กลุ่มรักมวยไทยคัดค้านใช้ชื่อ”มวยไทย”สำเร็จ
ไม่ตกเป็นเครื่องหมายการค้า-ชมเจ้าสัวเจริญ
กลุ่มรักมวยไทยนานาชาติได้เฮ
หลังคัดค้านใช้ชื่อ
“มวยไทย” เป็นเครื่องหมายการค้าเครื่องดื่มมึนเมาในสหรัฐฯประสบผลสำเร็จชมสปิริต
“เจริญ สิริวัฒนภักดี” เห็นแก่ประโยชน์ของชาติมากกว่าส่วนตัว
เผยเรื่องนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น
ต้องดัน “มวยไทย” เข้าสู่นโยบายของภาครัฐ
ยกระดับเป็นสมบัติของชาติ
เมื่อช่วงค่ำของวันที่
14
พฤศจิกายน ที่มวยไทยคิกบ็อกซิกยิม
ย่านแวนนายส์
กลุ่มรักมวยไทยนานาชาติจัดแถลงข่าวการเพิกถอนการจดทะเบียนโดยใช้ชื่อมวยไทยเป็นเครื่องหมายการค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัททีซีซี
คอสโม่ คอเปอร์เรชั่น
ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัทไทยเบฟเวอร์เรจ
จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ ตามหลักฐานในเว็บไซท์ของกรมทัพย์สินทางปัญญาสหรัฐฯ
(USPTO) พบว่ามีการเพิกถอนไปเมื่อวันที่
23 ตุลาคมที่ผ่านมา
นายเสวี
เรืองตระกูล
ผู้ประสานงานภาคสหรัฐอเมริกาของกลุ่มรักมวยไทยฯ
ได้อ่านแถลงการณ์ซึ่งมีใจความส่วนหนึ่งว่า
หลังจากที่บริษัททีซีซี
คอสโม่ คอเปอร์เรชั่น
ได้จดทะเบียนไว้กับ
USPTO
สหรัฐอเมริกา
เมื่อวันที่
6 กรกฎาคม
2548 ทางกลุ่มฯร่วมกับหน่วยงานต่างๆได้ดำเนินเรื่องคัดค้านเป็นเวลากว่า
5 เดือน จนถังบัดนี้การคัดค้านได้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
กล่าวคือ นายเจริญ
สิริวัฒนภักดีได้ยินยอมเพิกถอนการจดทะเบียนดังกล่าว
จึงขอขอบคุณในการแสดงสปิริตครั้งนี้
นับว่าเป็นเรื่องน่าชมเชยและเป็นตัวอย่างที่ดีในการยอมสูญเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจเพื่อรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติไว้
ระหว่างการแถลงข่าว
ยังมีบุคคลต่างๆที่มีส่วนร่วมในการคัดค้านได้มากล่าวแสดงความยินดีในผลสำเร็จครั้งนี้
ประกอบด้วย
ครูเดช นกหวีด
ศรีอำไพ ครูนรินทร์
แจ่มจันทร์ ครูสุริยา-สุริยัน
มัครมย์ นายอัคคณิต
พานิชกุล นายบุญเรือง
เกตุพงษ์สุดา
และครูเล็ก
สุดหล่อซึ่งเป็นผู้เอื้อเฟื้อสถานที่ในการแถลงข่าวครั้งนี้
ขณะเดียวกันนายเสวีได้กล่าวขอบคุณไปยังครูมวยและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มีส่วนช่วยในเรื่องนี้
นายเสวีกล่าวว่า
สิ่งที่ทำถือเป็นเรื่องระงับในระยะชั่วคราวเท่านั้น
แต่ควรจะวางพื้นฐานอย่างถาวรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำดังกล่าว
การเป็นเจ้าของชื่อมวยไทยนับเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
หากไม่ต้องการให้ใครมาใช้ชื่อนี้
ต้องหาใครมาเป็นเจ้าของซึ่งเป็นที่ยอมรับกับทุกฝ่าย
จึงถือเป็นเรื่องใหญ่
นายเสวีกล่าวต่อไปว่า
หากใช้ช่วงเวลานี้ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่
ควรนำเรื่องนี้ไปสู่การพิจารณาเพื่อให้มวยไทยเป็นศิลปะป้องกันตัวของชาติที่สำคัญแขนงหนึ่ง
ซึ่งต้องมีนโยบายปกป้องและรักษาเอาไว้เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ
เป็นนโยบายของทางภาครัฐซึ่งกำหนดเป็นสมบัติของชาติ
รวมทั้งต้องมีการพัฒนาต่อไปด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า
ใครจะเป็นผู้ไปดำเนินเรื่องแจ้งไปยังรัฐบาลชุดใหม่
นายเสวีตอบว่าต้องประกอบด้วยหลายฝ่าย
โดยมีผู้ประสานงานติดต่อไปยังภาครัฐ
หากมีการตกลงกันว่าเป็นเรื่องที่ควรกระทำก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อประสานงาน
แต่ถ้าจะถามว่าใครตอนนี้ยังตอบไม่ได้
ส่วนที่ว่า
การจดทะเบียนมวยไทยในญี่ปุ่น
ยุโรป แม้กระทั่งประเทศไทยเองซึ่งจดมาแล้วเป็นเวลา
2
ปีซึ่งไม่มีหน่วยงานใดทราบเรื่องเลยควรดำเนินการอย่างไรต่อนั้น
นายเสวีกล่าวว่า
ขณะนี้มีการตื่นตัวมากขึ้น
มีจดหมายออกมาจากภาครัฐบาลให้มีการเพิกถอนการจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา
ขณะเดียวกันต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมาย
ให้การจดทะเบียนมีความรอบคอบและทำได้ยากมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม
ระหว่างการประชุมร่วมกันที่ประเทศไทยเมื่อวันที่
29
สิงหาคมที่ผ่านมา
ทางผู้บริหารของทีซีซี
คอสโม่ คอเปอร์เรชั่นได้ระบุว่า
ในส่วนของการจดทะเบียนไว้แล้วกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ประเทศไทย
บริษัทฯจะไม่ดำเนินการผลิตสินค้าต่อไปแต่อย่างใด
และเมื่อใบอนุญาตซึ่งมีอายุ
10 ปีหมดอายุลง
ก็จะไม่ขอต่อใบอนุญาตด้วย
ข่าวโดย
สายธาร
เดชาติวงศ์ฯ
ภาพโดย
Jump
Photography เข้าไปดูโรงยิมมวยไทยได้ที่
http://www.jumpphotography.com/RegardingMuayThai.html
อ่านข่าวก่อนหน้านี้ http://www.apacnews.net/
|