| จ่อยิงคนลาว-อเมริกัน
2 ศพที่คิวรถขนส่งอุบลฯ
ออกจากปากเซจะกลับโอเรกอนด้วยการบินไทย
คนลาว-อเมริกันกจากโอเรกอนกลับไปเยี่ยมบ้านที่ปากเซ
ขณะเดินทางถึงอุบลราชธานีก่อนมาขึ้นเครื่องการบินไทยกลับสหรัฐ ถูกเพชฌฆาตใช้ปืนเก็บเสียงเด็ดหัวทิ้ง
2 รายต่อหน้าญาติพี่น้อง
เผยขบวนการตามล่าฆ่าไปแล้ว
25 ศพในเขตภาคอีสานทั้งหมด
เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 13 ธ.ค. ร.ต.อ.สุรพงศ์ วรพิมพ์รัตน์ ร้อยเวร สภ.อ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตถึง 2 ราย ภาย ในชานชาลาที่ 2 สถานีขนส่งอุบลราชธานี จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.สมพิศ ชนะมี ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี พ.ต.ท.ศรัญ
นิลวรรณ รอง ผกก.สส. แพทย์เวร รพ.สรรพสิทธิประสงค์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิชมรมศิษย์พระอรหันต์จี้กงรุดไปตรวจสอบ
บริเวณช่องจอดรถชานชาลาที่ 2 พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 ราย นอนตายอยู่ข้างประตูช่องเก็บของใต้ท้องรถด้านขวารถทัวร์สายอุบลราชธานี-ปากเซ ที่เพิ่งจอดเทียบท่า ทราบชื่อศพแรกคือ นายสมหวัง แก้วมณีวงศ์ อายุ 61 ปี เป็นชาวลาว ถือสัญชาติอเมริกัน สวมเสื้อเชิ้ต แขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีครีม ใส่รองเท้าหนัง มีบาดแผลถูกจ่อยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดบริเวณกลางแสกหน้า 1 นัด กระสุนฝังใน ถัดไปเป็นศพนายสุกัน วิชาเทศ อายุ 65 ปี เป็นชาวลาว ถือสัญชาติอเมริกัน สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีเดียวกัน ถูกจ่อยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดที่เหนือกกหูซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน โดยมีกลุ่มญาติๆผู้ตายอีก 7 คน ยืนกอดกันร่ำไห้ด้วยความเสียใจ
จากการสอบสวนนางกรุณา โชคปรีชา อายุ 39 ปี ภรรยานายสุกัน 1 ใน 2 ผู้เสียชีวิตให้การทั้งน้ำตาว่า ตนกับสามีคือนายสุกันรวมทั้งนายสมหวัง แก้วมณีวงศ์ พาครอบครัวรวม 9 คน เดินทางจากสหรัฐกลับมาเยี่ยมญาติพี่น้องที่เมืองปากเซ ประเทศลาวตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. แต่เนื่องจากนายสมหวังและครอบครัวรวม 5 คนกำหนดกลับประเทศสหรัฐในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ ตนกับสามีและลูกสาวอีก 2 คน จึงพากันมาส่งโดยขึ้นรถทัวร์จากเมืองปากเซมาลงที่สถานีขนส่งอุบลราชธานี เพื่อจะนั่งรถต่อไปยังสนามบิน จ.อุบลราชธานี ขึ้นเครื่องบินสายการบินไทยเที่ยวบินที่ทีจี 031 ออกจากสนามบินจ.อุบลราชธานี เวลา 22.00 น. ไปลงสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเปลี่ยนเครื่องเดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนตนกับสามีและลูกๆจะย้อนกลับไปเมืองปากเซอยู่ต่ออีกประมาณ 1 สัปดาห์ถึงจะกลับ
นางกรุณาให้การต่อไปว่าช่วงที่เดินลงจากรถทัวร์ สามีกับนายสมหวังได้เดินอ้อมไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่ในช่องเก็บของใต้ท้องรถ จังหวะนั้นเองได้มีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30-35 ปี รูปร่างสูงใหญ่ ผิวดำ สวมหมวกไหมพรมสีดำบนศีรษะ ใส่เสื้อแจ็กเกตสีน้ำตาลเข้ม กางเกงยีนสีดำ เดินเข้ามาผลักตนจนเซจะล้มลงพร้อมทั้งพูดเป็นสำเนียงคนภาคกลางว่าให้หลีกไป
จากนั้นก็ปราดเข้าไปประชิดตัวสามีคือนายสุกันที่กำลังสาละวนอยู่กับกระเป๋าไม่ทันระวังตัว ชักปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด แต่สังเกตเห็นว่าปลายปากกระบอกติดอุปกรณ์เก็บเสียงจ่อยิงสามีล้มฟุบเป็นคนแรก และจ่อยิงนายสมหวังที่กลางแสกหน้าล้มฟุบขาดใจตายเป็นศพที่สอง โดยคนร้ายลงมืออย่างเลือดเย็นต่อหน้าญาติของเหยื่อกระสุนและผู้โดยสารอีกหลายสิบคน ก่อนจะเดินไปขึ้นรถ จยย.ไม่ทราบทะเบียนที่พวกอีกคนติดเครื่องรออยู่ ด้านท้ายของรถทัวร์บึ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
พล.ต.ต.สมพิศ ชนะมี ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี กล่าวภายหลังสอบปากคำญาติผู้ตายและพยานที่เห็นเหตุ การณ์ระบุว่า เท่าที่สอบถามจากญาติผู้ตายทั้ง 2 รายทราบว่านายสุกันเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจลาว ส่วนนายสมหวังเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร แต่ไม่ทราบสังกัด ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศทั้งคู่ได้ขอลี้ภัยอพยพครอบครัวไปอยู่ที่รัฐโอเรกอนพร้อมทั้งโอนสัญชาติเป็นชาวอเมริกัน เปิดธุรกิจร้านรับทำกรอบรูปด้วยกัน
ขณะที่เบื้องหลังยังเป็นแนวร่วมขบวนการต่อต้านลาว (ขตล.) ทำหน้าที่รวบรวมเงินและข้อมูลส่งมาให้กลุ่ม ขตล.ที่เคลื่อนไหวอยู่ตามแนวชายแดนไทยและในประเทศลาวอย่างต่อเนื่อง คาดว่าฝ่ายตรงข้ามรู้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวและสบจังหวะที่ผู้ตายกลับมาเยี่ยมญาติ จึงส่งมือปืนมาสังหารอย่างโหด เหี้ยมและอุกอาจอยู่ระหว่างสืบสวนหาตัวมือปืนรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป
สำหรับคดีลอบสังหารแกนนำขบวนการต่อต้านลาว (ขตล.) หรือลาวฝ่ายขวา ที่ออกมาต่อต้านระบอบการปกครอง ของลาว เกิดขึ้นบ่อยครั้งต่อเนื่องมานานหลายสิบปี แต่ที่จุดประกายให้เกิดการกวาดล้างอย่างหนักหน่วงถึงขั้นให้ มือปืนรับจ้างคอยตามล่าเด็ดหัว เกิดขึ้นหลังจากที่ พ.ท. สีสุก ไชยแสง หรือนายณรงค์ สุวรรณบุปผา วางแผนส่ง กำลังติดอาวุธประมาณ 60 คน บุกยึดด่านวังเตา เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด่านช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เมื่อเช้ามืด วันที่ 3 ก.ค. 2543 แต่แผนการล้มเหลวถูกกองกำลังฝ่ายรัฐบาลลาวยิงเสียชีวิต ไป
9 ราย ส่วนอีก 29 คน ถูกทางการไทยจับได้ขณะหนี ข้ามแดนมาฝังไทยและถูกดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนที่หนีรอดไปได้ก็ถูกไล่ล่าแทบเอาตัวไม่รอด
ทั้งนี้ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวบรรดาแกนนำคน สำคัญของ ขตล.ก็ถูกไล่ล่าเด็ดหัวเริ่มตั้งแต่ 1. นายทองใบ ซอนมณี ถูกอุ้มฆ่าทำลายศพ เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2546 ในพื้นที่ จ.นครพนม 2. นายณรงค์ สุวรรณบุปผา ถูกยิงและแทงจน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2546 ที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี 3. นายชัย กันนะดอน ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2547 ที่ จ.หนองคาย 4. พระครูอุทัยธรรมโสภิต เจ้าอาวาสวัด สัมมาชัญญาวาส เขตคลองสามวา กทม. อดีตนายทหาร ฝ่ายขวาของลาว ถูกคนร้ายบุกสังหารจนมรณภาพเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2547
5. นายดำริ สีพันธ์ ถูกยิงเสียชีวิต ส่วนภรรยา บาดเจ็บ เหตุเกิดวันที่ 23 พ.ย. 47 ที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย 6. นายบุญมี นาระเนตร ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 48 ที่ ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี 7. นายเจมส์ เซ้ง ชาวลาว สัญชาติอเมริกัน นายบัติ ใจเที่ยง นายสินกัน ปราจอหอ และนายรัตน์ พรหมจันทร์ ถูกอุ้มฆ่าหมู่ รวม 4 ศพ เมื่อ วันที่ 26 ม.ค. 2548 ที่ จ.หนองคาย
รายที่ 8 นายนำชัยและนางรัชดา ศรีรัตน์ ถูกฆ่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 48 ใน ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี 9. นายมงคล อ่อนประทุม ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 48 ที่ ต.สระไคร้ อ.เมืองหนองคาย 10. นายตัน ก๊วนแข็ง ถูกยิง เสียชีวิตวันที่ 5 ส.ค. 48 ในห้องพักหัวลายอพาร์ตเมนต์ อ.เมืองอุบลราชธานี 11.นายคำหยาด วรรณสุธะ ถูกยิงตายเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 48 ที่ ต.พลูหลวง จ.เลย 12. นายชูชาติ ฉิมฤทธิ์ ถูกฆ่าเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 48 ที่ ต.ขามใหญ่ อ.เมือง & |