| ปลัดกลาโหมเข้าพบป๋าเปรมหลังจาก
ตั้งกรรมการสอบ
4 นายทหารยื่นคำร้อง
ปลัดกลาโหมตั้ง กก.สอบ 4 นายทหารร้อง "ป๋าเปรม" ไม่ฟันธงโยงไปถึง "บรรณวิทย์ เก่งเรียน" ด้วยหรือไม่ โทษให้อิสระกรรมการหาข้อเท็จจริง
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.สิริชัย ธัญญสิริ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบ 4 นายพล ที่ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า ตนสั่งการให้ 4 นายพลทำรายงานข้อเท็จจริงสิ่งที่เกิดขึ้นมาให้ทราบในวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา และได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อมาสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้นในวันนี้ คณะกรรมการประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน นายทหารจากกรมเสมียนตรา กรมพระธรรมนูญ และหน่วยงานเกี่ยวข้องประมาณ 4-5 คน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การกระทำดังกล่าวจะเชื่อมโยงถึง พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน รองปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาหรือไม่ พล.อ.สิริชัย กล่าวว่า ชั้นความผิดจะมีเรื่องใดบ้าง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการไปหาข้อมูล ระเบียบคำสั่ง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาส่วนจะเชื่อมโยงถึงใครหรือไม่ขึ้นอยู่กับข้อมูลการพิจารณาของคณะกรรมการ ไม่สามารถไประบุได้ เพราะจะเป็นการชี้นำการตัดสิน
ต่อมาวันที่
5 กันยายน พล.อ.สิริชัย
ธัญญสิริ เข้าพบพล.อ.เปรม
ติณสูลานนท์
ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
ตั้งแต่เวลาประมาณ
7.30 น.
แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะหารือการในเรื่องใดท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นหลายประเด็น
เช่น กรณีความไม่ลงตัวของการจัดทำบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหาร
และการเข้าร้องเรียนถึงความไม่ชอบธรรมของ
พล.อ.ธรรมรักษ์
อิศรางกูร
ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ของ 4 นายพล
ข้าราชการทหาร
สังกัดสำนักงานรองปลัดกระทรวงกลาโหมว่า
การจัดทำบัญชีรายชื่อไม่ชอบธรรมมีการเมืองแทรกแซง
รวมถึงกรณีที่มีนายทหารเข้าไปพัวพันในคดี
ซุกซ่อนระเบิดพยายามฆ่าเจ้าพนักงานของรัฐ
ล่าสุด
ปลัดกระทรวงกลาโหม
ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบพล.อ.เปรมว่าได้มาชี้แจงกรณีที่ 4 นายทหารร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่
3 กันยายน
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์
แถลงว่า ขณะนี้เห็นได้ชัดว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารเริ่มมีปัญหามากขึ้น
ซึ่งไม่ใช่เฉพาะปัญหาการเมืองลงไปล้วงลูกทำให้ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม
แต่สิ่งที่พรรคมีความวิตกกังวลคือ
อาจจะมีการแต่งตั้งโยกย้าย
เพื่อผลของการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
โดยจะเห็นได้ชัดเจนว่า
นายทหารที่ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองที่ไม่ดีในประเทศนี้
มีข่าวมาตลอดเวลาว่าจะถูกโยกย้าย
เช่น แม่ทัพภาคที่
3
นายองอาจกล่าวว่า
การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะอยู่ในช่วงมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง
และไม่สบายใจที่ผู้ใหญ่ในรัฐบาลหลายคนบอกว่า
การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารช่วงนี้สามารถดำเนินการได้ตามปกติ
ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา
215 วรรค 2 ระบุไว้ชัดเจนว่า
เมื่อคณะรัฐมนตรี
(ครม.) พ้นจากตำแหน่ง
และอยู่ในช่วงรักษาการจะใช้อำนาจแต่งตั้งหรือย้ายข้าราชการ
หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ
หรือรัฐวิสาหกิจ
หรือให้บุคคลพ้นจากตำแหน่งมิได้
เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.) ดังนั้น
รัฐบาลต้องดำเนินการตามนี้
"สิ่งพรรคกังวลก็คือ
รัฐบาลจะแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร
ซึ่งพร้อมที่จะรับใช้รัฐบาลทำในสิ่งที่อาจจะไม่ถูกต้องชอบธรรมในการเลือกตั้ง
ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆ
เหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งเมื่อปี
2548 ที่พบว่ามีนายทหารระดับสูงหลายคนตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล
พยายามเข้าไปทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม"
นายองอาจกล่าว
ด้าน
น.ต.ศิธา ทิวารี
โฆษกพรรคไทยรักไทย
กล่าวว่า ในฐานะอดีตข้าราชการทหาร
กรณีที่นายทหารชั้นนายพล
4 นาย ออกมาแฉว่าฝ่ายการเมืองเข้าไปล้วงลูกการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีนั้น
ข้าราชการทหารมีความแตกต่างจากข้าราชการอื่น
โดยจุดเด่นที่สำคัญคือ
ความมีวินัยและการถือปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา
คำสั่งผู้บังคับบัญชาเปรียบเสมือนพรจากสวรรค์
ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องก้มหน้ารับฟังคำสั่ง
การที่ทหารจะออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องที่มีนัยยะทางการเมือง
จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีความผิดปกติแน่นอน
เพราะทหารระดับนายพลน่าจะมีระเบียบวินัย
ถ้าทำตามนิสัยทหารจะไม่ทำแบบนี้
พล.อ.มนตรี
ศุภาพร ปลุกศักดิ์ศรีทหารในสภา
กห. http://www.matichon.co.th
อ่านต่อ.....4นายพลไม่สนใจน้ำร้อนลวกยื่นหนังสือเพิ่มเติมให้"ป๋าเปรม"เหตุการเมืองเข้าแทรกแต่งตั้งโยกย้าย
|