คดีช่างเชื่อมไทย 48 คนถูกลอยแพ-รับเงิน 1 ล้านดอลลาร์
นายหน้านำมาทำงานช่างเชื่อมเมืองนาป้า แต่ไม่มีงานทำ

คนไทย 48 คนรับเงิน 1.4 ล้านดอลลาร์หลังจากนำตัวมาทำงานเป็นช่างเชื่อมในโรงงานเหล็กนาป้า แวลเลย์ แต่ไม่มีงานให้ทำ เผยแบ่งกันแล้วได้คนละ 7,500 ดอลลาร์ขณะที่เสียเงินค่านายหน้าเดินทางมาหางานทำคนละ 15,000 ดอลลาร์

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 ธันวาคม นางชัญชนิฐ มารเทอเรล ผูอํานวยการศูนยงเสริมชาวไทย

เปิดเแถลงข่าวที่สำนักงานความเสมอภาคทางการจ้างงาน (EEOC Los Angeles District Office)ตึกรอยบอล ดาวน์ทาวน์แอล.เอ.ภายหลังจากมีการประนีประนอมระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐบาลและบริษัท Trans Bay Steel Corp. แห่งเมืองนาป้า รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยบริษัทยินดีที่จะจ่ายเงินค่าแรงงานให้กับคนไทย 48 คน รวมเป็นเงิน 1.4 ล้านดอลลาร์ หรือจะได้คนละประมาณ 7,500 ดอลลาร์

 รายงานข่าวเปิดเผยว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2002 นายยู ไต๊ คิม( Yoo Taik Kim)ชาวเกาหลีใต้ตั้งสำนักงานทั้งในเมืองไทยและแอล.เอ.ทำหน้าที่จัดงานหาคนงานประเภทช่างฝีมือแรงงาน(ช่างเชื่อม)เดินทางมาทำงานในสหรัฐ โดยแต่ละรายก่อนที่จะเดินทางมาได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละประมาณ 15,000 ดอลลาร์

 จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่สำนักงาน EEOCพบว่าเมื่อเดินทางมาถึงนายคิมได้นำคนงานไปทำงานที่บริษัท Trans Bay Steel Corp. แห่งเมืองนาป้าซึ่งรับเหมาซ่อมแซมสะพาน Bay Bridge เชื่อมต่อระหว่างซาน ฟรานซิสโกและโอ๊คแลนด์

  คนงานบางส่วนได้ทำงาน แต่ส่วนใหญ่ไม่มีงานให้ทำ นายคิมจึงนำคนงานไทยเหล่านี้มาอยู่ที่ลองบีช เพื่อให้ก่อสร้างห้องอาหารและทำงานในห้องอาหารของตน จนกระทั่งบางส่วนทนไม่ได้ต้องหนีออกมาร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากชุมชนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์ส่งเสริมชาวไทย ตลอเดจนสถานกงสุลใหญ่แอล.เอ. ขณะนั้นนายวศิน ธรรมวาสี กงสุลผู้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายคุ้มครองคนไทยเข้าไปช่วยดูแล

 ในระหว่างนั้นศูนย์ส่งเสริมชาวไทยทำหน้าที่ประสานงานติดต่อกับสำนักงานEEOC เพราะเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายตกเปนเหยื่อของการคามนุษยและแรงงานทาส มีการดำเนินการทางกฎหมายเปนเวลา 4 ปนับตั้งแตวันที่กลุมคนงานทําการหลบหนีออกมา

 จนกระทั่งสามารถตกลงกันได้ในหลักการซึ่งบริษัทโรงงานเหล็กยินดีที่จะจ่ายค่าแรงในส่วนดังกล่าวให้กับคนงานที่ได้รับความเสียหายคดีจึงจบลง โดยคนงานบางส่วนได้รับการว่าจ้างต่อให้ที่อยู่อาศัยและการศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย

 ทางด้านนายสถาพร พรศรีศิริศักดิ์ ผู้แทนคนงานให้สัมภาษณ์ในระหว่างการแถลงข่าวว่า จำนวนเงินดังกล่าวไม่อาจที่จะเป็นค่าทำขวัญแก่พวกเราได้ไม่ว่าจะในแง่ของเสรีภาพ ความยุติธรรมและครอบครัวของเรา “เราได้เห้นสิ่งเลวร้ายที่สุดในสหรัฐ แต่เราก็เห็นสิ่งที่ดีที่สุดในสหรัฐเช่นกัน

โดยเฉพาะด้านกฎหมายที่ทำให้เกิดความยุติธรรมกับประชาชนที่ไม่มีอำนาจอะไรเลย”

   รายงานข่าวเปิดเผยว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังติดตามตัวนายคิม ซึ่งทราบว่าเขายังทำธุรกิจอยู่ในเขตเมืองซาน โฮเซ่ ย่านเบย์ แอเรีย

