θ----------------------------------------------€ΕΤ‘·ΥθΓΩ»ΰΎΧΝ΄ΩΓΩ»γΛθ--------------------------------------------
หนุ่มไทยกอพัฒน์ เจริญบรรพชนมุ่งมั่น
จนได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.เมือง La Palma
ภายหลังจากพยายามมา 2 ปีเศษหนุ่มไทยกอพัฒน์ เจริญบรรพชนผู้เดินทางมาจากเมืองไทยตั้งแต่อายุ 5 ขวบได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเมือง La Palma ,California สนับสนุนคนไทยให้เข้าสู่วงการเมือง
พ่อแม่พี่น้องจากลาส เวกัส มาร่วมแสดงความยินดี หลังจากเลี้ยงลูกได้ดีทั้ง
5 คน
เมื่อคืนวันที่
10 พฤศจิกายนที่ศูนย์อาหารไทยแลนด์
พลาซ่าได้จัดให้มีการแถลงข่าวกรณีนายกอพัฒน์
เจริญบรรพชน
ลงสมัครรับเลือกตั้งและได้รับการเลือกตั้งเป็นสาชิกสภาเมืองลา
พัลมา (City Council of La Palma)ออเรจน์เคาน์ตี้
รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันที่
7 พฤศจิกายน
2006 โดยได้รับเลือกเป็นคนที่
2 ด้วยคะแนน
1,427 คะแนน ห่างจาก
Larry Herman ผู้ได้รับเลือกเป็นที่หนึ่ง
221 คะแนน
และชนะคนที่สามไป
450 แต้ม
ก่อนหน้านี้เมื่อปี
2004 นายกอพัฒน์ซึ่งใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า
Henry
Charoen เคยลงสมัครรับเลือกตั้งที่เมืองนี้มาแล้วแต่ได้รับเลือกตั้งอันดับ
4 พ่ายแพ้หวุดหวิดไป
23 คะแนนซึ่งในปีนั้นเลือกเพียง
3 คน
นายกอพัฒน์เปิดเผยว่าสาเหตุที่ไม่ได้เสนอตัวออกมาเป็นข่าวก่อนการเลือกตั้งเหมือนเมื่อ 2 ปีที่แล้วเป็นเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับเลือกตั้งเพราะในเขตเมืองลา พัลม่านั้นเป็นเมืองเล็กๆมีประชากรประมาณ 16,000 คนตั้งอยู่ติดกับเมือง Cerritos ในเขตของแอล.เอ.เคาน์ตี้ โดยมีคนผิวขาว 50 % และคนเอเชีย 50 % ในจำนวนคนเอเชียเป็นคนเกาหลีมากที่สุดของรองมาเป็นคนจีนและญี่ปุ่น คนไทยแทบไม่มี ตามที่ผมไปเดินเคาะประตูบ้านเจอคนไทย 3 ครอบครัวครับ
นายกอพัฒน์ซึ่งสังกัดพรรครีพับลิกันยอมรับว่าคู่แข่งของตนนั้นบางคนอยู่เมืองนี้มา
30 ปีบางคน 20 ปีจึงวิตกอยู่บ้าง
แต่ก็มั่นใจมากกว่า
2 ปีที่แล้ว
นายกอพัฒน์หรือเฮนรี่กล่าวว่าการเตรียมตัวเลือกตั้งครั้งนี้ก็เหมือนครั้งที่ผ่านมา
แต่ใช้เงินมากกว่าเดิม
2 เท่าตัวเพราะต้องนำมาใช้ในการจัดพิมพ์โปสเตอร์หาเสียงปักป้ายราคาแพงมาก
ใบปลิวส่งไปทางไปรษณีย์
การขอเสียงผ่านโทรศัพท์และยังออกไปเคาะตามประตูบ้านของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอีกด้วย
สำหรับการรับตำแหน่งใหม่นายเฮนรี่เปิดเผยว่าในวันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2006 จะเริ่มงานโดยเรียกพิธีนี้ว่าสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ผมอยากจะเชิญพวกพี่ๆไปร่วมงานด้วยในวันนั้น
ในตำแหน่ง City Council ดังกล่าวจะมีระบบการหมุนเวียนกันขึ้นเป็นนายกเทศมนตรี (Mayor)ซึ่งนายเฮนรี่ก็มีโอกาสขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีเมื่อถึงวาระ โดยนายกเทศมนตรีจะหมุนเป็นคนละ 1 ปีเหมือนเช่นเมืองเล็กๆอีกหลายเมืองที่ไม่ต้องเลือก Mayor โดยตรงและการประชุมสภาเมืองจะมีสัปดาห์ละครั้งทุกคนสามารถเข้าร่วมรับฟังได้
