เลือกมีชัยเป็นประธานสภานิติบัญญัติ
ป๋าเปรมชมเป็นคนดี-คนเก่ง-เหมาะสม

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาตินัดแรก ที่รัฐสภา เริ่มเมื่อเวลา 10.00 .วันที่ 24 .. เพื่อเลือกประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ประชุมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในการอภิปรายถึงวิธีการลงคะแนน ก่อนจะเห็นด้วยกับข้อเสนอของ นายโสภณ สุภาพงษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่เสนอให้งดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง และให้ลงคะแนนลับในบัตรลงคะแนน ปรากฏว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้รับเลือกเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ด้วยคะแนน 167 เสียง ตามด้วย ..ประสงค์ สุ่นศิริ ได้คะแนน 47 เสียง และ ...ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ได้คะแนน 21 เสียง

ต่อมาที่ประชุมได้เลือก พล..จรัล กุลละวณิชย์ เป็นรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 1 และได้นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช เป็นรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 2

สำหรับขั้นตอนต่อไป สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ทำหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะนำรายชื่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และรองประธานฯ ทั้ง 2 คน ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าแต่งตั้ง โดยมีพล..สนธิ บุญยกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการ

ประวัติ 2 รองประธานสภาฯ

ประวัติ พล..จรัล เกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2479 ที่กรุงเทพมหานคร สมรสกับ น่ารัก เจริญจรัมพร มีธิดา 2 คน หลังจบการศึกษาในปี 2502 ได้รับราชการที่จ.ลพบุรี ไม่กี่เดือนก็ย้ายไปรับตำแหน่ง ผู้บังคับหมวด และรองผู้บังคับกองรัอย กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 .นครราชสีมา ต่อมาได้รับคำสั่งให้ไปเป็นนายทหารติดต่อประจำหน่วยทหารออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์ จนกระทั่งปี 2505 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บังคับกองร้อย ประจำกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 กรุงเทพฯ ปี 2507 ก็ได้รับแต่งตั้งเป็น รองผู้บังคับกองพัน พร้อมรักษาการผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ 21

หลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก สหรัฐฯ กลับมาประเทศไทยไปเป็นครูที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก จนกระทั่งปี 2513 ไปดำรงตำแหน่งนายทหารยุทธการ ในสงครามเวียดนาม กลับมาจากสงครามไปรับหน้าที่เป็นนายทหารวางแผน ประจำสถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง และปี 2514 มีคำสั่งเรียกตัวไปทำงานเป็นฝ่ายการทหารที่กองบัญชาการคณะปฏิวัติ และผ่านงานในตำแหน่งสำคัญมามากมาย ทั้งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกวุฒิสภา 2 สมัย

..พจนีย์ เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2489 ที่จ.นครราชสีมา เริ่มรับราชการ ปี 2512 ประจำแผนกตรวจสอบและควบคุม กองประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ ต่อมาได้เลื่อนเป็นผู้ตรวจสอบกิจการประกันภัยตรี-โท, นักวิชาการประกันภัย 4 ฝ่ายกำกับ , นักวิชาการประกันภัย 5 งานสถิติรายงานและห้องสมุด ,ผู้อำนวยการกองวิชาการและสถิติ , รองอธิบดีกรมการประกันภัย, ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ขึ้นเป็นอธิบดีกรมการประกันภัย 1 ตุลาคม 2544 และที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 26 กันยายน 2549

ป๋าเปรมชมมีชัยคนดี-คนเก่ง-เหมาะสม

ทางด้านพล..เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้ความเห็น ถึงกรณีที่ประชุมสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติเลือกนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานสภานิติบัญญัติฯ ว่า ส่วนตัวเห็นว่า นายมีชัยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณสมบัติเหมาะสม มั่นใจว่าจะทำหน้าที่ได้ดี ผู้สื่อข่าวถามว่า นายมีชัยจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสภาได้ดีใช่หรือไม่ พล..เปรม กล่าวว่า "ผมก็คิดว่าอย่างนั้น" เมื่อถามว่า เป็นห่วงเรื่องกระแสการคัดค้านนายมีชัยนอกสภาหรือไม่ พล..เปรม ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

มีชัยเผยทำหน้าที่กำกับ-ควบคุมการประชุมเท่านั้น

ขณะที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ว่าที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ ว่า คะแนนที่ได้รับนี้ไม่มาจากฝ่ายทหารส่วนเดียว แต่มาจากหลายฝ่ายต่างช่วยเหลือกัน ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้คะแนนท่วมท้นขนาดนี้ ซึ่งถือเป็นความปรารถนาดีของสมาชิก โดยจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ต้องขอชี้แจงว่า ประธานสภามีหน้าที่เพียงกำกับและควบคุมการประชุมให้ดำเนินไปอย่างราบรื่นเท่านั้น ไม่มีสิทธิอภิปรายหรือลงมติ ไม่เหมือนกับสมาชิกคนอื่น ที่สามารถอภิปรายและแสดงความคิดเห็นได้อย่างมีอิสระ ดังนั้น จึงไม่มีหน้าที่ชี้นำหรือโน้มน้าวให้ไปในทางที่ผิดได้

