| ย้าย 612 ทหาร-พล.อ.วินัยนั่งปลัดกลาโหม
ตท.10 เพื่อนทักษิณเข้ากรุ-แม่ทัพ
1-3 ได้ดี
โผทหารคลอด 612 อัตรา “พล.อ.วินัย” ตาอยู่คั่วเก้าอี้ปลัดกลาโหม ทิ้ง “เสธ.อู้” กินแห้วนั่งจเรทหารทั่วไป “บรรณวิทย์”อกหักนั่งที่เดิม “บุญสร้าง” แบเบอร์นั่ง ผบ.สส. ตามคาด “พรชัย
กรานเลิศ” ถูกเตะโด่งพ้นทบ.นั่ง รองเสธ.ทหาร ล้างบางคุมกำลัง ตท.10
“พฤณฑ์-ศานิต-เรืองศักดิ์” เข้ากรุหวั่นต้าน คปค. “อนุพงษ์-สพรั่ง”
ขุมกำลัง
“ปฏิวัติ” ได้ดีเข้า 5 เสือ ทบ “สุกำพล”
“เสธ.อู้” กินแห้วนั่งจเรทหารทั่วไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่สุดบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2549 ได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวน 612 นาย โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 29 กันยายน 2549 มีรายชื่อนายทหารที่น่าสนใจ ดังนี้
กระทรวงกลาโหม พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช (ตท.7)
เสนาธิการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด (บก.สส.) ก่อนหน้านี้เป็นแคนดิเดตนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหม ถูกย้ายข้ามห้วยมาเป็นจเรทหารทั่วไป พล.อ.ทนงศักดิ์ ตุวินันทน์ (ตท.6)
เป็นประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม และ พ.อ.สัมพันธ์ ยังพะกูล เป็นหัวหน้าสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี
“พล.อ.วินัย” ตาอยู่คั่วเก้าอี้ปลัดกลาโหม
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ปรากฏว่า พล.อ.วินัย ภัททิยกุล (ตท.6)
เลขาธิการคณะปฏิรูปฯ ดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีคณะรัฐมนตรีเปิดอัตราประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม เพื่อรองรับ พล.อ.วินัย แต่ภายหลังจากที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปฯนำกำลังทหารเข้ายึดอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา โดย พล.อ.วินัย เป็นบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญและเข้าร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย จึงได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.สนธิ ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ โดย พล.อ.วินัย เลือกที่จะขอดำรงตำ
แหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม แทนเก้าอี้รัฐมนตรีในรัฐบาลชั่วคราว เนื่องจากเหลืออายุราชการอีก 2 ปี
ขณะที่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน รองปลัดกลาโหม พลาดหวัง เพราะต้องนั่งตำแหน่งเดิม และให้ พล.อ.อภิชัย ไวยรักษ์สัตว์ (ตท.4)
เจ้ากรมเสมียนตรา ขยับขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม แทนพล.อ.เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์ (ตท.4)
ที่เกษียณอายุราชการ พล.อ.พิษณุ อุไรเลิศ (ตท.8)
เป็นเจ้ากรมเสมียนตรา พล.ท.ไวพจน์ ศรีนวล (ตท.8) ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย เป็น ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พล.อ.)
