นายกรัฐมนตรีประกาศงดไปออสเตรเลีย
13-17 มี.ค.
เข้าเฝ้าในหลวงที่รพ.ศิริราชถวายรายงานสถานการณ์
“มาร์ค”
ตัดสินใจงดเดินทางไปออสเตรเลีย
หลัง คตม.เตรียมเสนอ
ครม.ใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงคุมแก๊งเสื้อแดงป่วนเมือง เข้าเฝ้าในหลวงที่โรงพยาบาลศิริราชถวายรายงานสถานการณ์ของประเทศ
เมื่อวันที่
7 มีนาคม เวลา
08.30 น. นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี เดินทางไปจัดรายการสด
ฃ”เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
ช่อง 11 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าบริเวณรอบสถานีโทรทัศน์ช่อง
11 มีการวางกำลังทหารกระจายเต็มพื้นที่
โดยทหารบางส่วนถือปืนเอ็ม
16 ไว้ป้องกันเหตุ
ต่อมานายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์หลังจัดรายการถึงการเรียกร้องให้ประชาชนออกมาสู้กับคนที่ใช้ความรุนแรงระหว่างชุมนุมว่า
คำว่าต่อสู้
ที่นี้ไม่ได้หมายถึงใช้กำลัง
แต่หมายความว่าเรากำลังจะสู้กับคนที่อยากใช้ความรุนแรง
ทุกคนจึงต้องร่วมกับปฏิเสธ
อย่าตกเป็นเหยื่อจึงจะฝ่าฟันกันได้ไป
ซึ่งคนที่ตนเรียกร้องหมายถึงผู้ชุมนุมเสื้อแดงด้วย
เพราะคนที่ต้องการความรุนแรงเป็นแค่คนกลุ่มเล็กๆ
ไม่ใช่เสื้อแดงส่วนใหญ่
ตนอยากขอความร่วมมือประชาชนให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
ทั้งการจัดระบบจราจร
หรือแจ้งเบาะแสเวลาเห็นสิ่งผิดปกติต่างๆ
ให้ทุกอย่างเป็นด้วยความเรียบร้อย
เมื่อถามว่า
ถึงคนส่วนใหญ่จะไม่อยากให้เกิดความรุนแรงแต่
พ.ต.ท.ทักษิณยังทวิตและโฟนอินปลุกให้เกิดความรุนแรง
จะมีช่องทางสกัดหรือตัดการสื่อสารได้หรือไม่
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า
ในทางเทคนิคคงเป็นเรื่องไม่ง่าย
แต่คงต้องดูหากการโฟนอินหรือวิดีโอลิงก์อยู่เบื้องหลังความรุนแรง
ตนเห็นว่าเป็นข้อหาที่หนักสำหรับ
พ.ต.ท.ทักษิณ
เมื่อถามถึงความชัดเจนการประกาศใช้
พ.ร.บ.ความมั่นคง
ระหว่างการชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดง
ที่ล่าสุดฝ่ายทหารเตรียมที่จะเสนอต่อที่ประชุม
คตม.ให้ประกาศใช้
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า
"ก็รออยู่"
นายอภิสิทธิ์กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯช่วงที่ 2 ของรายการ
ซึ่งเป็นบรรยากาศการซักถามโดยพิธีกรรายการข่าวสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม
ถึงการใช้กลไกสื่อของรัฐที่ดูแลเรื่องข่าวที่มีการบิดเบือน
ละเมิดจาบจ้วงต่อสถาบันว่า
กรณีของการจาบจ้วงสถาบันมีประมวลกฎหมายอาญาชัดเจน
แต่เนื่องจากว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือความขัดแย้ง
ฉะนั้น จำเป็นจะต้องกำหนดเอาไว้เป็นความผิดในด้านความมั่นคง
คือความผิดต่อแผ่นดิน
แล้วดำเนินการ
"วันที่
8 มีนาคม ผมจะคุยกับผู้ว่าฯกทม.
ผู้อำนวยการเขต
มีกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง
ซึ่งเราจะนำมาดูว่าเขาจะมาช่วยในการดูแลความเรียบร้อยด้วย
เราจะพยายามระดมให้เจ้าหน้าที่มาทำงานเป็นเอกภาพมากขึ้น
และออกข้อกำหนดบางเรื่องได้
เช่น เราอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจตราอาวุธ
สมมุติมีข่าวว่าจะนำเอาอาวุธกลับเข้ามา
ซึ่งเวลาข่าวอย่างนี้มา
เขาไม่ได้บอกว่าประชาชนซึ่งมาชุมนุมส่วนใหญ่จะพกพาอาวุธกันมาคนละไม้คนละมือ
แต่ส่วนใหญ่มันเป็นคนกลุ่มเล็กๆ
คนส่วนใหญ่คงไม่ได้ต้องการความรุนแรง
ไม่มีใครชอบหรอกอยู่ดีๆ
มานั่งเอาตัวเองมาเสี่ยง
แต่พอเรามีข่าวว่าคนกลุ่มเล็กๆ
อาจจะมาเพื่อให้มาป่วน
จะฝ่ายไหนก็แล้วแต่
เรามีความจำเป็นที่จะต้องมีความเข้มงวดกวดขันมากขึ้น
ว่าเส้นทางบางเส้นทางเราต้องขอตรวจตราเป็นพิเศษ
คือเหตุผลที่ใช้กฎหมายความมั่นคง"
นายอภิสิทธิ์กล่าว
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า
ขณะนี้เริ่มมีคำสั่งให้ข้าราชการทุกหน่วยงานที่อยู่ทำงานในทำเนียบรัฐบาล
เตรียมเก็บของใช้ส่วนตัวพร้อมเอกสารสำคัญ
เพื่อย้ายไปทำงานที่กรมประชาสัมพันธ์
ซอยอารีย์
หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์นี้
นับแต่วันที่
10 มีนาคม เป็นต้นไป
เนื่องจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลได้ประเมินว่าการชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดงระหว่างวันที่
12-14 มีนาคม อาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
ส่วนจะย้ายไปนานเท่าใดนั้น
อยู่ที่การประเมินสถานการณ์ในอนาคต
ต่อมาวันที่
8 มีนาคมนายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ
ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง
ที่หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
ถึงความชัดเจนการเดินทางไปเยือนประเทศออสเตรเลีย
ในวันที่ 13-17 มี.ค.นี้หลังจากคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง
(คตม.) เตรียมเสนอให้ที่ประชุม
ครม.ประกาศใช้
พ.ร.บ.ความมั่นคง
วันที่ 11 - 23
มี.ค.ว่า “ไม่ไปแล้วครับ”
จากนั้นเวลา
17.00 น.นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราช
โดยเวลา 17.57 น.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จ ณ ห้องประชุม
ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ
โรงพยาบาลศิริราช
พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี
เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
ถวายรายงานสถานการณ์บ้านเมืองที่ทำเป็นปกติทุกเดือนอยู่แล้ว
ทำให้นายกฯต้องเลื่อนกำหนดการบรรยายเรื่อง
“คุณธรรมจริยธรรมของการเป็นนักบริหาร”ในเวลาเดียวกัน
ที่สำนักงานข้าราชการพลเรือน
จ.นนทบุรี ออกไปไม่มีกำหนด
"ในหลวง" พระราชทานวโรกาสให้
"อภิสิทธิ์"
เข้าเฝ้าถวายรายงานบ้านเมือง
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9530000032820
|