บรรยากาศการคัดเลือกการประชุมในวันนี้ก็ไม่ทำให้หนักใจกับการทำงานในภายหน้าแต่อย่างใด เพราะทุกคนต่างใช้เหตุผล เท่าที่ดู ก็ค่อนข้างรอมชอม แม้จะมีการอภิปรายบ้างแต่ก็ไม่หนักใจ หากสมาชิกไม่อภิปรายอาจถือว่า ไม่ปกตินายมีชัยกล่าว และว่า สำหรับระยะเวลาที่เหมาะสมในการเปิดประชุมนั้น ต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นประธานสภาเสียก่อน นอกจากนี้ ยังมีข้อบังคับการประชุมที่ให้แจ้งวาระการประชุมให้สมาชิกทราบก่อนการประชุม 3 วัน จึงไม่แน่ใจว่าจะทัน วันที่ 27 ..ที่ คณะรัฐมนตรีมีมติจะแถลงนโยบายต่อสภาหรือไม่

แนะอ่านรัฐธรรมนูญให้ดี

เมื่อถามว่า มีข้อครหาว่าผู้เขียนรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2549 ได้เขียนเปิดทางให้คน เดียวเป็นทั้งประธานสภานิติบัญญัติ ประธานสมัชชาแห่งชาติและประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วย นายมีชัย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเช่นนั้น ต้องกลับไปอ่านให้ดี การที่ต้องเขียนว่า ให้ประธานสมัชชาฯ มาจากประธานสภานิติบัญญัตินั้น เป็นเพราะเห็นว่าสมัชชาแห่งชาติมีคนจำนวนกว่า 2,000 คน อาจทำให้การคัดเลือกกันให้เองให้เหลือ 200 คน เป็นไปอย่างล่าช้า หากเปิดโอกาสให้ทุกคนอภิปรายก็อาจจะใช้ระยะเวลานานเกินไป แค่ละ 2 นาที 2,000 คน ก็หลายชั่วโมง ทั้งนี้ ประธานสมัชชาแห่งชาติก็ไม่มีบทบาทสำคัญอะไร ทำหน้าที่เพียงควบคุมการประชุมให้คัดเลือกกันเองให้ได้เท่านั้น

"ต้องกลับไปอ่านรัฐธรรมนูญให้ดี เพราะรัฐธรรมนูญบอกว่าประธานสมัชชาฯ มีหน้าที่ไม่แตกต่างจากสมาชิก ไม่มีบทบาทเข้าไปกำหนดทิศทางของรัฐธรรมนูญ โดยประธานแต่ละองค์กรก็แบ่งแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจนและคงไม่สามารถกำหนดทิศทางของกฎหมายที่จะผ่านการร่างมาได้ เพราะประธานไม่มีอำนาจขนาดนั้นอำนาจมีน้อยมาก ไม่มีทางไปกำหนดทิศทางให้ใครได้ มีหน้าที่เพียงดำเนินการประชุมเท่านั้นนายมีชัยกล่าว

อย่าคิดอะไรมากขอให้ดูผลการทำงาน

เมื่อถามว่าที่ระบุว่าเป็นห่วงความกดดันจากสังคมภายนอกหมายความว่าอย่างไร นายมีชัย กล่าวว่า ห่วงว่าจะมีการทุกข์ใจ อย่าไปคิดอะไรมากเลย ขอให้ดูผลงานการทำงาน อะไรผิดก็บอก สามารถบอกได้ ไม่ว่าจะโทรศัพท์มาบอกหรือยื่นหนังสือให้ข้อท้วงติงก็ได้