แอนนา พาร์ค ทนายความของสำนักงาน EEOC แถลงว่าคนงานไทยเหล่านี้หลังจากถูกลอยแพแล้วถูกปล่อยให้อยู่ตามยถากรรมเช่นอพาร์ตเมนต์ที่ไม่มีน้ำ,ไฟฟ้าและแก๊ส ไม่มีแสงสว่างหรือเครื่องทำความอบอุ่น พวกเขาจะถูกข่มขู่หากหลบหนีโดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอิมมิเกรชั่นมาจับตัว คนงานยังถูกยึดพาสปอร์ตเพื่อป้องกันการหลบหนีอีกด้วย

ทางด้านชัญชนิฐแถลงว่านายคิมได้ระดมคนมาทำงานครั้งนี้ถือว่าเป็นสัญญาที่ไม่เป็นจริง นำมาอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่และทำงานหนัก ทั้งนี้คนที่ถูกนำมามีเพียง 10 คนเท่านั้นที่ได้ทำงานกับบริษัท Trans Bay,ที่เหลือนายคิมนำคนงานไปทำงานในภัตตาคาร 2 แห่งของตนในเขตลอส แอนเจลิส ให้นอนกับพื้นมีอาหารเพียงเล็กน้อย บางคนได้รับค่าจ้างเพียง 200 ดอลลาร์ต่อ 3 เดือนทั้งๆที่ทำงานวันละ 10 ชั่วโมงสัปดาห์ละ 7 วัน

 ภายหลังจากการสอบสวนเกิดขึ้นภัตตาคาร 2 แห่งของนายคิมก็ปิดตัวลง

 นายแดน มาร์เมลสกี้ ทนายความของนายคิมกล่าวกับผู้สื่อข่าวสำนักงานเอ.พี.ว่าเขาเพิ่งจะได้รับทราบว่าลูกความของตนถูกกล่าวหา แต่ขอยืนยันว่านายคิมเป็นผู้บริสุทธิ์ นายคิมอาศัยอยู่เมืองไทยไม่ได้เป็นเจ้าของภัตตาคาร 2 แห่งและไม่ได้ยึดพาสปอร์ตของใครไว้ โดยนายคิมได้รับการติดต่อจากบริษัท Trans Bay เพื่อจัดหาแรงงานไทยผู้มีคุณสมบัติมาทำงาน โดยการติดต่อผ่านกรมแรงงานของรัฐบาลไทย

  “เมื่อบริษัทTrans Bay ไม่ได้ทำตามเงื่อนไขที่ให้สัญญาไว้ นายคิมต้องเสนอให้คนงานอาศัยอยู่ในบ้านด้วยรายจ่ายของตัวเอง รวมทั้งค่าอาหารและยังนำตัวไปยังสถานกงสุล นี่คือสิ่งที่เขาทำและพยายามทำดี ผมเดาว่าเป็นเช่นนี้” นายแดนกล่าว

  นายดั๊ก สมิธ ทนายความของบริษัท Trans Bay เปิดเผยว่าบริษัทพยายามทำดีที่สุดในคดีนี้เพราะได้มีการจ่ายเงินให้กับนายคิม และที่สำคัญบริษัทจ่ายเงินให้คนงานชั่วโมงละ 18.80 ดอลลาร์ แต่คนงานได้รับจากนายคิมเพียงชั่วโมงละ 6.75 ดอลลาร์อันเป็นค่าแรงงานขั้นต่ำ ไม่ใช่แรงงานฝีมือ ดังนั้นความผิดจึงอยู่ที่นายคิม

สำหรับสำนักงาน EEOC คือหนวยงานที่ทําหนาที่ผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการปองกันการ

แบงแยกหรือความไมเทาเทียมกันในการจางงาน หนวยงาน EEOC มีอํานาจในการควบคุมกวาครึ่งหนึ่งของรัฐแคลิฟอรเนียทางใตซึ่งรวมไปถึงเคาตี้ตางๆเชFresno, Imperial, Inyo, Kern, Kings, Los Angeles, Madera, Mariposa, Merced,Mono, Orange, Riverside, San Benito, San Bernardino, San Diego, San Luis Obispo, Santa Barbara,Tulare, และ Ventura.

สํานักงาน EEOC เขตลอสเองเจลลีสยังทําหนาที่ตรวจตราพื้นที่ทางตอนใตของรัฐเนวาด

อีกดวย ซึ่งรวมไปถึงพื้นที่ของ Clark, Esmeralda, Lincoln, Mineral,และ Nye นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงรัฐฮาวายตลอดจนเกาะต่างๆอาทิเช่น American Samoa, Guam, Northern Mariana Islands และ Wake Island อีกด้วย ขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนวยงาน EEOC เข้าไปค้นหาไดที่ www.eeoc.gov

 อ่านข่าวเพิ่มเติมจากแอล.เอ.ไทมส์ http://www.latimes.com/news/

เข้าไปดูงานช่างเกี่ยวกับสะพาน Bay Bridge ที่ซาน ฟรานซิสโก  http://moderntransit.org/sfobb/index.html

อ่านต่อ.....อพาร์ตเมนท์ผู้สูงอายุได้ฤกษ์สร้างใกล้วัดไทยระดมคนไทยสมัครธ.ค.07เผยมีเพียง 60 ยูนิต

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy