นายสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของและผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เครือผู้จัดการเปิดอภิปรายที่ฮอลลีวู้ด พาร์คเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนโดยมีคนไทยไปร่วมรับฟังกว่า 2 พันคน

สนธิ  ลิ้มทองกุล บนเวทีอภิปรายเมื่อคืนวันที่ 19 พฤศจิกายน
è----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×Í´ÙÃÙ»ãË­è--------------------------------------------

สนธิ ลิ้ม เปิดสติวดิโอ ASTV ใน L.A.
ชนรายการIPTV “ประชาธิปไตยทูเดย์

เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร แอลเอคึกคัก รวมตัวกว่าสองพันคนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศเปิดสตูดิโอเอเอสทีวีชนรายการประชาธิปไตยทูเดย์ ผู้บริหารไอพีทีวีโต้ไม่ได้ขโมยสัญญาณสนับสนุนให้มาเปิด ชี้มีแต่ข้อดีไม่มีเสีย เผยเงินขายหุ้น ASTVได้กว่า 2 แสนดอลลาร์

 ที่ฮอลลีวูดพาร์ค เมืองอิงเกิ้ลวูด ระหว่างเวลา 14.30 น. 21.30 น.วันที่ 19 พฤศจิกายน 2006 ทีมงานเอเอสทีวี นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมด้วยนายการุณ ใสงาม อดีตสว.บุรีรัมย์ และพิธีกรของเอเอสทีวี ได้แก่ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์,สโรชา พรอุดมศักดิ์,อัญชลี ไพรีรัก และคำนูณ สิทธิสมานเดินทางมาเปิดเวที เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ที่ลอสแอนเจลิส หลังจากเสร็จภารกิจเดียวกันนี้ที่ซานฟรานซิสโก ซีแอตเติล ดัลลัส และลาสเวกัส ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันตกของสหรัฐอเมริกา

 ก่อนงานจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ประชาชนที่มาร่วมงานต่างเข้าไปขอถ่ายรูป และลายเซ็นคณะที่มาพูด บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก บริเวณหน้างานมีการจำหน่ายหนังสือ วีซีดี ตุ๊กตาจำลองคุณสนธิ รวมทั้งหุ้นของเอเอสทีวี ส่วนที่เวทีนายเธียรพงษ์ พลอยเพชร หรือ เทียร์รี่ ลาสเวกัส บินตรงมาจากลาสเวกัสขึ้นเวทีร้องเพลงเทียนแห่งธรรมพร้อมกันนี้ยังนำเสนอบทเพลง เทียนแห่งธรรม 2” มาเปิดตัวในงานนี้ด้วย

 เวลา 15.00 น. อัญชลี ไพรีรัก ขึ้นเวทีปราศรัยเดี่ยวเป็นครั้งแรก ท่ามกลางพี่น้องชาวไทยที่มาร่วมงานประมาณ 2,400 คน โดยพิธีกรซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหญิงเหล็กผู้นี้กล่าวว่า ความรักชาติถือว่าไม่มีพรมแดน ที่ประชาชนมารวมตัวกันจำนวนมากเนื่องจากบ้านเมืองเกิดปัญหา และหนึ่งในสี่ปัญหาหลัก คือ การแทรกแซงสื่อ

 พิธีกรหญิงกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ประชาชนได้แต่ตั้งกลุ่มย่อยๆซุบซิบนินทาถึงความไม่เป็นธรรม ยังไม่มีใครกล้าออกมาต่อต้าน ดังนั้นอดีตนายกฯทักษิณจึงได้ยินแต่คำประจบ สอพลอ และทักษิณ ถือเป็นสัญลักษณ์สีดำเป็นซาตาน รวบอำนาจรัฐสภา เอื้อประโยชน์ให้ตัวเองและครอบครัว ล่วงละเมิดเสรีภาพของสื่อมวลชน ทำให้สังคมเกิดการแตกแยก ในที่สุด เมื่อปี 2546 ได้เกิดระบอบทักษิณขึ้น หลังจากคุณหญิงพจมาน ชินวัตร กว้านซื้อที่ดินที่รัชดา มีข้าราชการหลายฝ่ายให้ความร่วมมือเป็นระบบ

 ทางด้านนายการุณ ใสงาม ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า เดิมทีคิดว่าคนไทยในต่างประเทศจะลืมบ้านเกิด แต่การเดินทางมายังสหรัฐฯครั้งแรกที่กรุงวอชิงตันดีซี นิวยอร์ค ชิคาโก ซานฟรานซิสโกและแอลเอก็ได้เรียนรู้ว่า พี่น้องคนไทยยังคงคิดถึงบ้านเกิดอยู่

 ขอชื่นชมน้ำใจพี่น้องในอเมริกา ยุโรปและอีกหลายประเทศในการต่อสู้ ถือเป็นกำลังใจที่สำคัญมากตลอดการต่อสู้ตลอดหนึ่งปี อดีตสว.บุรีรัมย์กล่าว

 ต่อมาเวลาประมาณ 17.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุลได้ขึ้นเวทีและกล่าวว่า จุดแรกที่ทำให้ตัดสินใจต่อสู้ คือ การเอาธรรมนำหน้า และทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า โดยคนเราต้องมีสัจจะ คิดดี และทำดี หากถามว่าตนเคยทำชั่วไหม คำตอบคือเคย แต่ความเลวที่เคยทำในอดีตได้ขอให้ทุกคนยกโทษให้ และต่อไปจะขอทำเพื่อชาติบ้านเมืองโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

 ดังนั้นคำโจมตีของฝ่ายตรงข้าม ที่ว่าเป็นคนล้มละลาย ให้ไปใช้หนี้แบงก์ให้หมด คนล้มละลายแต่ไม่เคยโกงชาติ ดีกว่าคนไม่ล้มละลายแต่โกงชาติ นายสนธิกล่าวและว่า การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อลูกหลานและประเทศชาติ หากไม่มีการต่อสู้ ลูกหลานของประชาชนไทยจะไม่มีที่ยืนภายใต้สังคมที่ไม่โปร่งใส

 นายสนธิกล่าวด้วยว่า เมื่อเสร็จสิ้นการระดมทุนเอเอสทีวีแล้ว จะมีเงินทุนอยู่ก้อนหนึ่ง ซึ่งทางเอเอสทีวีจะมาตั้งสตูดิโอที่ลอสแอนเจลิส ชนกับรายการ ประชาธิปไตยทูเดย์ และอาจขอให้พ่อแม่พี่น้องซื้อกล่องรับสัญญาณใหม่ประมาณ 150 ดอลลาร์โดย ไม่ต้องเสียรายเดือน ภายหลังจากพูดจบท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีจากผู้ที่มาฟัง

 ระหว่างการปราศรัยช่วงหนึ่ง นายสนธิเอ่ยถึงห้าปัญหาเกี่ยวกับหลักประชาธิปไตย ที่ประเทศไทยยังต้องเผชิญอยู่ ได้แก่ สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ข้าราชการไม่เป็นกลาง ประชาชนไม่ได้รับความรู้ การละเมิดสิทธิมนุษยชน และสิทธิที่ประชาชนจะรับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง

 ส่วนความเห็นหลังการก่อรัฐประหารที่ผ่านมา นายสนธิระบุว่ารู้สึกดีใจและเสียใจไปพร้อมกัน ที่ดีใจเพราะไม่มีการเสียเลือดเนื้อ หลังจากมารู้ที่หลังว่า ทางฝ่ายตรงข้ามได้นัดกลุ่มคนประมาณ 800 คนมารวมตัวที่ปากช่อง เตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนมายังลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งทางพันธมิตรฯนัดชุมนุมใหญ่เพื่อก่อความวุ่นวาย ส่วนที่เสียใจก็เนื่องจากว่า คนที่มีเงินมหาศาล เรียนจบด็อกเตอร์ เคยรับเครื่องราชฯ และคนที่สามารถเป็นรัฐบุรุษได้แต่กลับต้องมาจบด้วยการเป็นมหาโจร

 สำหรับเหตุผลที่ต้องสู้ต่อไป นายสนธิกล่าวเปรียบเทียบว่าเหมือนรถที่กำลังวิ่ง แล้วมีการเหยียบเบรก หากถอนคันเบรก รถก็จะวิ่งต่อเหมือนเดิม ดังนั้นต้องมาคิดแก้ปัญหาด้วยการใช้สัมมาปัญญา

 ด้านนางเพลินพรรณ ศรีดิษฐ์ หนึ่งในผู้ประสานงานของแอลเอกล่าวฝากขอบคุณมายังทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันจนงานสำเร็จไปด้วยดี ทั้งกลุ่มเจ้าหน้าที่ ร้านค้า ร้านอาหาร ตลอดจนประชาชนที่มาฟังทุกคน หากขาดคนใดคนหนึ่งก็จะไม่เกิดงานนี้ขึ้นอย่างที่เห็น

 ส่วนความเห็นหลังจากที่รับทราบว่า เอเอสทีวีจะมาเปิดสตูดิโอที่แอลเอ นางเพลินพรรณกล่าวว่าอยากให้มาเปิด เพราะช่องเอเอสทีวีถือว่ามีประโยชน์ ให้ความรู้ ให้ข่าวสารบ้านเมืองที่ทันอกทันใจ โดยอยากให้คนไทยในต่างประเทศได้รับรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ดีกว่าถูกปิดหูปิดตา

 งานเมื่อคืน ทุกคนมีความสุข มากอดเราแล้วบอกว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะทุกคนที่มาต่างมีความรักบ้านเมือง ทุกคนถามว่าเหนื่อยไหม เราก็เหนื่อยแต่มีความสุข ทุกคนดีใจที่คุณสนธิมา ก็รู้สึกปลื้มใจที่เราได้รู้จัก และมีเพื่อนมากขึ้นทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน บางคนยังไม่เคยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ นางเพลินพรรณกล่าว

