| ศาลรับฟ้องหวล
ศรีเพชรคดีฆ่า”แชมป์”จำรัส ธาระ
นัดอีกครั้ง
30 ส.ค.ว่าจะยอมรับผิดPlea Guiltyหรือไม่
ไต่สวนมูลฟ้องคดี
“ลุงหวล” ยิง “ลุงแชมป์” เสร็จแล้ว ศาลรับฟ้องเพราะเห็นว่าคดีมีมูล
นัด วันที่
30 สิงหาคมจะยอมรับผิด(Plea
Guilty)หรือไม่
ทนายจำเลยคาดว่าไม่ยอมรับความผิด
อ้างเหตุต่อสู้เพื่อป้องกันตัว
พยานเผยมีค้อนตกอยู่ในที่เกิดเหตุใกล้ร่างผู้ตาย
ที่ศาลชั้นต้นแคลิฟอร์เนีย
(ซาน เฟอร์นานโด)ห้อง
N
ชั้น 4 เมื่อเวลาประมาณ
11.00 น. วันที่
16 สิงหาคม
2006 ได้มีการไต่สวนมูลฟ้องคดีที่
นายหวล ศรีเพชร
ผู้ต้องหาวัย
78 ปี ใช้อาวุธปืนฆ่านายจำรัส
ธาระ ถึงแก่ชีวิต
เหตุเกิดเมื่อวันที่
8 พฤษภาคม 2006 โดยมีนายแซนเจย์
ที คูมาร์ เป็นผู้พิพากษา
มีการสืบพยาน
5 ปากด้วยกัน
คือนางนวลแข
ธาระ ภรรยาผู้ตาย
นายภานุ พงษ์สำราญ
เพื่อนบ้าน
และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก
3 นาย
นายหวลเดินออกมาในชุดสีน้ำตาลเข้ม
ใส่แว่นตา
ผมหวีเรียบ
ดูสภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นไม่ต้องนั่งวีลแชร์
สามารถเดินออกมาเอง
และทันทีที่เห็นลูกยกมือไหว้
ได้รับไหว้ลูกๆที่มาฟังการไต่สวนคดี
เมื่อผู้พิพากษาเข้ามานั่งในห้อง
จึงเบิกพยานปากแรกมาให้การ
ได้แก่ นางนวลแข
ธาระ ภรรยาผู้ตาย
ซึ่งยังคงมีสีหน้าโศกเศร้าและน้ำเสียงสั่นเครือ
อัยการเป็นโจทก์ได้ซักถามนางนวลแขว่าเป็นอะไรกับผู้ตาย
อาศัยอยู่ในบ้านหลังไหนในวันเกิดเหตุ
ซึ่งคือบ้านเลขที่
13301
Burton St.ลักษณะคำถามส่วนใหญ่จะเป็นคำถามปลายปิด
คือให้ตอบว่าใช่
หรือไม่ หรือเป็นคำตอบสั้นๆ
นางนวลแขให้การว่ามารู้ว่านายจำรัสเดินออกไปจากบ้านหลังจากได้ยินเสียงโทรศัพท์
ประมาณ 11.00 น.ในวันเกิดเหตุ
หลังจากนายจำรัสรับโทรศัพท์แล้วได้เดินไปยังบ้านหลังที่
2
อัยการถามต่อว่านางนวลแขและผู้ตายเป็นเจ้าของบ้านหลังที่
2 เลขที่
13037 นี้หรือไม่
นางนวลแขตอบว่าใช่
ในวันเกิดเหตุไม่มีคนอยู่ในบ้าน
แต่มีคนอยู่ที่โรงรถซึ่งถูกดัดแปลงเป็นห้องพัก
แยกออกจากตัวบ้าน
ผู้อาศัยคือนายหวล
และในวันเกิดเหตุนายหวลก็อยู่ในห้องดังกล่าวด้วย
จากนั้นอัยการถามว่าในห้องพิจารณาวันนี้มีบุคคลผู้นั้นอยู่ในห้องหรือไม่
นางนวลแขตอบว่าอยู่
ทนายให้ระบุสีเสื้อ
ซึ่งนางนวลแขบอกว่าใส่เสื้อสีน้ำตาลเข้ม
และระบุตำแหน่งที่นั่ง
ทนายถามต่อเรื่องการเข้ามาอาศัยอยู่ของนายหวล
โดยภรรยาผู้ตายบอกว่า
นายหวลมาอาศัยอยู่ในห้องพักที่เป็นโรงรถประมาณ
10
ปี ไม่ได้ให้ค่าเช่าแต่ช่วยค่าน้ำค่าไฟ
ต่อมา มีการถามถึงรายละเอียดตอนที่เกิดเหตุ
โดยหลังจากนายจำรัสรับโทรศัพท์ก็หายไปประมาณ
15
นาที จากนั้น
นางนวลแขได้ยินเสียงปืนสองนัด
ตอนนั้นยังอยู่ที่บ้านหลังแรก
เลขที่ 13301
เมื่อได้ยินแล้วได้วิ่งไปบ้านหลังที่สอง
เห็นสามีนอนอยู่บนพื้น
และเห็นจำเลยอยู่ใกล้ๆกับสามี
ซึ่งจำเลยบอกกับตนว่า
“อย่าเข้ามานะ” ตนจึงวิ่งกลับเข้าไปบ้านหลังแรกแล้วโทรศัพท์เรียก
911 จากนั้นได้วิ่งไปหาเพื่อนบ้าน
ชื่อนายภานุ
พงษ์สำราญ
ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้าน
