เครื่องบินของบริษัทการบินไทยนำพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากนิวยอร์กสู่ลอนดอนเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2006
หลังจากนั้นเดินลงจากเครื่องบินพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
 
 
 
ครอบครัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากซ้าย น.ส.แพรธารทอง,น.ส.พิณทองทา,คุณหญิงพจมานและนายพานทองแท้
อีกด้านหนึ่งรถถังออกควบคุมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีประชานนำดอกไม้ไปมอบให้จำนวนมาก
----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------

สั่งสอบ-ยึดทรัพย์อดีตรมต.รัฐบาลทักษิณ
แฉแม้วขนกระเป๋า 114 ใบขึ้นการบินไทย

 CNN แฉทักษิณขนกระเป๋า 114 ใบขึ้นเครื่องการบินไทย 2 เที่ยวออกไปตั้งแต่ 17 กันยายน คณะปฏิรูปฯตั้ง 8 กรรมการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลแม้ว ระบุแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 24 กันยายน โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สายการบินระบุว่า ...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจจะนำทรัพย์สินบางส่วนออกนอกประเทศด้วยเครื่องบิน 2 ลำ ก่อนที่จะถูกยึดอำนาจโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เจ้าหน้าที่ของการบินไทยคนดังกล่าวซึ่งไม่สามารถเปิดเผยนามได้ เนื่องจากนโยบายของบริษัทไม่อนุญาตให้เขาเปิดเผยข้อมูลต่อสื่อมวลชน ระบุว่าต้องการให้คณะปฏิรูปฯ ได้ตรวจสอบถึงกรณีดังกล่าว โดยมีข่าวแพร่สะพัดว่า ...ทักษิณ ได้นำทรัพย์สินออกนอกประเทศก่อนถูกยึดอำนาจเพียงไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน

เจ้าหน้าที่คนเดียวกันเปิดเผยด้วยว่า ...ทักษิณ ได้ออกเดินทางไปยังประเทศฟินแลนด์ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการเดินทางเยือนต่างประเทศในวันที่ 9 กันยายน โดยพบว่ามีการโหลดกระเป๋าจำนวน 58 ใบ ขึ้นเครื่องบิน 'ไทยคู่ฟ้า' ไปด้วย ขณะที่เครื่องบินลำดังกล่าวได้จอดพักที่ฟินแลนด์เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ส่วน ...ทักษิณ ได้เดินทางไปยังประเทศอื่นต่อไปด้วยพาหนะอื่น

รายงานข่าวแจ้งว่า เครื่องบินลำที่ 2 ซึ่งเป็นเครื่องบินแอร์บัส 340-600 ของบริษัทการบินไทย ยังได้โหลดกระเป๋าอีก 56 ใบ ขึ้นเครื่องจากกรุงเทพฯ เพื่อนำไปส่งให้ ...ทักษิณ โดยเจ้าหน้าที่ของสายการบินที่ไม่สามารถเปิดเผยนามได้ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 17 กันยายน ก่อนหน้าที่คณะปฏิรูปฯ จะยึดอำนาจโดยไม่เสียเลือดเนื้อเพียง 2 วัน

ขณะเดียวกันมีการตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใด ...ทักษิณ จึงต้องการเครื่องบินลำที่สอง ในเมื่อเครื่องบินของเขาถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะพาอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยบินไปยุโรปและสหรัฐอเมริกาซึ่งมีการคาดเดาว่า ...ทักษิณ รู้ตัวล่วงหน้าเกี่ยวกับการรัฐประหารจึงได้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของตนเองออกนอกประเทศเสียก่อน

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เมื่อถามถึงการนำทรัพย์สินออกนอกประเทศดังกล่าว พล..พลางกูร กล้าหาญ โฆษก คณะปฏิรูปฯ กล่าวว่า ไม่มีความเห็นและไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของการบินไทยคนหนึ่งซึ่งไม่สามารถเปิดเผยนามได้เช่นเดียวกัน กล่าวว่า หากเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง การบินไทยจะรายงานต่อคณะปฏิรูปฯ ไม่ใช่สื่อมวลชน

 ขณะเดียวกันได้มีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 23 เรื่อง การตรวจสอบทรัพย์สิน ดังนี้

เนื่องด้วยปรากฏว่าการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งโดยผลของการปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองและผู้อื่น ทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศอย่างร้ายแรง จึงสมควรดำเนินการตรวจสอบการดำเนินงานและโครงการต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติหรือเห็นชอบโดยบุคคลในคณะรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีดังกล่าวว่าเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีประกาศดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบคณะหนึ่ง ประกอบด้วย

(1) นายสวัสดิ์ โชติพานิช เป็นประธานกรรมการ

(2) ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นกรรมการ

(3) อัยการสูงสุดหรือผู้แทน เป็นกรรมการ

(4) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือผู้แทน เป็นกรรมการ

(5) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือผู้แทน เป็นกรรมการ

(6) เจ้ากรมพระธรรมนูญหรือผู้แทน เป็นกรรมการ

(7) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน เป็นกรรมการ

(8) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือผู้แทน เป็นกรรมการ

ให้คณะกรรมการตรวจสอบแต่งตั้งเลขานุการคนหนึ่งและผู้ช่วยเลขานุการตามความจำเป็นให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินรับผิดชอบงานด้านธุรการของคณะกรรมการตรวจสอบและปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบมอบหมาย

ข้อ 2 ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการดำเนินงานหรือโครงการซึ่งได้รับอนุมัติหรือเห็นชอบโดยบุคคลในคณะรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง โดยผลของการปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่าเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่ ในกรณีที่เห็นว่าการดำเนินงานหรือโครงการใดมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบและมีพฤติการณ์ว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบหรือร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องของผู้นั้น คู่สมรสและบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้นั้นไว้ก่อนได้

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามประกาศนี้ นอกจากอำนาจตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจตามกฎหมายดังต่อไปนี้ด้วย

(1) พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ..2542 โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบใช้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและคณะกรรมการธุรกรรม

(2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ..2542 โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบใช้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(3) ประมวลรัษฎากรโดยให้คณะกรรมการตรวจสอบใช้อำนาจของอธิบดีกรมสรรพากรเฉพาะที่เกี่ยวกับการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง คณะกรรมการตรวจสอบจะเรียกสำนวนการสอบสวนหรือการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมาใช้ประกอบการพิจารณาและใช้เป็นสำนวนการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ ในกรณีที่มีเรื่องเดียวกันอยู่ในการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือคณะกรรมการธุรกรรม ให้ประสานงานเพื่อดำเนินการตามควรแก่กรณี

ข้อ 3 ให้คณะกรรมการตรวจสอบแจ้งรายชื่อบุคคลตามข้อ 2 แก่สถาบันการเงิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมที่ดิน กรมสรรพากร หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้นั้น เพื่อให้หน่วยงานหรือบุคคลนั้นแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินและการเสียภาษีอากร ตลอดจนการทำธุรกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตามข้อ 2 คู่สมรสและบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้นั้นให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบภายในเวลาและตามวิธีการที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนด

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ส่งข้อมูลและเอกสารให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เพื่อแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจสอบได้

มิให้นำบทบัญญัติของกฎหมายที่ห้ามมิให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับกับการแจ้งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง

ข้อ 4 ในกรณีที่บุคคลซึ่งถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามข้อ 2 ไม่แจ้งข้อมูลตามข้อ 3 หรือไม่ส่งมอบทรัพย์สินที่ถูกยึด หรือยักย้าย จำหน่าย จ่ายโอนทรัพย์สินที่ถูกอายัด ให้ถือว่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่ชอบและเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการร่ำรวยผิดปกติหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ

ในกรณีที่หน่วยงานหรือบุคคลตามข้อ 3 ไม่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนดตามข้อ 3 หากมีกรณีเกิดความเสียหายขึ้นจากการที่ไม่ดำเนินการนั้น ให้หน่วยงานหรือบุคคลดังกล่าวรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น

ข้อ 5 บรรดาทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดตามข้อ 2 ถ้าเจ้าของทรัพย์สินพิสูจน์ต่อคณะกรรมการตรวจสอบภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนดได้ว่า ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและทรัพย์สินนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือมิได้เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจสั่งเพิกถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น

ข้อ 6 ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบมีมติว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือบุคคลใดกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ หรือร่ำรวยผิดปกติ ให้ส่งรายงาน เอกสารหลักฐาน พร้อมทั้งความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อให้อัยการสูงสุดดำเนินการต่อไปตามพระราช บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ..2542 และพระราช บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ..2542 โดยให้ถือว่ามติของคณะกรรมการตรวจสอบเป็นมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ข้อ 7 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการตามที่มอบหมายได้

ข้อ 8 ให้คณะกรรมการตรวจสอบดำเนินการตามประกาศนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

เมื่อครบกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งและการตรวจสอบหรือสอบสวนเรื่องใดยังไม่แล้วเสร็จ ให้คณะกรรมการตรวจสอบส่งมอบสำนวนคืนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน แล้วแต่กรณี

ประกาศ วันที่ 24 กันยายน พุทธศักราช 2549

พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน

หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข


 อ่านต่อ.....ทักษิณติดต่อคณะปฏิรูปขอยุติบทบาทบินไปฝรั่งเศส 1 วันคาดพบสุดารัตน์
 อ่านต่อ....."ครอบครัวชินวัตร"เร่งขายทรัพย์สิน"ตุนเงินสด"หลังอำนาจสั่นคลอน

 อ่านต่อ.....เปิดโฉม100ชื่อบัญชีดำเครือข่ายระบอบทักษิณมีครบในทุกวงการ

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy