เจ้าของห้องอาหารไทยฟลอริด้าถูกปล้น
ใช้รถวิ่งชนคนร้ายตาย-ลูกขุนให้พ้นผิด
เจ้าของห้องอาหารไทยเมืองแทมป้ารัฐฟลอริด้าถูกปล้น
แค้นจับคนร้ายได้แล้วหลบหนีจึงใช้รถตามวิ่งชนจนคนร้ายตาย
อัยการเอาผิดหาว่าเป็น street justice ด้วยตัวเอง
รายงานข่าวจาก Court TV เมื่อวันที่
1 สิงหาคมจากเมืองแทมป้า
รัฐฟลอริด้าเปิดเผยว่านายจาลาล
ฮาร์บ อัยการได้นำนายลอว์เรนซ์
สตอเรอร์ วัย
36 ปีเจ้าของห้องอาหารไทยชื่อ
Sumos Thai ขึ้นสู่การพิจารณาคดี
ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยประมาทและใช้ระบบยุติธรรมของตัวเอง(street justice) เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่
29 ตุลาคม 2003
เรื่องมีว่านายชานทาเวียส
วิลสัน (Shantavious Wilson) อายุ
24 ปีใช้ปืนจี้ศีรษะนายสตอเรอร์ขณะนั่งพักอยู่ในรถยนต์ฟอร์ด
เอ็กซ์พลอเรอร์ของตัวเองหลังจากพักจากงานซ่อมแซมภายนอกร้านในดาวน์ทาวน์แทมป้า
เบย์ เพื่อปล้นเงิน
แต่ปืนนั้นเป็นปืนแก๊ป ระหว่างถูกบังคับให้ออกจากรถเพื่อเข้าไปในร้านนั้นนายสตอเรอร์ใช้ไหวพริบทิ้งเงินสดประมาณ
2 พันดอลลาร์เข้าใต้ท้องรถบริเวณล้อ
ทำให้นายวิลสันปล้นไปจากนายสตอเรอร์ได้เพียง
15.23 ดอลลาร์
ต่อมานายสตอเรอร์สามารถล็อคนายวิลสันไว้ในร้านได้และโทร.เรียก
911 แต่ก่อนตำรวจจะมาถึงนายวิลสันหนีรอดออกจากร้านไปได้
แทนที่นายสตอเรอร์จะรอตำรวจเขากลับตัดสินใจขับรถตามคนร้ายไปทันห่างจากจุดเกิดเหตุ
4 บล็อคพร้อมกับใช้รถชนนายวิลสันเสียชีวิต
ซึ่งอัยการระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการใช้ระบบยุติธรรมของตัวเองโดยไม่ยอมพึ่งกฎหมายบ้านเมือง
ทนายของนายสตอเรอร์ยอมรับว่าการตามคนร้ายด้วยตัวเองไม่ใช่วิธีฉลาด
แต่ก็เป็นสิทธิของนายสตอเรอร์ในฐานะพลเมืองของรัฐฟลอริด้า
ไม่จำเป็นต้องมาถกเถียงว่าจะไล่ล่าคนร้ายได้หรือไม่ ยิ่งเมื่อถูกปืนจี้หัวย่อมทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตเขาคงดับดิ้นไปแล้วและเมื่อมีโอกาสเขาอาจปกป้องตัวเอง,ครอบครัวและงานที่เขารักได้
คดีนี้จะไต่สวนต่อหน้าคณะลูกขุนติดต่อกัน
2-3 วัน หากพบว่ามีความผิดโทษจำคุกสูงสุด
15 ปี สำหรับนายลอว์เรนซ์
สตอเรอร์ เจ้าของร้านไม่ได้ระบุว่าเป็นคนชาติไทยหรือชาติใด
แต่เป็นพลเมืองอเมริกัน
และใบหน้าของเขาเป็นคนเชื้อชาติเอเชียดังที่เห็นในภาพ ซึ่งปัจจุบันมักจะมีชาวต่างชาติเข้ามาซื้อกิจการห้องอาหารไทยไปทำกันมาก
รายงานข่าวล่าสุดเปิดเผยว่าเมื่อวันที่
3 สิงหาคม คณะลูกขุน
6 คนตัดสินให้นายสตอเรอร์ชนะพ้นผิดหรือ
acquit (ไม่อาจนำกลับมาฟ้องร้องได้อีก)
หลังจากที่คณะลูกขุนได้รับฟังการต่อสู้คดีมา
2 วันจากนั้นได้ประชุมกัน
4 ชั่วโมงครึ่ง ภายหลังจากทราบคำตัดสินนายสอตเอร์ถอดแว่นตาของตัวเองออกเช้ดน้ำตาด้วยความยินดี
ผมดีใจมากที่ทุกอย่างจบลง
ผมพูดได้เพียงเท่านี้นในตอนนี้ ไม่รู้จะพูดอะไรอีก นายจอห์น
ฟิตซ์กิบบอน
ทนายความเข้าไปสวมกอดนายสตอเรอร์พร้อมกับกล่าวว่า
เรารู้สึกมีความสุขที่สุด
ที่คณะลูกขุนเข้าใจในการกระทำของสตอเรอร์
นายฟิตซ์กิบบอนต่อสู้ในศาลว่าลูกความของเขาไม่ใช่อาชญากร
แต่เป็นสามัญชนที่ถูกปล้น
แต่เป็นเรื่องโชคร้ายเมื่อเขาตามนายวิลสันไปทำให้นายวิลสันเสียชีวิต
ถือเป็นทฤษฎีที่ไม่ได้จงใจที่จะฆ่านายวิลสัน
เป็นอุบัติเหตุ เป็นความเกลียดชังเฉพาะหน้าที่ทำให้คนขาดความอดทน
นายออกัตตัส
วิลสัน บิดาของผู้เสียชีวิตก็ไปร่วมรับฟังการพิจารณาคดีครั้งนี้
เขาให้สัมภาษณ์ระหว่างพักว่า
ทุกคนในห้องนี้ดูเหมือนจะลืมเรื่องที่ถูกชายของเขาถูกฆ่าตายไปหมดแล้ว และหลังจากคณะลุกขุนชี้ขาดว่าจำเลยไม่ผิด
เขาก้มหน้าออกจากห้องพิจารณาคดีผ่านกลุ่มผู้สื่อข่าวโดยไม่ยอมให้ความเห็นใดๆเกี่ยวกับคำตัดสิน
|