| อัยการถอนฟ้องคดีตากใบ-สนธิหมิ่นเบื้องสูง
จับทีมอุ้มฆ่าคดีทนายมุสลิม”สมชาย”สัปดาห์นี้
นายอรรถพล ใหญ่สว่าง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงเมื่อวันที่
3 พฤศจิกายน ถึงความคืบหน้าคดีสำคัญหลายคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ว่า อัยการสูงสุดมีคำสั่งถอนฟ้องผู้ต้องหาใน 2 คดีสำคัญ ประกอบด้วย 1. ผู้ต้องหาคดีตากใบ 56 คนและ 2.คดี นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายเฉียว คงตุก บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ โดยระบุเหตุผลการถอนฟ้องว่า การดำเนินคดีดังกล่าวต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ และเพื่อให้ประชาชนทุกฝ่ายเกิดความสมานฉันท์
สำหรับคดีอุ้มนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิมนั้นนายอรรคพลกล่าวว่า
พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษในฐานะพนักงานสอบสวนร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในคดีได้พิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วเห็นว่า ขณะนี้มีพยานหลักฐานเพียงพอที่ดีเอสไอจะขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มบุคคลเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานฆ่านายสมชาย ได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าหลักฐานสำคัญชิ้นใดสามารถทำให้ศาลเชื่อว่านายสมชายได้เสยชีวิตไปแล้ว
"จะเสนอศาลออกหมายจับฐานกลุ่มผู้ต้องหา ในความผิดฐานฆ่านายสมชาย ในสัปดาห์หน้า โดยอาจเป็นตำรวจชุดเดิมที่ถูกดำเนินคดีในฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังนายสมชายและคนอื่นๆ อีกแต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจำนวนกี่คน และเกี่ยวข้องเป็นคนใกล้ชิดกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะหลบหนี โดยหน้าที่ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา เป็นของดีเอสไอ เมื่อศาลอนุมัติหมายจับเมื่อไรพร้อมเปิดเผยรายละเอียดของผู้ต้องหาทันที" โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าว
นายอรรถพล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่อัยการคัดค้านการออกหมายจับของทางดีเอสไอนั้นเพราะเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่มากพอ แต่หลังจากประชุมชุดสอบสวนแล้วเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ประกอบกับการหารือร่วมกับนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานน่าเชื่อว่านายสมชายเสียชีวิตแล้วและมีผู้ฆ่านายสมชาย แม้จะยังไม่สามารถหาศพพบแต่พยานแวดล้อมทั้งหมดที่มีอยู่ ทางดีเอสไอสามารถนำไปขอหมายจับผู้ต้องหาได้
นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า ในส่วนของคดีบุกรุกเข้าครอบครองพื้นที่ป่าใน อ.กะปง จ.พังงา อัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้องนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมสั่งให้จำเลยและพวกออกจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว
ถอนฟ้องคดีตากใบเพื่อความสมานฉันท์
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่
30 ตุลาคมนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม ถึงกรณีการถอนฟ้อง 56 จำเลยในคดีตากใบว่า คดีดังกล่าวคงไม่จำเป็นต้องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้สำนักงานอัยการสูงสุดถอนฟ้องคดี ขณะนี้ได้หารือกับอัยการสูงสุดแล้วมีมติให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการสั่งคดี เพื่อสร้างความสมานฉันท์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากจะให้รอจนกว่าคดีจะสิ้นสุดการพิจารณาในชั้นศาลคงต้องใช้เวลานานกว่าจะสิ้นสุดการเบิกความของฝ่ายโจทก์และจำเลย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อถึงการสอบสวนคดีการหายตัวของ นายสมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ขณะนี้มีแนวทางการสืบสวนสอบสวนไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ รวมทั้งคดีนี้เกิดเหตุนานกว่า 3 ปี หลักฐานต่างๆ จึงค่อนข้างจะรวบรวมได้ยาก ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รายงานความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะ เช่น การสอบสวนของดีเอสไอได้สอบปากคำพยานไปกว่า 55ปาก เพิ่มเติมจากคดีเดิมอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีการสอบปากคำพยานไปเพียง 25-30 ปาก ผู้บริหารดีเอสไอยืนยันว่า พนักงานสอบสวนพยายามที่จะหาคนผิดมาลงโทษให้ได้ แต่ติดอยู่ที่พยานหลักฐานว่าจะหาได้มากน้อยเพียงใด ผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ก็ไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่านายสมชายเสียชีวิตแล้ว
"คดีอุ้มทนายสมชายจนถึงขณะนี้ยังหาพยานหลักฐานไม่ได้ว่า หลังจากถูกคนร้ายนำตัวขึ้นรถและขับออกจากย่านรามคำแหงแล้ว นายสมชายอยู่กับคนร้ายตลอดเวลาหรือไม่ แต่หลักฐานจากพยานแวดล้อมระบุว่า นายสมชายน่าจะเสียชีวิตแล้ว โดยจุดต้องสงสัยแห่งสุดท้ายที่พบตัวนายสมชายคือพื้นที่จังหวัดราชบุรี ดีเอสไอเตรียมที่จะนำกำลังลงพื้นที่เพื่อค้นหาชิ้นส่วนศพของนายสมชาย ที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าว
หาตัวอธิบดีกรมสอบสวนพิเศษคนใหม่
นายชาญชัยกล่าวต่อถึงการทาบทามบุคคลมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า ตนยังไม่ได้ทาบทามบุคคลใด รวมถึงนายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษให้มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ความตั้งใจจริงตนอยากให้ผู้พิพากษาโอนย้ายมาลงในตำแหน่งดังกล่าว แต่ไม่มีผู้พิพากษาคนใดอยากมา เพราะฐานเงินเดือนต่างกันมาก นอกจากนี้ยังติดปัญหาที่ พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ ยังไม่ได้ย้ายกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำแหน่งจึงยังไม่ว่าง เป็นตำแหน่งเดียวที่ทำให้การจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ของกระทรวงยุติธรรมไม่แล้วเสร็จและไม่สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ได้ในการประชุม ครม.วันพรุ่งนี้ (31 ต.ค.)