 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ ผู้บริหารไอพีทีวีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เกี่ยวกับประเด็นต่างๆที่มีการหยิบยกมาพูดในเวทีเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ลอสแอนเจลิส ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปภายหลังเพื่อสอบถามเนื้อหาที่นำเสนอในวันดังกล่าว

 นายนภดลชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นที่ไอพีทีวีขโมยสัญญาณเอเอสทีวีว่า ไม่ได้ขโมย เพราะเอเอสทีวีเป็นฟรีทีวีผ่านดาวเทียม หากใครมีกล่องรับสัญญาณอยู่แล้วก็สามารถดูได้ แต่ใครอยากดูไอพีทีวีต้องเปลี่ยนกล่องใหม่ เป็นของไอพีทีวี เพราะกล่องอื่นรับสัญญาณของไอพีทีวีไม่ได้ ก่อนหน้านี้สามารถดูได้เพราะเป็นช่วงโปรโมชั่น

 ส่วนที่ว่า ทางเอเอสทีวีจะมาเปิดสตูดิโอที่แอลเอนั้น นายนภดลกล่าวว่าสนับสนุนให้มา เพราะคนที่นี่จะได้มีโอกาสมากขึ้น เหมือนมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ยิ่งเปิดมากยิ่งขายดีทุกร้าน เหมือนธุรกิจทีวี ถ้ามาเปิดคนก็จะตื่นตัวมากขึ้น เมื่อก่อนมีทีจีเอ็น(TGN)อย่างเดียวคนก็ไม่อยากซื้อ แต่เดี๋ยวนี้มีหลายช่องคนก็อยากดู จึงมีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสีย

 นายนภดลยังกล่าวถึงกรณีที่นักข่าวของไอพีทีวีถูกเชิญออกจากงานเมื่อวันที่ 19 ว่า เรามีหน้าที่ไปทำข่าว เมื่อถูกกีดกัน เราจึงต้องบอกสาธารณชนว่าการที่ไม่มีการเสนอข่าว เพราะถูกเชิญออก ประเด็นอยู่ที่ว่า ทางคุณสนธิเรียกร้องในเมืองไทยว่าสื่อมวลชนถูกปิดกั้น วันนี้คุณมาเป็นคนพูด มาเป็นข่าว เราจะไปทำข่าว คุณไม่ให้เราไปทำข่าวก็หมายความว่าคุณปิดกั้นเราเหมือนกัน

 ขณะเดียวกันนายวงศ์ชัย ลีลลัคนากุล ซึ่งทำหน้าที่เหรัญญิกร่วมของงานครั้งนี้สรุปยอดรายรับว่ามี 39,482 ดอลลาร์มีรายจ่าย 3,610 ดอลลาร์ยอดคงเหลือ 35,872 ดอลลาร์ มอบให้กับคณะของนายสนธิกลับไป เงินรายได้ส่วนนี้เป็นส่วนของการจัดงานและสินค้าพวกหนังสือ วีซีดี ผ้าพันคอ ตุ๊กตา แต่การขายหุ้น ASTV ผมไม่ได้ดูแลนายวงศ์ชัยกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินได้หรือไม่ว่าหุ้นที่ขายออกไปนั้นประมาณเท่าใดนายวงศ์ชัยตอบว่าน่าจะกว่า 1 แสนถึง 2 แสนดอลลาร์เมื่อนับรวมกับเงินที่คณะผู้จัดมอบให้น่าจะได้กว่า 2 แสนดอลลาร์

 การจัดงานครั้งนี้นายสนธิเน้นด้านรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร จึงลงทุนจัดเองทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พักอาศัยและอื่นๆ โดยนำคณะทั้งชุดร่วมมาด้วยเพื่อขายหุ้นระดมทุนให้แก่ ASTV ในราคาหุ้นละ 1 บาท นายสนธิเปิดเผยว่าจะส่งใบหุ้นตามมาให้แก่ผู้จองในเร็วๆนี้ หลังจากไปจัดการราย ละเอียดเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย

ข่าวโดย สายธาร เดชาติวงศ์

ภาพโดย Jump Photography เข้าไปดูภาพชุดได้ที่ http://www.jumpphotography.com/EventGallery.html

ฟัง สนธิ ลิ้มทองกุล บรรยายที่ UCLA http://www.manager.co.th

ÍèÒ¹µèÍ.....¡ÅØèÁ¾Ñ¹¸ÁÔµÃÏL.A.¢ÍÂØµÔº·ºÒ·ªÑèǤÃÒǹÓà§Ô¹ 8 ¾Ñ¹ÁͺÁÙŹԸÔÃÒª»ÃЪҪèǹéÓ·èÇÁ

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy