| รมต.สำนักนายกฯโต้ข่าวเปลี่ยนตัวสมเด็จเกี่ยว
ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสังฆราชเป็นข่าวโคมลอย
เมื่อวันที่
7 พฤศจิกายนที่ทำเนียบรัฐบาล คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมตรี ในฐานะกำกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม.ถึง กระแสข่าวที่จะมีการเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.เพื่อยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ว่า ข่าวนี้ไม่มีมูลความจริงแต่ประการใด ตนได้เห็นหนังสือซึ่งไม่ทราบว่าใครส่งมาให้ดูเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งแนบมากับร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.สงฆ์เป็นเอกสารที่คนอื่นทำมา แต่ไม่ทราบว่าใคร
ทั้งนี้ ตนเห็นมา 4 -5 วันแล้ว แต่ในแง่ของรัฐบาลและมหาเถรสมาคม (มส.) เรื่องนี้ไม่มีมูลความจริง และในวันเดียวกันนี้ สมเด็จพระสังฆราชฯ ท่านก็จะเข้ารับการผ่าตัด เพราะฉะนั้นขอแจ้งให้ทราบว่าข่าวที่ออกมาว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือแต่งตั้งคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชฯ ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการกล่าวอ้างว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชให้มาดำเนินการ มีการตรวจสอบกับนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ คุณหญิงทิพาวดี กล่าวว่า ไม่มี ตนได้นำเรียนนายกรัฐมนตรีให้ทราบไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 พ.ย.
ที่ผ่านมาช่วงที่ได้รับเอกสารมา โดยท่านนายกฯ ก็บอกว่ารัฐบาลไม่มีดำริเรื่องนี้
ในวันเดียวกันเมื่อเวลา
09.00 น.ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล
มีพระภิกษุประมาณ
50 รูป นำโดย พระมหาโชว์
ทสฺสนีโย ผู้อำนวยการส่วนธรรมนิเทศ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
และฆราวาสอีกประมาณ
50 คน มารวมตัวกันเพื่อชุมนุมและยื่นหนังสือถึงพล.อ.สุรยุทธ์
จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ขอให้รัฐบาลยับยั้งการนำร่างพ.ร.บ.คณะสงฆ์(ฉบับที่...พ.ศ.)
และเพิ่มเติมประโยคในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ทั้งนี้
หนังสือระบุว่า
จากการที่นายไพศาล
พืชมงคล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)
ได้รวบรวมลายเซ็นต์ของ
สนช.จำนวน 33 รายชื่อ
เพื่อเสนอร่างพ.ร.บ.คณะสงฆ์
เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
โดยฝ่ายคณะสงฆ์ประกอบด้วย
พระมหาเถรเจ้าคณะพระสังฆาธิการ
ทุกระดับ พร้อมพระสงฆ์ผู้บริหารในมหาวิทยาลัย
พระนิสิต พระนักศึกษา
ทั้ง 2 มหาวิทยาลัยสงฆ์
และพระสงฆ์อื่นๆ
อีกจำนวนมากได้ร่วมกันพิจารณาด้วยความละเอียดถี่ถ้วน
ได้มีความเห็นว่า
ร่างพ.ร.บ.คณะสงฆ์ดังกล่าว
มีข้อที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อพุทธศาสนาหลายประการ
อาทิ 1. การเสนอร่างพ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับนี้ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมแต่อย่างใด
แต่เกิดขึ้นโดยพลการจากกลุ่มบุคคลที่ต้องการยึดอำนาจทางคณะสงฆ์บางส่วนเท่านั้น
ถือเป็นการข้ามพระเถรผู้ใหญ่โดยไม่สนพระธรรมวินัย
และไม่เอื้อต่อพระพุทธศาสนา
เอกสารระบุอีกว่า
2.หากพ.ร.บ.คณะสงฆ์ดังกล่าวผ่านสนช.
และประกาศใช้ยิ่งจะทำให้เกิดความแตกแยกในสังขมณฑลอย่างใหญ่หลวง
ระหว่างคณะสงฆ์
ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย
และมหานิกายในประเทศไทย
เพราะแต่ละนิกายต่างก็อ้างเหตุผลเพื่อเข้าข้างฝ่ายตนเป็นหลัก
เว้นแต่จะแยกตำแหน่ง
สมเด็จพระสังฆราชฝ่ายละ
1 องค์เท่านั้น
ปัญหาจึงจะยุติได้
แต่นั่นก็เป็นการกระทำที่ไม่บังควร
เพราะคณะสงฆ์สามัคคีกันดีอยู่แล้ว
3.เหตุผลที่ใช้อ้างในร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวพยายามอ้างถึงพระธรรมวินัย
เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
แต่แท้จริงแล้วเรื่องการบวชก่อนหรือหลังของพระภิกษุในศาสนา
ยึดอาวุโส
โดยพรรษาตามปกติ
รูปใดบวชที่หลังต้องทำความเคารพรูปที่บวชก่อน
พร้อมทำอัญชลีกรรม
โดยวัฒน ธรรม
และโดยวัตรของสงฆ์
แต่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชในปัจจุบันเป็นตำแหน่งการบริหารงานคณะสงฆ์ เป็นตำแหน่งที่ต้องบริหารงานคณะสงฆ์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ต้องวินิจฉัย
ต้องสั่งการและบังคับบัญชาคณะสงฆ์ให้เป็นไปตามหน้าที่
ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวไม่ปรากฎว่ามีอยู่ในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า
เป็นแต่อนุโลมเหมือนการแต่งตั้งตำแหน่งเอตทัคคะ
ให้กับพระสาวกในสมัยพระพุทธเจ้า
โดยไม่ได้ถือการตั้งตามอาวุโสพรรษา
แต่จะตั้งตามความรู้
ความสามารถของพระสาวกรูปนั้นๆ
ดังนั้นในการอ้างถึงเหตุผลข้อนี้
จึงฟังไม่ขึ้น
4.ในการเสนอกฎหมายใดๆ
แม้แต่รัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์
โดยที่ถือเป็นพลเมืองของรัฐด้วย
แม้คณะสงฆ์จะยังไม่คงมีส่วนร่วมทางการเมืองก็ตามแต่
ควรให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนา
ซึ่งเป็นศาสนาหลักของประเทศไทย
ควรมีการสอบถามพระสงฆ์บ้างเพราะพระพุทธศาสนาย่อมตัดขาดจากบ้านเมืองไม่ได้
จึงไม่ควรที่บุคคลกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดจะเสนอร่างกฎหมายที่ใช้กับคณะสงฆ์ในทางที่เป็นทั้งคุณและโทษ
โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม
หรือคณะสงฆ์ส่วนใหญ่
จึงขอเจริญพรมายังนายกรัฐมนตรี
ช่วยดูแล เพื่อไม่ให้บ้านเมืองระส่ำระสายมากไปกว่านี้
การกระทำใดๆของผู้รับผิดชอบต่อบ้านเมืองควรใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบ
และยังเพื่อความมั่นคง
เจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาและสังคมส่วนรวม
ทั้งนี้
พระมหาโชว์และคณะสงฆ์ประมาณ
10 รูป เป็นตัวแทนเดินทางเข้ายื่นหนังสือ
และหารือกับตัวแทนรัฐบาล
โดยมีร.อ.ทวิช
ศุภวรรณ หัวหน้าฝ่ายประสานงานมวลชน
ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์
ทำเนียบรัฐบาล
เป็นผู้รับเรื่องและรับจะนำเสนอให้นายกฯทราบ
อ่านข่าวเพิ่มเติมจากนสพ.ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/
อ่านต่อ.....พระสังฆราชมีบัญชาเปลี่ยนประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่จากสมเด็จเกี่ยววัดสระเกศเป็นสมเด็จวัดชนะสงคราม
|