วัลลภยื่นใบลาออกทั้งหมดจากการบินไทย-นกแอร์
บอกเสียใจและรักเจ้าจำปีมากเพราะพ่อร่วมก่อตั้ง
วัลลภ
พุกกะณะสุต
ยื่นหนังสือลาออกจากทุกแหน่งในการบินไทยฯบอกมีเจ้าของหลายคนร่วมแจมขนกระเป๋า398 กก.ลั่นเสียใจบอกรักเจ้าจำปีเพราะพ่อร่วมก่อตั้งมา
กรรมการยัง
เดินหน้าสอบข้อเท็จจริง
นายอำพน
กิตติอำพน
เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(สศช.)ในฐานะประธานคณะกรรมการ
(บอร์ด)บริษัท
การบินไทยแถลงเมื่อวันที่
5 มกราคมว่า นายวัลลภ
พุกกะณะสุต
กรรมการและประธานกรรมการบริหารหรือบอร์ดบริหารบริษัทการบินไทยฯ
ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับบริษัทการบินไทยฯแล้ว
หลังจากถูกร้องเรียนเรื่องการขนสัมภาระเกินกว่าที่การบินไทยกำหนด
ส่งผลให้การบินไทยสูญเสียรายได้จำนวนหนึ่ง
นายอำพนเปิดเผยว่านายวัลลภได้ยื่นหนังสือ
ลงวันที่ 3 มกราคม
ลาออกจากตำแหน่งทุกตำแหน่งในบริษัทการบินไทยฯและให้มีผลตั้งแต่วันที่
5 มกราคม โดยไม่มีการระบุเหตุผลของการลาออก
ทั้งนี้นายวัลลภได้ขอลาออกจากทุกตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการบินไทย
เช่น กรรมการในบริษัท
การบินไทยและสายการบินนกแอร์,ประธานคณะกรรมการบริหาร รวมถึงคณะกรรมการสรรหา
เพื่อแสดงสปิริตและรักษาภาพลักษณ์ขององค์กร
กรณีมีข่าวขนกระเป๋าขึ้นเครื่องเกินน้ำหนักนั้นนายอำพนกล่าวว่านายวัลลภได้ยืนยันว่า
ไฟลท์ที่บินจากญี่ปุ่นที่ขนกระเป๋าหนักกว่า
398 กิโลกรัมนั้น
ไม่ได้เป็นของนายวัลลภคนเดียว
แต่เป็นของบุคคลอื่นด้วย
รวมทั้งหมด
3 คน
ซึ่งนายวัลลภกล่าวว่า
ไม่ได้มีเจตนาเอาเปรียบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด
และได้แสดงความเสียใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เพราะรักองค์กรแห่งนี้
เนื่องจากบิดาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทการบินไทย
อย่างไรก็ตามนายอำพนกล่าวว่า
แม้นายวัลลภลาออกจากตำแหน่งแล้ว
แต่การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มีนายคณิศ
แสงสุพรรณ
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง
ซึ่งเป็นกรรมการ
และเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้
ยังต้องดำเนินการต่อไป
เพื่อหาคนผิดมาลงโทษ
ทั้งนี้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจะรายงานผลการสอบสวนต่อบอร์ดการบินไทย
ในวันที่ 15 มกราคม
หากผลการสอบสวนพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกระทำความผิด
ก็ต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นในรูปแบบของเงินชดเชย
และบุคคลทั้งสามที่ร่วมเดินทางและมาขอแจมน้ำหนักร่วมกับนายวัลลภคือ
นางเพียงใจ
มัตสุโมโตะ
ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องกับวัดปากน้ำ
แต่จำนวนเท่าไหร่นั้น
นายวัลลภยืนยันว่าไม่ทราบ
นายอำพนยังกล่าวถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ
ของนายวัลลภ
ว่าหากนายวัลลภไม่ขาดคุณสมบัติอย่างอื่นก็ยังได้สิทธิประโยชน์ในฐานะผู้บริหารที่เกษียณอายุ
ซึ่งการลาออกของนายวัลลภ
จะเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อเป็นบรรทัดฐานของการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานการบินไทยทุกคนและคนอื่นๆ
ซึ่งการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงของนายวัลลภนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการบินไทยในการปรับปรุงแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก
นายอำพนกล่าวว่า
นายวัลลภเป็นอดีตผู้บริหารบริษัทที่เกษียณอายุและกลับมาช่วยงานบริษัทหลังเกษียณอายุในตำแหน่งกรรมการ
และประธานกรรมการบริหาร
ในช่วงที่ผ่านมา
นายวัลลภได้ทำประโยชน์ให้การบินไทยเป็นอย่างมาก
ทั้งเรื่องการลดค่าใช้จ่ายและมีการปรับแผนงานในด้านพาณิชย์อีกหลายอย่าง
เป็นผลให้ไตรมาส
4 ปี 2552 การบินไทยมีผลประกอบการที่ดีที่สุดของการบินไทยในรอบ
2 ปีที่ผ่านมา
ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นายวัลลภได้สร้างประโยชน์ให้กับการบินไทยเป็นอย่างมาก
"คนเรามีทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ผิดพลาดบ้าง
อยากให้นึกถึงในส่วนที่ดีที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัทบ้าง
กรณีที่เกิดขึ้นได้พูดคุยกับนายวัลลภ
ซึ่งนายวัลลภเองต้องการให้เรื่องนี้ยุติ
เพราะรักองค์กร
ไม่ต้องการให้เสื่อมเสียหรือทำให้องค์กรเกิดปัญหา
จึงแสดงเจตนาโดยการลาออก
ขอยืนยันว่าไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือบีบให้นายวัลลภลาออกนายอำพนกล่าว
นอกจากนี้ที่ผ่านมาการเข้มงวดในการอัพเกรดการเพิ่มน้ำหนักของวีไอพีต่างๆ
ทั้งในส่วนของผู้บริหาร
ผู้มีคุณูปการ
รวมถึงนักการเมืองนั้น
การบินไทยหละหลวมมาก
และตั้งแต่วันที่
6
พฤศจิกายน 2552 เป็นต้นมา
บอร์ดได้มีมติให้นายปิยสวัสดิ์
อัมระนันทน์
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
หรือ ดีดี สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในขั้นตอนดังกล่าว
โดยการอนุญาตในการอัพเกรดพิกัดพิเศษจะต้องรายงานต่อดีดีโดยตรง
อ่านต่อ.....เมียกรณ์ จาติกวณิช
รมว.คลังแจ้งความเอาผิดส.ส.เพื่อไทยหมิ่นประมาทกรณีการบินไทย-เรียกค่าเสียหาย
30 ล้าน
|