และก่อนหน้านี้คณะปฏิรูปฯได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ท.ไวพจน์ เป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติอีกหนึ่งตำแหน่ง
“บุญสร้าง” แบเบอร์นั่ง ผบ.สส. ตามคาด
ด้านกองบัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ (ตท.6)
รอง ผบ.สส. ขยับขึ้นเป็น ผบ.สส. ตามคาด โดยมี พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย (ตท.6)
ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. นายทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็น รอง ผบ.สส. พล.อ.สุนทร ขำคมกุล (ตท.6)
เป็นประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด (อัตราจอมพล) ขณะที่ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร (ตท.10)
รองเสธ.ทหาร ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10
กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งไม่ค่อยมีบทบาททางการเมืองมากนักได้ดีขยับเป็น เสธ.ทหาร แทน พล.อ.เลิศรัตน์ ที่ถูกย้ายไปเป็นจเรทหารทั่วไป
“พรชัย” ถูกเตะโด่งพ้น ทบ.นั่งรองเสธ.ทหาร
ทั้งนี้ พล.อ.พรชัย กรานเลิศ (ตท.10)
ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (1) ซึ่งก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ วางตัวไว้ให้เป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.สนธิ ที่จะเกษียณอายุราชการในปี 2550 แต่ต้องถูกปรับย้ายออกจากกองทัพบกไปดำรงตำแหน่งเป็น รอง เสธ.ทหาร ขณะที่ตำแหน่งอื่น พล.ท.สมบัติ ม่วงกล่ำ (ตท.10)
เป็นเจ้ากรมการสรรพกำลังทหาร พล.อ.ท.ดนัย นันทะศิริ (ตท.9)เป็นเจ้ากรมกำลังพลทหาร พล.ต.วรพงษ์ สง่าเนตร เป็นเจ้ากรมยุทธการทหาร แทน พล.ท.เขมรัต กาญจนวัฒน์ (ตท.8)
ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ ผบ.สส. (อัตรา พล.อ.) พล.ต.ชวลิต จารุจินดา (ตท.12)
เป็นผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย ซึ่งมีความสนิทกับ พล.อ.มงคล อัมพรพิศิษฐ์ อดีต ผบ.สส.
นอกจากนี้ยังมี พล.ท.ธนศักดิ์ ปฏิมาประกร (ตท.1)
เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก (ตท.14) เป็นเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร โดยทั้ง 2 ตำแหน่งนี้เป็นอัตราที่เปิดขึ้นมาใหม่ เพื่อรองรับสถานการณ์ความมั่นคงภายในประเทศ รวมทั้งสถานการณ์โลก
แม่ทัพ 1
และแม่ทัพ
3 ได้ดีเข้า 5 เสือ ทบ.
ทางด้านกองทัพบกเป็นไปตามคาด พล.อ.ไพศาล กตัญญู (ตท.7) ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ขยับเป็น รอง ผบ.ทบ. (อัตราจอมพล) พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร (ตท.7)
แม่ทัพภาคที่ 3 และพล.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา (ตท.10)
แม่ทัพภาคที่ 1 ขยับขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ก่อนหน้านี้นายทหารทั้ง 2 นาย ไม่มีชื่ออยู่ในไลน์ 5 เสือ ทบ. แต่เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้ พล.อ.สนธิ ไว้วางใจและตอบแทนให้มาดำรงตำแหน่งใน 5 เสือ ทบ.
พร้อมกันนี้ยังโยก พล.ท.มนตรี สังขทรัพย์ (ตท.9)
ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการกำลังสำรอง (ผบ.นสร.) ขึ้นเป็น เสธ.ทบ. แทน พล.อ.โสภณ ศีลพิพัฒน์ (ตท.6)
เป็นประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก (อัตราจอมพล) และปรับย้าย พล.ท.องค์กร ทองประสม แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (อัตราพล.อ.) ก่อนที่จะเกษียณราชการในเดือนตุลาคม 2550 และให้ พล.ท.ฉัตรชัย ถาวรบุตร (ตท.10)
ผู้ช่วยเสธ.ทบ.ฝ่ายข่าว อดีต ทส. พ.ต.ท.ทักษิณ ขยับเป็นรอง เสธ. ทบ. โดยให้
พลท.เกษม ยุกตวีระ
(ตท.11) เป็น
ผู้ช่วยเสธ.ทบ.ฝ่ายข่าว
แทน
เด็ก “พฤณฑ์” ได้ดีนั่ง ผบ.พล.1 รอ.
ส่วนตำแหน่งคุมกำลังหลักของกองทัพบก พล.ท.จีระเดช คชรัตน์ (ตท.9) แม่ทัพน้อยที่ 3 ขยับเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ (ตท.9)
เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 และเคยเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้คลุกคลีอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้ได้รับมอบหมายดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ประยุทธ จันทร์โอชา (ตท.12)
รองแม่ทัพภาคที่ 1 ขยับเป็ |