ไกรสร บารมีอวยชัย
นั่งเก้าอี้อธิบดีดีเอสไอ
เมื่อวันที่
3 พฤศจิกายน
นายจรัญ ภักดีธนากุล
ปลัดกระทรวงยุติธรรม
เปิดเผยว่า
นายชาญชัย
ลิขิตจิตถะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ได้ลงนามคำสั่งย้ายพล.ต.อ.สมบัติ
อมรวิวัฒน์
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
(ดีเอสไอ) มาช่วยงานที่กระทรวงยุติธรรม
ในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม
โดยสลับให้นายไกรสร
บารมีอวยชัย
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
ออกมารักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
โดยคำสั่งระบุให้พล.ต.อ.สมบัติเข้ารายงานตัวในวันที่
6 พฤศจิกายนนี้
สำหรับสาเหตุที่ต้องย้าย
พล.ต.อ.สมบัติ
ก็เพื่อให้การสอบสวนคดีอุ้มนายสมชาย
นีละไพจิตร
ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม
มีความคืบหน้า
และเพื่อไม่ให้ดีเอสไอตกเป็นจำเลยของสังคมต่อไป
"กระทรวงจำเป็นต้องย้ายพล.ต.อ.สมบัติ
โดยไม่สามารถรอจนกว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรับโอนตัวกลับไปเป็นตำรวจได้
เพราะขั้นตอนยังต้องใช้เวลาอีกนาน
แต่ขณะนี้ดีเอสไอต้องเร่งงานสอบสวนคดีสำคัญหลายคดี
โดยเฉพาะคดีทนายสมชาย
จึงหลีกเลี่ยงการโยกย้ายไม่ได้
โดยส่วนตัวผมมองว่าตำแหน่งรองปลัดกระทรวง
จะกระทบกระเทือนจิตใจน้อยที่สุดแล้ว
พล.ต.อ.สมบัติก็มีผลงานอยู่บ้าง
จะย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงก็ดูจะเป็นการไม่ให้เกียรติกันเกินไป"
นายจรัญกล่าว
นโยบายสุรยุทธ์ต้องการสมานฉันท์
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่
2 พฤศจิกายน พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่กระทรวงยุติธรรมมีแนวคิดที่จะถอนฟ้องคดีก่อความไม่สงบที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ว่า กระทรวงกลาโหมก็มีแนวทางเดียวกัน โดยเฉพาะเป็นนโยบายของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการแสดงความจริงใจและสร้างความสมานฉันท์ ซึ่งการลงพื้นที่ภาคใต้ของนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) วันนี้ น่าจะมีความชัดเจนเรื่องดังกล่าว
"กระทรวงกลาโหมไม่ติดใจเกี่ยวกับคดีนี้ เพราะกระทรวงกลาโหมถือว่า ตกเป็นจำเลยของคดีนี้เช่นกัน เมื่อมีการถอนฟ้องคดี เชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศต่างๆ ดีขึ้น" พล.อ.บุญรอด กล่าว
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังให้ความเห็นกรณีที่หลายฝ่ายเกรงว่า จะมีผู้นำการชุมนุมของกลุ่มพิราบขาว 2006 ที่สนามหลวง และการฆ่าตัวตายของนายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ ไปเป็นประเด็นสร้างความแตกแยก โดยเชื่อว่า คมช. จะรับมือกับสถานการณ์ได้
อ่านการสอบสวนเพิ่มเติมคดีทนายสมชายจากนสพ.มติชน
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0104031149
อ่านเบื้องหลังคดีอุ้มทนายสมชาย
ลีนะไพจิตร
จากนสพ.ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9490000134099
อ่านเพิ่มเติมคดีถอนฟ้อง
สนธิ ลิ้มทองกุล
และบก.นสพ.คม
ชัด ลึก
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9490000136278
|