ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล รมว.ต่างประเทศเป็นประธานเปิดการประชุมแนวทางส่งเสริมและสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจของหน่วยงานราชการในต่างประเทศประจำภูมิภาคอเมริกาและแปซิฟิกใต้ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2006 ที่โรงแรมเชอราตัน ยูนิเวอร์แซล ลอส แอนเจลิส
ภายหลังจากการเปิดประชุมเสร็จได้ขอพบกับผู้สื่อข่าวในแอล.เอ.เพื่อเปิดเผยรายละเอียดของการเดินทางมา 4 ประเทศประกอบด้วยบราซิล,จาเมก้า,แคนาดาและสหรัฐอเมริกา ในการนี้ได้มาสนับสนุนให้ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรีเข้าชิงชัยตำแหน่งเลขาธิการองค์การสหประชาชาติด้วย
è----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×Í´ÙÃÙ»ãË­è--------------------------------------------

กันตธีร์ประชุมที่ L.A.ส่งพ่อค้าไทยสู่ตลาดโลก
หนุนสุรเกียรติ์นั่งเลขาUN-ขอวีซ่าเพิ่มให้คนไทย

กันตธีร์ เปิดประชุมที่แอลเอส่งเสริมยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ หลังเยือนบราซิล จาเมก้าและแคนาดา สร้างโอกาสให้พ่อค้าไทยเข้าแข่งขันในตลาดโลก หนุนขอวีซ่าให้นักวิชาชีพไทย 6,000 รายต่อปีรวมทั้งวีซ่าอื่นๆ เผยมาสหรัฐเพื่อสนับสนุน สุรเกียรติ ชิงตำแหน่งเลขาฯยูเอ็นด้วย

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 กันยายน 2006 ที่โรงแรมเชอราตัน ยูนิเวอร์แซล ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง แนวทางส่งเสริมและสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจของหน่วยงานราชการในต่างประเทศประจำภูมิภาคอเมริกาและแปซิฟิกใต้ โดยมีนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และนายจักร บุญ-หลง กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสเข้าร่วมด้วย

 ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้นบริเวณทางเข้าของโรงแรมเชอราตันได้มีคนไทยบางส่วนจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิไตยในสหรัฐฯถือป้ายประท้วงรัฐบาล แต่ไม่ได้ส่งเสียงอึกทึก หรือสร้างความวุ่นวายแต่อย่างใด โดยหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลง ก็ได้แยกย้ายกันกลับไปก่อนหน้านั้นแล้ว

 ดร.กันตธีร์ขึ้นกล่าวระหว่างพิธีเปิดการประชุมว่า งานของเจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจในต่าง ประเทศมีความน่าสนใจ ถือเป็นงานที่จับต้องได้อย่างชัดเจน ไม่เหมือนกับงานด้านการเมืองซึ่งต้องอาศัยระยะเวลา และวัดได้ยาก ในสมัยก่อนมักจะไม่ได้ให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจเท่ากับการเมือง หรือการทหาร แต่ปัจจุบันในยุคของโลกาภิวัตน์ จะเห็นว่าเศรษฐกิจเป็นส่วนสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ โดยประเทศที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีความสำเร็จทางเศรษฐกิจด้วย

 นักการทูตจะมีหน้าที่ด้านเศรษฐกิจอย่างชัดเจน แต่ไม่ใช่เป็นพ่อค้า ไม่ได้มีของมาขาย เพราะไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เป็นผู้สร้างโอกาสให้พ่อค้าไทย และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันการค้าโลก รมว.ต่างประเทศกล่าว

 ดร.กันตธีร์กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่มีความสำคัญหลักๆมีอยู่สองประการด้วยกัน คือ สิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน หรือ Infrastructure ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องทำให้มีความพร้อมเพื่อการแข่งขันรวมทั้งเรื่องของไอซีที อีกส่วนหนึ่งคือ การกำหนดด้านยุทธศาสตร์ โดยเจ้าหน้าที่ที่ประจำการในต่างประเทศสามารถทำประโยชน์ได้อย่างชัดเจนให้กับประเทศไทย ต้องกำหนดยุทธศาสตร์จากกรอบกว้าง  ซึ่งรัฐบาลได้ย้ำความสำคัญที่ต้องให้ยุทธศาสตร์ของนโยบายต่างประเทศก่อน ต้องพร้อมที่จะเจาะลึกและมีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสให้ประเทศไทย

 ขณะเดียวกัน ดร.กันตธีร์ยังกล่าวด้วยว่ายุคนี้ การส่งออกอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องลงทุนในต่างประเทศด้วย โดยมีรัฐบาลให้การสนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนสามารถสร้างพันธมิตรด้านการค้า

 ดร.กันตธีร์กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจจะต้องรู้เรื่องประเทศไทยอย่างลึกและต้องรู้เรื่องประเทศเป้าหมายอย่างลึกเช่นกัน ต้องอ่านหนังสือพิมพ์ ต้องสร้างเพื่อน ทำงานเป็นทีม และสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเพิ่มเติมในงานที่มีเรื่องจิตวิทยามาเกี่ยว ต้องกล้าที่จะคิดนอกกรอบ ต้องมั่นใจในประ เทศไทยและต้องมั่นใจในตัวเองว่าสามารถทำได้

 หลังจากนั้นรมว.ต่างประเทศเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าพบ โดยเล่าถึงการเดินทางมาในครั้งนี้ว่า ได้มาเป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรีในการเข้าพบรัฐมนตรีต่างประเทศของบราซิล ซึ่งจะเจาะลึกในเรื่องของพลังงานทดแทนให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้กระตุ้นให้บราซิลใช้ไทยในการสร้างพันธมิตร และเป็นฐานในการลงทุน รวมทั้งการเดินทางไปยังจาเมก้าเพื่อเปิดตลาดเกี่ยวกับการโรงแรม สปา และร้านอาหารไทย และยังเดินทางไปยังประเทศแคนาดาอีกด้วย

 ดร.กันตธีร์เล่าว่า ได้เข้าพบกับนางคอนโดลีซ่า ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการออกวีซ่าประเภทนักเรียนไทยที่ปัจจุบันมีความยากลำบาก และนักเรียนไทยได้เบนเป้าหมายไปศึกษาต่อยังประเทศอื่น ทั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯรับปากว่าจะไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ในกระทรวงความมั่นคงปลอดภัยของสหรัฐฯให้ รวมถึงการออกวีซ่าประเภทอื่นๆด้วย

 รมว.ต่างประเทศเปิดเผยด้วยว่าระหว่างเดินทางไปกรุงวอชิงตันดีซีครั้งที่ผ่านมา ได้ขอให้มีการพิจารณาออกวีซ่าประเภททำงานให้กับแรงงานที่มีฝีมือ (Professional)แก่คนไทยมากขึ้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ ออท.วีระศักดิ์กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน สหรัฐฯออกวีซ่าทำงาน Professionalให้ไทยปีหนึ่งประมาณ 300 กว่าคน แต่ขณะนี้ข้อเสนอในการเจรจาเอฟทีเอกับสหรัฐฯ ไทยขอเพิ่มเป็นปีละ 6,000 คน 

 ต่อมา ดร.กันตธีร์เปิดเผยว่า หนึ่งในวัตถุประสงค์ในการเดินทางมาครั้งนี้ก็เพื่อขอให้ประเทศต่างๆสนับสนุนผู้สมัครของไทย ตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งก็คือ ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะมีความเป็นไปได้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ประมาณเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม มักจะมีความไม่แน่นอนเรื่องเวลาอยู่เสมอ

 รมว.ต่างประเทศของไทยกล่าวอธิบายว่า การตัดสินใจของสหประชาชาติมาจากการให้คำแนะนำของคณะมนตรีความมั่นคง ซึ่งนำไปสู่สมัชชาสหประชาชาติที่มีสมาชิกกว่า 190 ประเทศ ส่วนคณะมนตรีความมั่นคงมีสมาชิก 15 ประเทศ ประกอบด้วยสมาชิกถาวร 5 ประเทศ คือ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส รัสเซีย และจีน ดังนั้น ด่านที่ดร.สุรเกียรติต้องผ่าน คือ ไม่มีใครวีโต้ โดยที่จริงแล้วจะมีการเจรจานอกรอบอยู่เรื่อยๆ และตามประเพณีแล้วจะเสนอชื่อเพียงคนเดียวให้สมัชชาสหประชาชาติเป็นผู้พิจาณาให้ความเห็นชอบ

 เรามีความหวังว่าท่านสุรเกียรติ ซึ่งมีความเหมาะสมทั้งความรู้ และประสบการณ์ โดยเฉพาะในเรื่องที่ท่านจะให้ความสำคัญในการปฏิรูปสหประชาชาติให้มีประสิทธิภาพในยุคโลกาภิวัตน์ ถือเป็นผู้แข่งขันที่มีพลังท่านหนึ่ง ถ้าถามว่ามีหวังไหม คำตอบคือมีหวัง แต่จะออกมาเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่ที่การชั่งน้ำหนักของคณะมนตรีความมั่นคง รมว.ต่างประเทศของไทยกล่าว

 สำหรับประเด็นในการเปิดตลาดในประเทศจาเมก้าเกี่ยวกับธุรกิจสปา หรือร้านอาหารไทย ผู้สื่อข่าวถามว่านักธุรกิจในสหรัฐฯที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจดังกล่าวที่ต้องการขยายกิจการไปยังประเทศดังกล่าวต้องทำอย่างไรนั้น ดร.กันตธีร์กล่าวว่า หน่วยราชการทั้งกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์มีความพร้อมอยู่แล้วที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือ โดยช่องทางในการศึกษาตลาดได้อย่างดี คือข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต โดยประเทศไทยได้สร้างชื่อเสียง และมีความสำเร็จด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งการประกอบกิจการร้านอาหาร และสปา

 ต่อข้อถามที่ว่า จากการเดินทางมาครั้งนี้มีผู้สนใจสอบถามถึงสถานการณ์ไม่สงบทางภาคใต้ของไทยหรือไม่นั้น ดร.กันตธีร์ตอบว่าไม่มี ส่วนมากจะมองประเทศไทยในลักษณะที่มีประชาธิปไตย สิ่งที่สงสัยคือเรื่องว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไร รวมทั้งรัฐมนตรีของสหรัฐฯก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน

 รายงานข่าวเปิดเผยว่าสาเหตุหนึ่งที่จะมีการสลับตำแหน่งระหว่างนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ออท. ณ กรุงวอชิงตันที่จะไปเป็นปลัดกระทรวงต่างประเทศกับนายกฤษณ์ กาญจนกุญชร เพื่อให้นายกฤษณ์มาสนองนโยบายงานรณรงค์เป็นเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ขณะเดียวกันมีข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ 4 คนต้องเกษียณในวันที่ 30 กันยายนนี้จึงมีการแต่งตั้งโยกย้ายในหลายตำแหน่ง

 รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่านายกฤษณ์ได้รับความไว้วางใจจากนายสุรเกียรติ์ โดยดึงมาเป็นปลัดกระทรวงในขณะที่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ส่งผลให้นายศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตันที่หวังในตำแหน่งปลัดกระทรวงต่างประเทศประกาศลาออก อย่าง ไรก็ตามพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ได้ระงับและให้ไปประจำที่สำนักนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งตำ แหน่งปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาว่าง จึงให้นายศักดิ์ทิพย์เข้าไปเป็นปลัดกระทรวงนี้แทน

ข่าวโดย สายธาร เดชาติวงศ์

เข้าไปดูภาพข่าวทั้งหมดจาก Jump Photography ได้ที่ http://www.jumpphotography.com/WorkshopontheGoverment.html

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy