเเก่าแก่เท่าๆกับวัด
และที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้นคือได้ทำส่งมาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ของจีนโน่นน่ะค่ะ
สิ่งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงศรัทธาอันแรงกล้าของผู้สร้างวัด
นอกจากนี้ยังมีเทพเจ้าไฉ่เซ่งเอี้ย
หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ
เมื่อไหว้พระแล้วต้องไปตีระฆังใบใหญ่ซึ่งมีน้ำหนักว่า
1 ตัน ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในสามใบในโลก
เคล็ดอยู่ที่การตีให้ดังๆเพื่อให้ได้ยินไปไกลถึงสรวงสวรรค์
ที่นี่ยังมีเคล็ดประกอบการไหว้พระอีกหลายรูปแบบ
เช่น การลูบไปที่รูปปั้นมังกรเพื่อให้มีโชค
มีสุขภาพที่ดี
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้รู้สึกดีและมีอารมณ์ขัน
คือการเปิดกระเป๋าและลูบไปที่ถุงเงินถุงทองขององค์พระเพื่อให้เรามีเงินมีทอง
กระเป๋าหนักๆกลับบ้านไป
ว่างั้น
และเพื่อเป็นการรำลึกถึงเจ้าอาวาสรูปต่างๆ
ทางวัดได้จัดแสดงรูปปั้นของเจ้าอาวาสทุกรูปเอาไว้
พร้อมใช้สถานที่ตรงนั้นติดรูปภาพเพื่อให้ผู้มากราบไหว้ได้รับทราบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของวัดแห่งนี้ด้วย
และตามตำราของวัดจีนหลายแห่ง
ที่นี่ได้มีจุดให้ผู้ที่เกิดในปีชง
ได้ทำบุญสะเดาะเคราะห์กันด้วย
โดยมีใบให้เขียนชื่อผู้นั้น
ซึ่งทางวัดจะสวดมนต์ให้ผู้ที่เกิดปีชงไปตลอดทั้งปี
อันนี้แล้วแต่วิจารณญาณค่ะ
แต่ความเห็นส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่มีคุณค่าทางจิตใจ
และทำให้มีสติมากขึ้น
ทำอะไรก็จะได้ระวังตัวมากขึ้นด้วย
กว่าจะครบทุกกระบวนความก็ใช้เวลากันพอสมควร
หากใครอยากจะมาไหว้พระที่นี่
บอกไว้ก่อนว่า
ถ้ามาในวันธรรมดาจะดีมากๆ
ไม่ต้องเบียดเสียดกัน
ไกด์ของเราบอกว่า
ถ้ามาวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์
คนจะเยอะมาก
ต้องถือธูปไว้หนือศีรษะไม่งั้นจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่น
แทนที่จะได้บุญอาจต้องทำบาปโดยไม่รู้ตัว
หรือบางคนอาจจะอดทนรอไม่ไหว
เพราะเวลาคนเยอะๆต้องรอคิวเข้าวัดกันเลยทีเดียว
จุดนี้จึงเป็นบ่อเกิดของคำพูดที่ว่า
ผู้ที่ได้เข้าไปไหว้พระที่วัดจีนประชาสโมสรถือว่าเป็นผู้มีบุญ
ก่อนออกจากที่นี่เราสามารถนำน้ำอ้อยและส้มกลับบ้านไปได้
ถ้ากินแล้วจะโชคดี
ตำราว่าไว้อย่างนั้น
จากวัดจีนประชาสโมสร
เราเดินไปที่ตลาดท่าใหม่อยู่ใกล้กันนิดเดียวแค่ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม
เดินต่ออีกหน่อยก็ถึง
จริงๆแล้วโปรแกรมการเดินทางของเราจากตลาดคลองสวนต้องไปที่วัดโสธรวรารามวิหาร
เพื่อขึ้นเรือไปที่ตลาดบ้านใหม่นี่แหละค่ะ
แต่ด้วยความที่เราใช้เวลาที่ตลาดบ้านสวนไม่นาน
เลยต้องปรับเปลี่ยนโปรแกรมเที่ยวสวนทาง
แต่ก็โอเค
แค่บอกไว้เป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจจะไปบ้าง
เท่านั้นล่ะค่ะ
ที่ตลาดบ้านใหม่มีความน่าสนใจอย่างไร
อย่าลืมติดตามตอนหน้านะคะ.....ÍèÒ¹µèÍ
|