เสวี เรืองตระกูล,อัคคณิตพานิชกุล,บุญเรือง เกตุพงศ์สุดา และครูมวยไทยร่วมกันแถลงเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2006ตามข่าว

 

 

กลุ่มรักมวยไทยคัดค้านใช้ชื่อมวยไทยสำเร็จ
ไม่ตกเป็นเครื่องหมายการค้า-ชมเจ้าสัวเจริญ

กลุ่มรักมวยไทยนานาชาติได้เฮ หลังคัดค้านใช้ชื่อ มวยไทย เป็นเครื่องหมายการค้าเครื่องดื่มมึนเมาในสหรัฐฯประสบผลสำเร็จชมสปิริต เจริญ สิริวัฒนภักดี เห็นแก่ประโยชน์ของชาติมากกว่าส่วนตัว เผยเรื่องนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น ต้องดัน มวยไทย เข้าสู่นโยบายของภาครัฐ ยกระดับเป็นสมบัติของชาติ

 เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่มวยไทยคิกบ็อกซิกยิม ย่านแวนนายส์ กลุ่มรักมวยไทยนานาชาติจัดแถลงข่าวการเพิกถอนการจดทะเบียนโดยใช้ชื่อมวยไทยเป็นเครื่องหมายการค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัททีซีซี คอสโม่ คอเปอร์เรชั่น ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัทไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ ตามหลักฐานในเว็บไซท์ของกรมทัพย์สินทางปัญญาสหรัฐฯ (USPTO) พบว่ามีการเพิกถอนไปเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา

 นายเสวี เรืองตระกูล ผู้ประสานงานภาคสหรัฐอเมริกาของกลุ่มรักมวยไทยฯ ได้อ่านแถลงการณ์ซึ่งมีใจความส่วนหนึ่งว่า หลังจากที่บริษัททีซีซี คอสโม่ คอเปอร์เรชั่น ได้จดทะเบียนไว้กับ USPTO สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2548 ทางกลุ่มฯร่วมกับหน่วยงานต่างๆได้ดำเนินเรื่องคัดค้านเป็นเวลากว่า 5 เดือน จนถังบัดนี้การคัดค้านได้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง กล่าวคือ นายเจริญ สิริวัฒนภักดีได้ยินยอมเพิกถอนการจดทะเบียนดังกล่าว จึงขอขอบคุณในการแสดงสปิริตครั้งนี้ นับว่าเป็นเรื่องน่าชมเชยและเป็นตัวอย่างที่ดีในการยอมสูญเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจเพื่อรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติไว้

 ระหว่างการแถลงข่าว ยังมีบุคคลต่างๆที่มีส่วนร่วมในการคัดค้านได้มากล่าวแสดงความยินดีในผลสำเร็จครั้งนี้ ประกอบด้วย ครูเดช นกหวีด ศรีอำไพ ครูนรินทร์ แจ่มจันทร์ ครูสุริยา-สุริยัน มัครมย์ นายอัคคณิต พานิชกุล นายบุญเรือง เกตุพงษ์สุดา และครูเล็ก สุดหล่อซึ่งเป็นผู้เอื้อเฟื้อสถานที่ในการแถลงข่าวครั้งนี้ ขณะเดียวกันนายเสวีได้กล่าวขอบคุณไปยังครูมวยและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มีส่วนช่วยในเรื่องนี้

 นายเสวีกล่าวว่า สิ่งที่ทำถือเป็นเรื่องระงับในระยะชั่วคราวเท่านั้น แต่ควรจะวางพื้นฐานอย่างถาวรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำดังกล่าว การเป็นเจ้าของชื่อมวยไทยนับเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากไม่ต้องการให้ใครมาใช้ชื่อนี้ ต้องหาใครมาเป็นเจ้าของซึ่งเป็นที่ยอมรับกับทุกฝ่าย จึงถือเป็นเรื่องใหญ่

 นายเสวีกล่าวต่อไปว่า หากใช้ช่วงเวลานี้ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่ ควรนำเรื่องนี้ไปสู่การพิจารณาเพื่อให้มวยไทยเป็นศิลปะป้องกันตัวของชาติที่สำคัญแขนงหนึ่ง ซึ่งต้องมีนโยบายปกป้องและรักษาเอาไว้เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ เป็นนโยบายของทางภาครัฐซึ่งกำหนดเป็นสมบัติของชาติ รวมทั้งต้องมีการพัฒนาต่อไปด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ใครจะเป็นผู้ไปดำเนินเรื่องแจ้งไปยังรัฐบาลชุดใหม่ นายเสวีตอบว่าต้องประกอบด้วยหลายฝ่าย โดยมีผู้ประสานงานติดต่อไปยังภาครัฐ หากมีการตกลงกันว่าเป็นเรื่องที่ควรกระทำก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อประสานงาน แต่ถ้าจะถามว่าใครตอนนี้ยังตอบไม่ได้

 ส่วนที่ว่า การจดทะเบียนมวยไทยในญี่ปุ่น ยุโรป แม้กระทั่งประเทศไทยเองซึ่งจดมาแล้วเป็นเวลา 2 ปีซึ่งไม่มีหน่วยงานใดทราบเรื่องเลยควรดำเนินการอย่างไรต่อนั้น นายเสวีกล่าวว่า ขณะนี้มีการตื่นตัวมากขึ้น มีจดหมายออกมาจากภาครัฐบาลให้มีการเพิกถอนการจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขณะเดียวกันต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมาย ให้การจดทะเบียนมีความรอบคอบและทำได้ยากมากขึ้น

 อย่างไรก็ตาม ระหว่างการประชุมร่วมกันที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางผู้บริหารของทีซีซี คอสโม่ คอเปอร์เรชั่นได้ระบุว่า ในส่วนของการจดทะเบียนไว้แล้วกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ประเทศไทย บริษัทฯจะไม่ดำเนินการผลิตสินค้าต่อไปแต่อย่างใด และเมื่อใบอนุญาตซึ่งมีอายุ 10 ปีหมดอายุลง ก็จะไม่ขอต่อใบอนุญาตด้วย

ข่าวโดย สายธาร เดชาติวงศ์ฯ

ภาพโดย Jump Photography เข้าไปดูโรงยิมมวยไทยได้ที่ http://www.jumpphotography.com/RegardingMuayThai.html

อ่านข่าวก่อนหน้านี้ http://www.apacnews.net/

 

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy