่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------
สั่งสอบ-ยึดทรัพย์อดีตรมต.รัฐบาลทักษิณ
แฉแม้วขนกระเป๋า 114
ใบขึ้นการบินไทย
CNN แฉทักษิณขนกระเป๋า
114 ใบขึ้นเครื่องการบินไทย
2 เที่ยวออกไปตั้งแต่
17 กันยายน คณะปฏิรูปฯตั้ง
8 กรรมการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลแม้ว
ระบุแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่
24 กันยายน โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สายการบินระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจจะนำทรัพย์สินบางส่วนออกนอกประเทศด้วยเครื่องบิน 2 ลำ ก่อนที่จะถูกยึดอำนาจโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เจ้าหน้าที่ของการบินไทยคนดังกล่าวซึ่งไม่สามารถเปิดเผยนามได้ เนื่องจากนโยบายของบริษัทไม่อนุญาตให้เขาเปิดเผยข้อมูลต่อสื่อมวลชน ระบุว่าต้องการให้คณะปฏิรูปฯ ได้ตรวจสอบถึงกรณีดังกล่าว โดยมีข่าวแพร่สะพัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้นำทรัพย์สินออกนอกประเทศก่อนถูกยึดอำนาจเพียงไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน
เจ้าหน้าที่คนเดียวกันเปิดเผยด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ออกเดินทางไปยังประเทศฟินแลนด์ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการเดินทางเยือนต่างประเทศในวันที่ 9 กันยายน โดยพบว่ามีการโหลดกระเป๋าจำนวน 58 ใบ ขึ้นเครื่องบิน 'ไทยคู่ฟ้า' ไปด้วย ขณะที่เครื่องบินลำดังกล่าวได้จอดพักที่ฟินแลนด์เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางไปยังประเทศอื่นต่อไปด้วยพาหนะอื่น
รายงานข่าวแจ้งว่า เครื่องบินลำที่ 2 ซึ่งเป็นเครื่องบินแอร์บัส 340-600 ของบริษัทการบินไทย ยังได้โหลดกระเป๋าอีก 56 ใบ ขึ้นเครื่องจากกรุงเทพฯ เพื่อนำไปส่งให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเจ้าหน้าที่ของสายการบินที่ไม่สามารถเปิดเผยนามได้ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 17 กันยายน ก่อนหน้าที่คณะปฏิรูปฯ จะยึดอำนาจโดยไม่เสียเลือดเนื้อเพียง 2 วัน
ขณะเดียวกันมีการตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใด พ.ต.ท.ทักษิณ จึงต้องการเครื่องบินลำที่สอง ในเมื่อเครื่องบินของเขาถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะพาอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยบินไปยุโรปและสหรัฐอเมริกาซึ่งมีการคาดเดาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ รู้ตัวล่วงหน้าเกี่ยวกับการรัฐประหารจึงได้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของตนเองออกนอกประเทศเสียก่อน
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เมื่อถามถึงการนำทรัพย์สินออกนอกประเทศดังกล่าว พล.อ.พลางกูร กล้าหาญ โฆษก คณะปฏิรูปฯ กล่าวว่า ไม่มีความเห็นและไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของการบินไทยคนหนึ่งซึ่งไม่สามารถเปิดเผยนามได้เช่นเดียวกัน กล่าวว่า หากเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง การบินไทยจะรายงานต่อคณะปฏิรูปฯ ไม่ใช่สื่อมวลชน
ขณะเดียวกันได้มีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 23 เรื่อง การตรวจสอบทรัพย์สิน
ดังนี้
เนื่องด้วยปรากฏว่าการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งโดยผลของการปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองและผู้อื่น ทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศอย่างร้ายแรง จึงสมควรดำเนินการตรวจสอบการดำเนินงานและโครงการต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติหรือเห็นชอบโดยบุคคลในคณะรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีดังกล่าวว่าเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีประกาศดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
(1)
นายสวัสดิ์
โชติพานิช
เป็นประธานกรรมการ
(2)
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
เป็นกรรมการ
(3)
อัยการสูงสุดหรือผู้แทน
เป็นกรรมการ
(4)
เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
หรือผู้แทน
เป็นกรรมการ
(5)
เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือผู้แทน
เป็นกรรมการ
(6)
เจ้ากรมพระธรรมนูญหรือผู้แทน
เป็นกรรมการ
(7)
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
หรือผู้แทน
เป็นกรรมการ
(8)
เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือผู้แทน
เป็นกรรมการ
ให้คณะกรรมการตรวจสอบแต่งตั้งเลขานุการคนหนึ่งและผู้ช่วยเลขานุการตามความจำเป็นให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินรับผิดชอบงานด้านธุรการของคณะกรรมการตรวจสอบและปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบมอบหมาย
ข้อ 2 ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการดำเนินงานหรือโครงการซึ่งได้รับอนุมัติหรือเห็นชอบโดยบุคคลในคณะรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง โดยผลของการปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่าเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่ ในกรณีที่เห็นว่าการดำเนินงานหรือโครงการใดมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบและมีพฤติการณ์ว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบหรือร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องของผู้นั้น คู่สมรสและบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้นั้นไว้ก่อนได้
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามประกาศนี้ นอกจากอำนาจตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจตามกฎหมายดังต่อไปนี้ด้วย
(1) พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบใช้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและคณะกรรมการธุรกรรม
(2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบใช้อำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(3) ประมวลรัษฎากรโดยให้คณะกรรมการตรวจสอบใช้อำนาจของอธิบดีกรมสรรพากรเฉพาะที่เกี่ยวกับการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง คณะกรรมการตรวจสอบจะเรียกสำนวนการสอบสวนหรือการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมาใช้ประกอบการพิจารณาและใช้เป็นสำนวนการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ ในกรณีที่มีเรื่องเดียวกันอยู่ในการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือคณะกรรมการธุรกรรม ให้ประสานงานเพื่อดำเนินการตามควรแก่กรณี
ข้อ 3 ให้คณะกรรมการตรวจสอบแจ้งรายชื่อบุคคลตามข้อ 2 แก่สถาบันการเงิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมที่ดิน กรมสรรพากร หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้นั้น เพื่อให้หน่วยงานหรือบุคคลนั้นแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินและการเสียภาษีอากร ตลอดจนการทำธุรกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตามข้อ 2 คู่สมรสและบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้นั้นให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบภายในเวลาและตามวิธีการที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนด
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ส่งข้อมูลและเอกสารให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เพื่อแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจสอบได้
มิให้นำบทบัญญัติของกฎหมายที่ห้ามมิให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับกับการแจ้งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง
ข้อ 4 ในกรณีที่บุคคลซึ่งถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามข้อ 2 ไม่แจ้งข้อมูลตามข้อ 3 หรือไม่ส่งมอบทรัพย์สินที่ถูกยึด หรือยักย้าย จำหน่าย จ่ายโอนทรัพย์สินที่ถูกอายัด ให้ถือว่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่ชอบและเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการร่ำรวยผิดปกติหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติ
ในกรณีที่หน่วยงานหรือบุคคลตามข้อ 3 ไม่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนดตามข้อ 3 หากมีกรณีเกิดความเสียหายขึ้นจากการที่ไม่ดำเนินการนั้น ให้หน่วยงานหรือบุคคลดังกล่าวรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น
ข้อ 5 บรรดาทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดตามข้อ 2 ถ้าเจ้าของทรัพย์สินพิสูจน์ต่อคณะกรรมการตรวจสอบภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนดได้ว่า ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและทรัพย์สินนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือมิได้เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจสั่งเพิกถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น
ข้อ 6 ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบมีมติว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือบุคคลใดกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ หรือร่ำรวยผิดปกติ ให้ส่งรายงาน เอกสารหลักฐาน พร้อมทั้งความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อให้อัยการสูงสุดดำเนินการต่อไปตามพระราช
บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และพระราช
บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 โดยให้ถือว่ามติของคณะกรรมการตรวจสอบเป็นมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ข้อ 7 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการตามที่มอบหมายได้
ข้อ 8 ให้คณะกรรมการตรวจสอบดำเนินการตามประกาศนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ
เมื่อครบกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งและการตรวจสอบหรือสอบสวนเรื่องใดยังไม่แล้วเสร็จ ให้คณะกรรมการตรวจสอบส่งมอบสำนวนคืนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน แล้วแต่กรณี
ประกาศ ณ
วันที่ 24 กันยายน พุทธศักราช 2549
พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
อ่านต่อ.....ทักษิณติดต่อคณะปฏิรูปขอยุติบทบาทบินไปฝรั่งเศส
1 วันคาดพบสุดารัตน์
อ่านต่อ....."ครอบครัวชินวัตร"เร่งขายทรัพย์สิน"ตุนเงินสด"หลังอำนาจสั่นคลอน
อ่านต่อ.....เปิดโฉม100ชื่อบัญชีดำเครือข่ายระบอบทักษิณมีครบในทุกวงการ
|