è----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×Í´ÙÃÙ»ãËè--------------------------------------------
กลุ่มพันธมิตรเสวนาที่แอล.เอ.คนไปฟัง
1,500
หนุนการเมืองภาคประชาชน-กำจัดทักษิณต่อ
ที่ฮอลลีวูดพาร์คคาสิโน
บริเวณชั้นสองที่เรียกว่า
Hollywood
Pavilion เวลาประมาณ
16.00 น. วันที่
8 ตุลาคม
2006 ดร.เจิมศักดิ์
ปิ่นทอง อดีตสว.และนักวิชาการเจ้าของรายการ
‘รู้ทันประเทศไทย’ นายพิภพ ธงไชย
นักวิชาการและนักกิจกรรมด้านสังคมและการศึกษาหนึ่งในแกนนำของกลุ่มพันธมิตรฯ
และนายสมเกียรติ
พงษ์ไพบูลย์
นักวิชาการและหนึ่งในห้าแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ
เปิดให้ผู้สื่อข่าวในแอลเอได้ซักถามก่อนการเสวนาจะเริ่มขึ้น
ในงานรวมพลคนรักชาติ
ครั้งที่ 2
ซึ่งมีชาวไทยที่อาศัยอยู่ในแอลเอและเมืองใกล้เคียงมาร่วมงานประมาณ
1,500 คน
ดร.เจิมศักดิ์
กล่าวถึงสาเหตุการเดินทางมาในครั้งนี้ว่ากลุ่มพันธมิตรฯและประชาชนในอเมริกาได้ติดต่อไปก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลง
และอยากให้มาเล่าความจริงให้ฟังว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่เมืองไทย
และเคยเลื่อนมาครั้งหนึ่งแล้ว
จนมาเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อวันที่
19
กันยายนก็ได้รับการติดต่ออีกว่ายืนยันจะให้มา
ในที่สุดวิทยากรทั้งสามคนก็ยินดีที่จะมา
เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องคนไทยที่อยู่ต่างแดนจะได้เข้าใจความจริง
:การตั้งกลุ่ม Watchdog ตรวจสอบการทำงานของคณะบริหารประเทศ
ดร.เจิมศักดิ์
กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องทำแน่นอน
แต่จะตั้งกลุ่มเป็นทางการอย่างไรต่อไป
คงต้องพูดกันอีก
แต่ตอนนี้ทางคุณสนธิได้ประกาศตั้งมูลนิธิขึ้นมา
คือ มูลนิธิยามรักษาแผ่นดิน
ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี
ควรมีหลายๆแห่งที่ต้องกระจายกันทำงาน
เพราะบ้านเมืองอย่าได้วางใจว่าใครปกครองแล้วมันจะต้องดี
แต่ควรที่จะติดตามและตรวจสอบตลอดเวลา
การเมืองภาคประชาชนคือกำลังสำคัญ
“ผมคิดว่าข้อดีของคุณทักษิณก็คือ
ทำให้ประชาชนรวมตัวได้และหันกลับมาสนใจปัญหาบ้านเมือง
ผมคิดว่าอันนี้เป็นจุดเด่น
หรือจุดดีของคุณทักษิณที่ผมนึกออก”
:เป้าหมายการมาพบปะชาวไทยในสหรัฐฯ
นายพิภพกล่าวว่า
ในงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
แกนนำของเรา
5 คนได้ประกาศสลายตัวการนำประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณและตัวคุณทักษิณ
ก็ปรากฏว่าคุณทักษิณต้องออกจากตำแหน่งทางการเมือง
ถึงแม้จะไม่ใช่เป้าหมายของพันธมิตรฯในเรื่องรัฐประหารก็ตาม
แต่แกนนำก็ประกาศตัวว่าเมื่อคุณทักษิณออกจากตำแหน่งทางการเมือง
ก็ถือว่าบทบาทตรงนั้นเรายุติ
แต่พันธมิตรฯที่เกิดจากการรวมตัวของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศและต่างประเทศ
เราไม่มีสิทธิไปสลายตัว
เขายังคงทำงานอยู่
ฉะนั้นในวันนี้ที่มา
เราอยากจะมาปรึกษา
และมาบอกกันว่า
ภารกิจที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
องค์กรประชาธิปไตย
องค์กรประชาชน
และองค์กรสื่อ
จะต้องทำอะไรต่อไป
ภารกิจที่หนึ่ง
คือ การเปิดโปงคุณทักษิณในเรื่องการทุจริต
คอรัปชั่นและการร่ำรวยผิดปกติ
ในกระบวนการทางกฎหมายซึ่งตรงกับที่พันธมิตรฯได้รณรงค์มาตลอด
ข้อความหนึ่งที่คปค.ได้ประกาศไว้
หนึ่งในสาเหตุของการปฏิรูปก็คือ
การทุจริตคอรัปชั่น
การบริหารราชการที่นำไปสู่การทุจริตคอรัปชั่น
และผลประโยชน์ทับซ้อน
ต้องนำตรงนี้เข้าไปสู่กระบวนการทางกฏหมายให้ได้
ประการที่สอง
การที่คณะปฏิรูปฯบอกว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว
โดยการตั้งคณะรัฐบาล
การตั้งสภานิติบัญญัติ
เขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายในหนึ่งปี
ซึ่งพันธมิตรฯและองค์กรประชาธิปไตยอื่นๆเห็นว่าเป็นภาระที่จะต้องดูแลการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าสภานิติบัญญัติจะมีรูปร่างอย่างไร
แต่ตามแนวทางของคปค.คือมี
2,000
คน เลือกมา 200
เหลือ 100
ซึ่งภาคประชาชนจะทำงานตรงนี้
วันนี้จะมาเชิญชวนพี่น้องในสหรัฐฯด้วย
อีกอันหนึ่งคือ
การทำงานเรื่องสื่อ
คิดว่าสื่อมวลชนเป็นประเด็นสำคัญในสมัยรัฐบาลทักษิณ
ซึ่งเป็นงานที่เราต้องทำต่อไป
และสุดท้าย
คือ ขบวนการประชาชนที่เติบใหญ่ที่สุด
ตั้งแต่ 14 ตุลา(2516) ในการรวมตัวเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
และควรรวมตัวกันทำงานการเมืองภาคประชาชนต่อไป
:ทำการเมืองภาคประชาชนให้เข้มแข็ง ร่างรัฐธรรมนูญ
3 ฉบับ
นายสมเกียรติ
พงษ์ไพบูลย์
กล่าวเสริมว่า
เรากำลังมาทำเรื่องการเมืองภาคประชาชนให้เข้มแข็ง
และการเมืองประชาชนที่เข้มแข็งคือแรงหนุนจากต่างประเทศ
โดยเฉพาะขณะนี้เรามีคนไทยอยู่ในต่างประเทศประมาณหนึ่งล้านสี่แสนคน
เกินครึ่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา
เมื่อคณะรัฐประหารยึดอำนาจแล้ว
กลไกในการเดินหน้าต่อไป
คือการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
ฉะนั้นเราจะมีร่างรัฐธรรมนูญใหม่อยู่
3
ฉบับด้วยกัน
ฉบับหนึ่งร่างโดยคณะรัฐประหาร
ฉบับที่สองร่างโดยองค์กรประชาธิปไตยภาคประชาชนในประเทศไทย
ฉบับที่สาม