นางนวลแขไปเคาะประตู
บอกว่าสามีของตนถูกยิงให้ไปช่วยดู
นายภานุล็อกประตูแล้วรีบวิ่งไปที่เกิดเหตุ
เวลาต่อมาเป็นรอบของทนายจำเลย
คือ นางเลสลีย์
วอร์เลนได้ถามนางนวลแขถึงรายละเอียดตอนเกิดเหตุ
นางนวลแขบอกว่าประตูที่โรงรถเปิดอยู่
คิดว่าไม่มีไฟเปิดเพราะมืดๆ
แต่เห็นร่างของสามีชัด
แต่จำเลยเห็นไม่ชัด
โดยจำเลยอยู่ห่างจากสามีประมาณ
3-4
ฟุต ทนายจำเลยถามว่าเห็นฆ้อนที่มือสามีหรือไม่
นางนวลแขตอบว่าไม่เห็น
เพราะหลังจากไปเรียกเพื่อนบ้านแล้วตนไม่ได้กลับไปที่โรงรถอีก
จากนั้นเป็นการเบิกพยานปากที่สอง
คือ นายภานุ
พงษ์สำราญ
เพื่อนบ้าน
อัยการโจทก์เริ่มถามว่าวันที่เกิดเหตุอยู่ที่ไหน
นายภานุตอบว่าอยู่ในบ้าน
เลขที่ 8238 Canterbury เมือง
Sun
Valley
ตนรู้จักผู้ตาย
และรู้จักจำเลย
โดยหลังจากนางนวลแขมาเรียก
ก็ล็อคประตูและรุดไปที่เกิดเหตุทันที
เมื่อไปถึงโรงรถได้เห็นนายแชมป์นอนบนพื้น
และนายหวลยืนห่างออกไป
ในมือถือปืนอยู่
นายภานุได้พูดกับจำเลยว่าไม่มีอะไรแล้ว
ทุกอย่างโอเค
ขอให้วางปืนและออกมาข้างนอก
แต่จำเลยไม่ได้วางปืนทันที
ใช้เวลาประมาณ
10-20
วินาที จนตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ
จากนั้นทนายจำเลยได้ซักต่อว่าในห้องที่เกิดเหตุมืดหรือไม่
นายภานุตอบว่าไม่มืด
เห็นผู้ตายและจำเลยชัด
โดยเห็นว่ามีฆ้อนอยู่ในมือผู้ตาย
แต่จำไม่ได้ว่าอยู่มือข้างไหน
ส่วนจำเลยถือปืนข้างขวา
โดยใช้เวลารอตำรวจประมาณมากกว่า
15
นาที นายภานุได้คุยกับจำเลย
ทนายถามว่าจำเลยพูดรู้เรื่องหรือไม่
นายภานุบอกว่ารู้เรื่อง
แต่ทนายบอกว่าวันที่ให้การกับตำรวจ
นายภานุบอกว่าจำเลยพูดไม่รู้เรื่อง
จึงถามต่อว่าเพราะอะไร
นายภานุตอบว่า
เพราะจำเลยไปพูดเรื่องศาสนาหลังเกิดเหตุไม่นาน
โดยช่วงนี้ใช้เวลาอยู่พอสมควร
เพราะอัยการโจทก์ได้ยื่นคัดค้านการตอบคำถาม
เมื่อซักถามพยานปากสองเสร็จแล้ว
ถึงเวลาพักเที่ยง
และให้ทั้งหมดกลับมาในห้องพิจารณาคดีอีกครั้ง
เวลา 13.30 น. เป็นการสืบพยานโดยเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้การ
รายละเอียดยังคงลงลึกเป็นเรื่องหลักฐานในวันเกิดเหตุ
ซึ่งตำรวจบอกว่าในห้องรกมากและชื้นไปด้วยน้ำ
เมื่อตำรวจไปถึงนายหวลวางปืนไว้บนโต๊ะ
มีฆ้อนสองอันในห้อง
ฆ้อนที่เป็นไม้อยู่ที่พื้นใกล้ขาของผู้ตาย
อีกอันเป็นเหล็กอยู่กับปืนบนโต๊ะ
ตำรวจให้การว่าแพทย์ผู้ผ่าศพได้นำกระสุนออกมาจากร่างนายจำรัส
2 เม็ด พบว่าศรีษะของผู้ตายมีรู
หลังเสร็จการไต่สวนมูลฟ้อง
ศาลรับฟ้องเพราะเห็นว่าคดีมีมูล
หลังจากนี้ศาลได้นัดมาฟังการไต่สวนในวันที่
30
สิงหาคมนี้โดยจะถามฝ่ายจำเลยว่าจะรับผิด(Plea-Guilty)หรือไม่ อย่างไรก็ตามทนายจำเลยกล่าวว่าจะพยายามไม่ให้มีการยอมรับ(Plea
Not Guilty)เพราะถือว่าเป็นการต่อสู้เพื่อป้องกันตัว
รายงานข่าวเปิดเผยว่าหากมีการยอมรับสารภาพ
ศาลจะนัดลงโทษหรือ
Sentencing
แต่หากไม่
Plea-Guilty อีกประมาณสองเดือนจะเข้าสู่ขั้นตอนของการสู้คดี ( trial )ต่อไป
(ข่าวโดย
สายธาร
เดาติวงศ์
)
อ่านข่าวก่อนหน้านี้
http://www.apacnews.net/
|