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายเกรงว่าการออกกฎหมายของนายมีชัย จะไม่ยึดหลักประโยชน์ของประชาชนเท่าที่ควร ว่าที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติตอบว่า ตนไม่เคยออกกฎหมายเอง กฎหมายออกโดยสภาทั้ง 2 และมี ครม.เป็นผู้เสนอ เหมือนกับเวลาทำข่าว ผู้สื่อข่าวในสนามก็ไม่ได้พาดหัวข่าวเอง แต่เมื่อมีเวลาพาดหัวข่าวหวือหวาก็มาโทษนักข่าวในสนาม หน้าที่ใครก็หน้าที่มัน จะบอกว่าตนมาร่างกฎหมายให้กับทุกรัฐบาล ก็ต้องบอกว่า ตนอยู่กฤษฎีกา ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ไม่ได้เลือกว่ารัฐบาลไหนถึงจะอยู่ได้ ก็มีมาอยู่ทุกรัฐบาล ดังนั้นกฤษฎีกาจึงมีอยู่ทุกรัฐบาล เมื่อจะออกกฎหมายก็ต้องผ่านกฤษฎีกา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สิ้นสุดตรงนั้น ก็ต้องผ่านสภาทั้ง 2 สภา คือสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา คนที่ออกสุดท้ายก็ต้องเสียหาย ต้องไปว่าคนที่ผ่านสุดท้าย ไปว่าคนที่เขียนเบื้องต้นทำไม เวลาที่ร่างก็ไม่ได้หมายความว่านึก จะร่างได้ เหมือนว่าทำข่าว ไม่ใช่ว่าอยู่บ้านจะนั่งเขียนข่าวเองได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ ถ้าทำข่าวตนแล้วมาถามตนก็ต้องเอาคำตอบที่ตอบไปเขียน และหากตนที่เป็นผู้ให้สัมภาษณ์ตรวจสอบแล้ว จะไปว่าผู้สื่อข่าวก็ไม่ได้อีก ก็ต้องโทษตัวเอง

เมื่อถามว่าเกรงว่ากฎหมายสำคัญหลายฉบับที่เป็นข้อกังวลจะผ่านในสภาชุดนี้ นายมีชัย กล่าวว่า เหมือนกับเวลาฝนตก อีก 25 วันฟ้าจะผ่ามาตรงนี้ แล้วพวกเราจะทำอย่างไร เมื่อคิดได้ดังนั้นก็เลยนั่งร้องไห้ ทั้งที่สถานการณ์ยังไม่เกิด ขอให้ใจเย็น ต้องดูไป ถ้ากฎหมายไม่ดี รัฐบาลก็ไม่เสนอ ก็ต้องโทษรัฐบาลอีก หากสมาชิกจะเสนอ สมาชิกก็ต้องคิดว่าดีหรือไม่ดี

สำหรับร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีข้อกังวลเป็นพิเศษ นายมีชัย กล่าวว่า ตอนนี้กฎหมายฉบับดังกล่าวก็เปลี่ยนแปลงหน้าตาไปแล้ว เวลาเปิดร่างมาครั้งแรกเหมือนกับเป็นวงกลม เมื่อไม่ดีก็ต้องปรับเปลี่ยน

น.ต.ประสงค์ยินดีกับมีชัยพร้อมร่วมมือ

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวถึงผลการเลือกประธาน สนช.ว่า ขอยินดีกับนายมีชัย ฤชุพันธ์ ผุ้ได้รับเลือกด้วย ถือว่าเป็นการตัดสินใจของสมาชิกซึ่งต้องเคารพ และต่อไปตัวเองจะช่วยทำงานของสภาให้เป็นไปด้วยดี และในฐานะของสนช.คนหนึ่งจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าการทำงานของ สนช.ในอนาคตจะมีปัญหาหรือไม่ น.ต.ประสงค์ กล่าวว่าต้องดูกันต่อไป เมื่อถามถึงกระแสข่าวการบล็อคโหวตตัวประธานที่มีมาก่อนหน้านี้ น.ต.ประสงค์กล่าวว่า ไม่ขอออกความเห็น อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1 ปีต่อจากนี้เป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายอำนาจคณะรัฐประหารไปสู่ประชาชน ดังนั้น จะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด หากไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจะเกิดปัญหาขึ้นแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีแรงกระเพื่อมนอกสภาต่อต้านนายมีชัยเกิดขึ้น จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า เป็นธรรมชาติของการเมือง ประชาชนก็มีความคิด ดังนั้น สนช. ต้องใส่ใจความรู้สึกของประชาชน สนช.เกิดมาจากทหาร 1 ปีจะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า แนวทางในการทำงานในอนาคตจะเป็นอย่างไร น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า จะต้องดูกฎหมายว่ามีกฎหมายใดที่ออกมาไม่ถูกต้อง กฎหมายใดที่ควรจะยกเลิกหรือแก้ไขก็ต้องทำ รวมทั้งต้องดูว่าสิ่งที่ประชาชนไม่ได้รับความไม่เป็นธรรมมาจากกฎหมายหรือไม่ หากเป็นเพราะกฎหมายก็ต้องเข้าไปแก้ไข 

ทรท.ชี้มีชัยได้เพราะทำตามความคิด-คำสั่งของผู้แต่งตั้ง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานสนช.ว่า ไม่ใช่เรื่องผิดคาดหรือประหลาดใจอะไร เพราะจากสถานการณ์ของบ้านเมืองก็ต้องเป็นอย่างนี้ โดยเฉพาะการแต่งตั้งสมาชิก สนช. ก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นอะไรที่สามารถกำหนดได้ โดยเฉพาะคณะที่แต