เราเรียกร้องให้พี่น้องในสหรัฐฯเป็นแกนกลางในการยกร่าง
เพราะคนที่อยู่ในสหรัฐฯสัมผัสกับประเทศที่มีเสรีภาพ
มีรัฐธรรม
นูญที่ยั่งยืน
มีระบบศาลสูงที่ถ่วงดุลอย่างสูง
เมื่อวานได้ไปที่ฮิวส์ตันได้รับการขานรับอย่างแข็งขันว่าทุกคนที่อยู่ในสหรัฐฯจะรวมกันเป็นเครือข่ายการเมืองภาคประชาชนเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งสามฉบับเราจะนำไปสัมมนาใหญ่ในประเทศไทยที่เรียกว่า
“สัมมนาสาธารณะประชาชน” แล้วเชิญตัวแทนจากสหรัฐอเมริกาไปประเทศไทย
ในขณะเดียวกัน
เราจะเรียกร้องกลุ่มรัฐประหารและรัฐบาลใหม่ว่า
ในสภาร่างรัฐธรรมนูญ
และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
35
คน จะมีตัวแทนจากสหรัฐฯอย่างน้อย
1 คนเป็นกรรมการร่าง
เพราะเป็นส่วนหนึ่งของประเทศชาติและมีสิทธิลงคะแนนเสียง
เรามาเพื่อความมุ่งหวังอันนี้
“ผมดูความกระตือรือร้นของพี่น้องชาวไทยในสหรัฐฯ
ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์
เป็นการเคลื่อนไหวอย่างถ้วนทั่ว
ทุกชนชั้น
เราเรียกว่า
การปฏิวัติประชาชาติ
มาวันนี้จึงมุ่งหวังว่า
แอลเอจะเป็นแกนกลางในการประสานทุกมลรัฐในสหรัฐฯ” หนึ่งในแกนนำพันธมิตรกล่าว
ทางสหรัฐฯควรจะมีการตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่า
“คณะกรรมการประชาชนไทยในต่างประเทศ” มีสหรัฐฯเป็นแกนกลางยกร่างบทบัญญัติที่อ่อนแอ
ถูกกระทำการโดยระบอบทักษิณและระบอบคณะรัฐประหารในรัฐธรรมนูญฉบับปี
2540 ที่มีทั้งหมด
336 มาตรา
มาตราไหนดีก็คงไว้
มาตราที่ไม่ดี
พี่น้องที่อยู่ในสหรัฐฯที่ใกล้ชิดกับนักวิชาการ
นิสิตนักศึกษาที่มาเรียนปริญญาโท
ปริญญาเอกช่วยกัน
ก็จะทำให้คนไทยในสหรัฐฯหันมาปรึกษาหารือกัน
เราหวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะยิ่งใหญ่มาก
ตอนนี้ได้ปรึกษาหารือแกนกลางพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกาแล้ว
ในสัปดาห์หน้าเราไปจะที่แคนาดา
หลังจากนั้น
เชื่อว่าพี่น้องชาวไทยในต่างประเทศจะร่วมมือกันอย่างแข็งขันเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้
เป็นฉบับที่
17 และจะเป็นฉบับแรกที่จะเปิดให้ลงประชามติ
ตั้งแต่มีประเทศไทยมา
800 ปีเราไม่เคยเปิดให้มีการลงประชามติรัฐธรรมนูญเลย
ฉะนั้นคนไทยในสหรัฐฯต้องมีส่วนในการลงประชามติด้วย
ขณะที่นายพิภพกล่าวเพิ่มว่า
บทเรียนจากรัฐธรรมนูญฉบับ
2540
ตอนที่มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ
องค์กรประชาธิปไตย
30 องค์กร
องค์การพัฒนาเอกชนเป็นร้อยองค์กร
ได้ทำการดูรัฐธรรมนูญที่ร่างโดย
สสร. แต่ละมาตรา
เรามีความเห็นอย่างไรก็ไปยื่นเสนอว่า