ทางด้านหน้าที่ที่เข้าไปรับผิดชอบนั้นนายเฮนรี่กล่าวว่าเมืองนี้ส่วนใหญ่เป็นเมืองที่อยู่อาศัยจะมีธุรกิจเล็กๆน้อยเช่นห้องอาหาร
ปั๊มน้ำมันไม่ได้มีอุตสาหกรรมใหญ่
ก็จะเข้าร่วมดูด้านเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อสร้างเมืองนี้ให้แข็งแกร่ง
ในปีงบประมาณ
2006/2007 เมืองลา
พัลม่า ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ที่
8,704,900 ดอลลาร์ รายรับส่วนใหญ่จะได้มาจากภาษีทรัพย์สิน,ภาษีสาธารณูปโภค,ภาษีการค้าหรือ
Sales Tax แต่เป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงินเดือนเป็นการเสียสละ นายเฮนรี่เล่าว่าจึงจะต้องประกอบอาชีพส่วนตัวไปด้วย
ก็ไม่มีปัญหาเพราะบ้านผมก็อยู่ลา
พัลม่า ที่ทำงานก็อยู่เมืองนี้
จึงสะดวกทุกอย่างนายเฮนรี่กล่าว
นายเฮนรี่เปิดเผยว่าในช่วงแรกก็คงต้องโฟกัสไปที่เมืองลา
พัลม่า แต่หากมีชุมชนไทยให้ช่วยก็ยินดีเต็มที่ ก่อนหน้านี้นายเฮนรี่เคยเข้ามาช่วยเหลือชุมชนไทยด้านช่วยกรอกใบเสียภาษีด้วยการตั้งสมาคมนักวิชาชีพไทยอเมริกันชื่อ
TAYPA ( Thai American Young Professional Association)
ปัจจุบันสมาคมนี้ยังอยู่มีสมาชิกกว่า
100 คนโดยจะมีการรื้อฟื้นขึ้นมาอีกเพราะสมาชิกคนหนุ่มสาวยังมีการติดต่อกันอยู่ประจำ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงอนาคตทางการเมืองนายเฮนรี่ตอบว่าหลังจากเป็น City Council และเป็น Mayor รวม 4 ปีแล้วก็ต้องมาพิจารณาถ้ามีโอกาสคือจะต้องมาดูคู่แข่ง ดูโอกาสเป็นไปได้โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ตนอยู่เพราะก้าวต่อไปทางการเมืองจะต้องรับเลือกตั้งเป็น Assembly Member หรือส.ส.ระดับรัฐแคลิฟอร์เนีย ทั้งนี้ในเขตเลือกตั้งที่นายเฮนรี่อาศัยอยู่เป็นเขต
56 (The
56th District)ซึ่งกินอาณาบริเวณของเมือง Cerritos, Artesia, Norwalk,
Santa Fe Springs,บางส่วนของเมืองWhittier, Hawaiian Gardens,
Buena Park และ La Palma
ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากจะพูดอะไรถึงชุมชนไทยหรือไม่นายเฮนรี่ตอบว่าอยากขอขอบคุณชุมชนไทยที่ช่วยผมเมื่อ
2 ปีที่แล้วและช่วยผมปีนี้
เดพราะหากชุมชนไทยไม่ช่วยผมก็คงไม่ชนะ
แล้วอยากจะบอกหากมีอะไรที่ผมช่วยได้
ผมยินดีช่วยเพราะผมเป็นคนไทย ผมอยากแนะนำให้ทุกคนเล่นการเมือง
เพราะเราชนะได้
อย่ากลัวแพ้
อย่ากลัวอาย
อย่ากลัวขายหน้า
ต้องกล้า ต้องเสี่ยง
เพื่อชุมชนไทย
นายเฮนรี่กล่าวว่าตนสนใจการเมืองมานานแล้วเพราะเห็นว่าการเข้าสู่วงการเมืองจะช่วยชุมชนได้มากกว่างานด้านอื่น
ไม่ว่าจะเป็นชุมชนอเมริกันโดยทั่วไปหรือชุมชนไทยก็ตาม
ประวัติของนายกอพัฒน์หรือเฮนรี่
นายกอพัฒน์
อายุ 32 ปี เกิดที่ประเทศไทยเดินทางติดตามครอบครัวมาอยู่ลาส
เวกัส รัฐเนวาด้าเมื่อปี
1979 ขณะอายุได้
5 ขวบ เป็นลูกคนสุดท้องของนายทรงวุฒิและนางศิริวรรณ เจริญบรรพชน เรียนจบไฮสคูลจากลาส
เวกัสก่อนที่จะมาจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่
USC ในลอส แอนเจลิสและจบปริญญาโท
MBA ที่ UC Irvine ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ระดับบริหารฝ่าย
Information Technology ของบริษัท
PacificCare
เมืองลา พัลม่า
ก่อนหน้านี้เคยทำงานให้กับ
Countrywide Home Loans มาก่อน
บรรยากาศที่ไทยแลนด์
พลาซ่าเมื่อคืนวันที่
10 พฤศจิกายนจึงประกอบด้วยครอบครัวของนายกอพัฒน์
มีพี่น้องและหลานๆมาร่วมฉลองและแสดงความยินดีกับเขาด้วย
โดยนายทรงวุฒิผู้เป็นพ่อเคยเป็นนายกสมาคมไทยลาส
เวกัส คนที่
2 และนางศิริวรรณเปิดเผยว่านายกอพัฒน์เกิดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว
เชิงสะพานยศเส
กรุงเทพฯและลูกทุกคนเกิดที่โรงพยาบาลแห่งนี้
ครอบครัวนี้อพยพมาอยู่สหรัฐในปี
1979 ปัจจุบันนายทรงวุฒิซึ่งรู้จักกันดีในนามเสี่ยงตงดูแลธุรกิจร้านทองที่ลาส
เวกัส ส่วนภรรยาดูแลห้องอาหาร ลูกชายคนโตชื่อประทีป
เจริญบรรพชน
เป็นนายตำรวจยศร้อยตำรวจโททำงานอยู่
Las Vegas Police Department มาได้เกือบ
20 ปีแล้ว
สำหรับลูกคนที่สองเป็นหญิงเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ลาส
เวกัสและคนที่สามเป็นหญิงเคยเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรสหรัฐ
(IRS) ปัจจุบันลาออกมาประกอบอาชีพส่วนตัวด้านบัญชี-ภาษี
โดยสามียังทำงานอยู่
IRS ที่ลาส
เวกัสเช่นกัน ส่วนลูกสาวคนที่สี่เป็นหญิงเช่นกันชื่อ
แนนซี่ แอง
ปัจจุบันเป็นทนายความอยู่เมือง
Newport
Beach รัฐแคลิฟอร์เนีย
และนายกอพัฒน์คนสุดท้องยังไม่ได้แต่งงาน
ตอนนี้มีหลานแล้ว
9 คน
ก็อยากให้กอพัฒน์แต่งงานเร็วๆนางศิริวรรณกล่าวพร้อมกับบอกว่าอยากให้ลูกทุกคนแต่งงานกับคนไทยแต่หาไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ลูกสะใภ้คนโตก็เป็นเกาหลี ลูกเขยคนเล็กที่เป็นสามีของทนายความก็เป็นคนจีน
ส่วนอีกสองเขยเป็นคนอเมริกัน
เคยพาเขากลับไปเที่ยวเมืองไทย
อยากมีสะใภ้เป็นคนไทย ตัวเขาเองก็อยากมีคนไทย
แต่ทำไงได้เมืองนี้ไม่ค่อยได้เจอหรือเจออาจไม่ถูกใจนางศิริวรรณกล่าว ปัจจุบันกอพัฒน์มีเพื่อนหญิงเป็นคนจีนที่คบหากันมานาน
นางศิริวรรณเปิดเผยว่าหลานทุกคนจะสอนให้พูดภาษาไทย
เมื่อพวกเขามาพูดด้วยตนจะบอกว่าพูดภาษาอังกฤษไม่เป็นฟังไม่รู้เรื่อง
จึงทำให้หลานทุกคนพูดภาษาไทยได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่พวกเขาในอนาคตเพราะพูดได้หลายภาษา
ครอบครัวนี้เดินทางมาร่วมฉลองวันทหารผ่านศึกด้วยโดย
City of La Palma จัดขึ้นในวันเสาร์ที่
11 พฤศจิกายนระหว่างเวลา
10.00-18.00 น.ที่ Central
Park มีขบวนพาเหรดโดยผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเมืองได้รับเชิญขึ้นขบวนพาเหรดปรากฎตัวแก่ชุมชนด้วย
จากนั้นก็จะเดินทางกลับลาส
เวกัส ทันที
เว็บไซท์ของเมืองลา
พัลม่า http://www.cityoflapalma.org/
เว็บไซท์แนะนำเมืองลา
พัวม่า http://www.orangecounty.net/cities/LaPalma.html
|