นี่คือความเห็นของภาคประชาชน
ปรากฏว่าการทำงานครั้งนั้นมีหลายมาตราที่ความเห็นของภาคประชาชน
ได้ถูกสสร.นำไปพิจารณาและเขียนไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับ
2540
“เมื่อวานนี้คุณสุริยะใส
กตะศิลา และคุณสมศักดิ์
โกศัยสุข จากคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยและสหภาพรัฐวิสาหกิจได้แถลงว่า
จะตั้งคณะร่างรัฐธรรมนูญร้อยคนจากผู้แทนของทุกภาคส่วน
และจะทำวิธีนี้
ดูแต่ละมาตรา
ดูองค์รวม
เอานักกฎหมายมาดู
เอาปัญหาของประชาชนชั้นนู้นชั้นนี้มา
แล้วเราจะดูว่าแต่ละมาตราเขียนอย่างไร” นายพิภพกล่าว
:หลังจากมีการปฏิรูปการปกครองแล้วมีการพบปะกับคปค.บ้างหรือไม่
ดร. เจิมศักดิ์กล่าวในประเด็นนี้ว่า
ไม่ได้พบกันอย่างเป็นทาง
แต่มีการปรึกษาหารือกันบ้าง
คนอื่นไม่ทราบ
คิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า
นายพิภพ
กล่าวต่อว่า
ถึงแม้หลักการของพันธมิตรฯ
องค์กรประชาธิปไตยทางทฤษฎีย่อมไม่เห็นด้วยกับการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับ
2540 แต่ปัญหาของประเทศที่มีลักษณะพิเศษในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาซึ่งเกิดจากคุณทักษิณสร้างเงื่อนไข
ทำให้เราปฏิเสธไม่ได้
ดังนั้นจึงต้องหาทางทำให้ตรงนี้ก้าวหน้าไปสู่ระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร
ดังนั้น การพบกันอย่างไม่เป็นทางการมีอยู่บ้าง
แต่เราบอกคปค.ว่าขอให้วางระยะห่างกับพันธมิตรฯ
อย่าดึงพันธมิตรอย่างเป็นทางการเข้าไปเป็นนู่นเป็นนี่
เมื่อวานนี้
(
7 ตุลาคม) คุณสุริยะใสและคุณสมศักดิ์ได้แถลงว่า
ในสภานิติบัญญัติที่อยากจะเชิญแกนนำ
ขออย่าเชิญเลย
ให้เราทำงานการเมืองภาคประชาชน
เราอยากจะนำพาประชาธิปไตยซึ่งสะดุดลงอีกครั้งหนึ่งให้ก้าวไปข้างหน้าให้ได้
:
คปค.ต้องยึดอำนาจเป็นเพราะพันธมิตรฯนัดชุมนุมใหญ่วันที่
20 กันยายน
ดร. เจิมศักดิ์
กล่าวว่า จริงๆแล้วถ้าไปดูประกาศของคณะปฏิรูปฯ
บอกไว้ว่า
ได้เกิดความแตกแยกในบ้านเมือง
ไม่ได้เจาะจงพันธมิตรฯ
ไม่ได้เป็นเพราะพันธมิตรฯจะไปชุมนุมวันที่
20 และที่คุณพิภพพูดว่า
เราไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจบ้านเมืองโดยใช้การปฏิรูป
หรือปฏิวัติ
ผมอยากขยายความตรงนี้
คือจริงๆแล้วคุณทักษิณได้ทำการปฏิวัติเงียบบ้านเมืองมาก่อนแล้ว
การปฏิวัติทุกแห่งมีอยู่
3 อย่าง
คือ 1. ล้มรัฐสภา
2. ล้มรัฐธรรมนูญ
3. ควบคุมสื่อ
อยากจะชี้ให้เห็นว่า
คุณทักษิณได้ทำหมดแล้วทั้งสามอย่าง
เมื่อมีคนมาไล่คุณทักษิณ
เราคิดว่า
เราไม่ทางเลือกขณะนี้
ไม่ใช่ว่าเราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคณะปฏิรูปฯ
นายสมเกียรติกล่าวเสริมว่า
มรณกรรมของคุณทักษิณมันเกิดจาก
3
พลังใหญ่ พลังแรกคือพลังมวลชนอันไพศาล
พลังที่สอง
คือพลังตุลาการ สุดท้ายคือ
พลังของกองทัพ
เมื่อสามส่วนผสมกัน
ล้มทักษิณแล้ว
จะทำอย่างไรถือเป็นเรื่องใหญ่
เพราะประชาชนมีความคิดแบบหนึ่ง
ศาลแบบหนึ่ง
กองทัพอีกแบบหนึ่ง
จึงเดินทางมาต่างประเทศ
เพื่อให้ยกร่างรัฐธรรมนูญ
หวังว่าพี่น้องในสหรัฐอเมริกาที่ตื่นตัว
จะตั้ง “สภาร่างรัฐธรรมนูญของคนไทยในต่างประเทศ” เราจะเปิดเวทีที่กรุงเทพฯให้
เพื่อเปิดบทบาทของคนไทยในต่างประเทศว่ามีส่วนในการกู้ชาติเช่นเดียวกัน
:แน่ใจหรือไม่ว่าระบอบทักษิณจะไม่กลับมาในการเลือกตั้งครั้งหน้า
นายสมเกียรติกล่าวยืนยันว่า
กลับมาไม่ได้
เพราะอาการพังทลายของทักษิณได้สะท้อนออกมาหลายส่วน
ส่วนแรก คือพรรคไทยรักไทยแพแตกไปแล้ว
ที่สองคือ
กลไกตุลาการกำลังเข้าไปจัดการกับระบอบทักษิณ
อันที่สาม
กลไกตรวจสอบทรัพย์สินกำลังเข้าไปเล่นงานเขา
กลไกที่สี่
คือพี่น้องประชาชนเริ่มรู้เท่าทันว่า
ทักษิณเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง
ทั้งสี่ปัจจัยนี้เราเรียกว่า
ได้ขุดหลุมฝังศพกลบทักษิณไปเรียบร้อยแล้ว
ดร.เจิมศักดิ์
กล่าวเพิ่มว่า
ขอเติมปัจจัยที่ห้า
คือคุณทักษิณได้กระทำความผิดในทางอาญาหลายกระทง
ฉะนั้นเร็วๆนี้น่าจะมีเรื่องของการเอาผิดคุณทักษิณ
ถ้าศาลมีคำสั่งออกหมายจับ
หากคุณทักษิณเหยียบเมืองไทยก็จะถูกจับทันที
ขณะเดียวกันอาจขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนด้วย
อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตเร็วๆนี้
บรรยากาศในงานมีผู้ไปร่วมรับฟังกว่า
1,500-1,600 คน มีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,นิทรรศการยกย่องคณะปฏิรูปฯที่ร่วมทำลายระบอบทักษิณ,การรับบริจาคทั้ง
บริเวณหน้างานและขอรับบริจาคตามที่นั่ง,การจัดซุ้มถ่ายรูปเพื่อให้ผู้ต้องการถ่ายเป็นที่ระลึกกับวิทยากรทั้ง
3 คน โดยเก็บภาพละ
20 ดอลลาร์ (แพงกว่าบรรดาดารานักร้องที่เดินสายมาแอล.เอ.เก็บแผ่นละ
5 ดอลลาร์และมีผู้ต้องการถ่ายด้วยจำนวนมาก)
นอกจากนี้การบรรเลงดนตรีขับกล่อมพร้อมทั้งนักร้อง,มีการจำหน่ายอาหารบริเวณด้านนอกในราคาพันธมิตร
งานจัดขึ้นระหว่าง
16.00-22.00 น.
ข่าวโดย
สายธาร
เดชาติวงศ์
ภาพโดย
Jump
Photography www.jumpphotography.com
อ่านข่าวเพิ่มเติมจากนสพ.ข่าวสด
รายวัน คตส.ลงมติฟันทั้ง
8 โครงการอภิโปรเจ็คต์ http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod
ÍèÒ¹µèÍ.....¾Ñ¹¸ÁÔµÃáÍÅ.àÍ.
¹Ó 3 ¹Ñ¡¾Ù´ÁÒàÊǹÒÍÒ·ÔµÂì 8 µ.¤.·Õè Hollywood Park
|