| สภาสตรีแอล.เอ.จัดช่วยน้ำท่วมศุกร์
20 ต.ค.
สมาคมไทยฯจัดอาทิตย์
22 ที่วัดไทย
L.A.
แอล.เอ.ระดมจัดงานช่วยเหลือน้ำท่วม สภาสตรีไทยได้คริสตัล
พาร์ค คาสิโน
โฮเต็ลจัดศุกร์ที่
20 ตุลาคม เชิญนักร้องกิตติมศักดิ์ไปร่วมร้องเพลง
สมาคมไทยฯจัดวันอาทิตย์ระดมทุนช่วยเหลือ
แนะคนไทยส่งโดยตรงมูลนิธิราชประชานุเคราะห์
นางมาลี
เหมือนรักษา
รองประธานสภาสตรีไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้เปิดเผยว่าหลังจากที่ได้ขอความร่วมมือไปยังCrystal
Park Casino Hotel เพื่อจัดงานช่วยเหลือน้ำท่วมที่ประเทศไทยในขณะนี้ก็ได้รับการตอบรับจากเจ้าของโรงแรมมาเรียบร้อย
ดังนั้นงานที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่
20 ตุลาคมนี้ระหว่างเวลา
18.00-24.00 น. ในงานจะเชิญนักร้องขึ้นร้องเพลงส่วนใหญ่จะเป็นนักร้องกิตติมศักดิ์ ส่วนอาหารและเครื่องดื่มทางโรงแรมเป็นผู้จัดขายเอง
สำหรับที่อยู่ของโรงแรมเลขที่
123 East Artesia Blvd., Compton, CA 90220 โทร.310-631-3838
แผนที่ที่ตั้งของโรงแรมเข้าไปดูได้ที่
http://www.mapquest.com/maps/map.adp?address=123%20E%20Artesia%20Blvd&city=Compton&state=CA&zipcode=90220%2d4921&country=US&geodiff=1
ขณะเดียวกันนายสมชาย
ไทยทัน นายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้เปิดเผยว่าในวันอาทิตย์ที่
22 ตุลาคมนี้สมาคมฯจะร่วมกับองค์กรอื่นๆตลอดจนวัดไทยเปิดรณรงค์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่วัดไทยแอล.เอ.
และในวันนั้นจะมีงานถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า
ในวันปิยมหาราช
จัดโดยสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯด้วย
พระราชินีพระราชทานที่ดิน
15 ไร่ตั้งศูนย์อพยพช่วย
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ทรงมีพระราชประสงค์สร้างศูนย์อพยพและพักพิงเป็นอาคารถาวร เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยมีที่อยู่อาศัยระหว่างถูกน้ำท่วมบ้านพัง ในพื้นที่ จ.อ่างทอง และเป็นที่พักช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติอื่นๆ รวมทั้งเป็นสถานที่ฟื้นฟูอาชีพให้ผู้ประสบภัย มีรายได้เสมือนศูนย์ศิลปาชีพ ในขณะที่ยังไม่มีรายได้จากการเกษตรและอื่นๆ ด้วย
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ณพล บุญทับ รองสมุหราชองค์รักษ์ นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สำนักพระราชวัง พระเทพโกศล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กทม. และนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง พร้อมคณะได้เดินทางไปศึกษาพื้นที่บริเวณ หมู่ 8 ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง ซึ่งเป็นสถานที่เหมาะสม พื้นที่ 15 ไร่ เป็นที่ราชพัสดุถมแล้ว พื้นที่สูงน้ำไม่ท่วม มีถนนและช่องทางเข้า-ออก ได้ 4 เส้นทางเชื่อมต่อกับถนนสายเอเซียและสายบายพาสจังหวัดอ่างทอง เพื่อสร้างศูนย์ฯดังกล่าวตามพระราชประสงค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ โดยให้ดำเนินการได้ทันที และจะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้ประสานงานกับอธิบดีกรมโยธาธิการ จัดส่งเจ้าหน้าที่วิศวกร ช่วยออกแบบอาคารเป็นการด่วน
ส่วนอาคารศาลาที่พักสร้างเป็นอาคารยกพื้นใต้ถุนสูง กว้างประมาณ 20 เมตร ยาวประมาณ 30 ถึง 40 เมตร เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว และเป็นสถานที่ในการรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ เมื่อยามเกิดอุทกภัยและภัยธรรมชาติต่างๆ และให้จัดสร้างทันที และจะไม่มีกำหนดสิ้นสุด
พระองค์ภาเสด็จสิงห์บุรีประทานถุงยังชีพ
เมื่อวันที่ 14 ต.ค.พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จประทับเรือพระที่นั่งไปยังศาลาการเปรียญวัดโพธิลังการ์ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยระหว่างเส้นทางเสด็จทรงเยี่ยมราษฎรพร้อมทั้งประทานถุงยังชีพพระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยด้วย เมื่อเสด็จถึงวัดโพธิลังการ์ ทรงฟังการกราบทูลรายงานสถานการณ์และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดสิงห์บุรี การดำเนินโครงการนำร่องช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้วัดเป็นศูนย์กลาง
ในการนี้ได้ประทานวโรกาสให้ตัวแทนหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เฝ้าถวายสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมกันนี้ได้ประทานเสื้อชูชีพให้กับผู้แทนกองทัพเรือ ประทานปลอกแขนอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากให้กับผู้ดูแลคลังอาหารและน้ำดื่ม และได้มีพระปฏิสันถารกับราษฎรที่มาเฝ้าด้วยความห่วงใย จากนั้นได้ทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการนำร่องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยให้วัดเป็นศูนย์กลางและทอดพระเนตรนิทรรศการโรคภัยร้ายแรงที่มากับน้ำ
จากนั้นได้ประทับเรือพระที่นั่งทอดพระเนตรสภาพพื้นที่บริเวณที่ประสบอุทกภัยโดยทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยที่อพยพมาอาศัยและค้าขายบริเวณฝั่งที่น้ำท่วมไม่ถึงซึ่งมาเฝ้ารับเสด็จตลอดสองฟากฝั่งที่ทรงพระดำเนิน โดยทรงทักทายและทรงรับสั่งอย่างเป็นกันเอง พร้อมทั้งประทานของเล่นแก่เด็กที่พ่อแม่นำมาเฝ้ารับเสด็จสร้างความปลาบปลื้มใจแก่เหล่าราษฎรที่ประสบอุทกภัยเป็นอย่างยิ่ง
สำรวจความเสียหาย-รวมศูนย์เดียวช่วยเหลือ
นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรียกประชุมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัดฯเมื่อวันที่
14 ตุลาคม ประกอบด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ปทุมธานี และชัยนาท เพื่อสรุปการให้ความช่วยเหลือกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งนายไพบูลย์ เสนอแนวคิดในการให้ความช่วยเหลือกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมว่า การสำรวจความเสียหาย และการให้ความช่วยเหลือประชาชนน่าจะมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่เดียว เนื่องจากขณะนี้มีการประสานไปยังหน่วยงานอื่นโดยตรง ทำให้การให้ความช่วยเหลือซ้ำซ้อน และบางแห่งก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ฉะนั้นหน่วยงานกลางที่จะเข้ามารับข้อมูลจะต้องประสานท้องถิ่นและสั่งการได้ว่าการให้ความช่วยเหลือและการสำรวจความเสียหายพื้นที่ใดได้รับการสนับสนุนไปแล้วบ้าง
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมทั่วไปในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขณะนี้ หลังจากทำนบดินกั้นคลองบางแก้วพัง ทำให้ น้ำจากคลองบางแก้วไหลเอ่อล้นเข้าท่วมเขตพื้นที่อำเภอมหาราช และไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.อ่างทอง เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดต่อ รวมทั้งน้ำยังได้ไหลลอดใต้สะพานข้ามถนนสายเอเชียเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้พื้นที่การเกษตร ใน อ.บางปะหัน จำนวนหลายพันไร่ถูกน้ำท่วมเสียหาย
แนะคนไทยส่งเงินช่วยโดยตรงมูลนิธิราชประชานุเคราะห์
รายงานข่าวเปิดเผยว่าโดยปกติแล้วมูลนิธิราชประชานเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์จะทำหน้าที่เป็นหน่วยรวบรวมเงินบริจาคและสิ่งของต่างๆเพื่อนำไปให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยโดยตรงไม่ว่าจะเป็นภัยจากอัคคีภัย,อุทกภัย,วาตภัยหรือภัยอื่นใด โดยมูลนิธิฯจะเปิดรับตลอดปี
และมีบัญชีให้จัดส่งเข้าไปดังนี้
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
ชื่อธนาคาร: กรุงไทย
สาขา: สะพานขาว
ชื่อบัญชี: มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
ประเภทบัญชี: ออมทรัพย์
swift
code: KRTHTHBK
เลขที่บัญชี:
021-1-00609-2
หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Rajaprachanukroh under The
Royal Patronage
Bank:
Krungthai bank
Branch:
Sapankhao
Account
name: Radapradanugroh under The Royal Patronage
Account
type: saving account
Swift
code: KRTHTHBK
Account
number: 021-1-00609-2
Tel: 662-281-1902, 662-2628-3467,
662-2282-5180, 662-2282-9596
662-2280-0462-3, 662-22802705-6,
662-2628-1579-80
เมื่อท่านได้โอนเงินแล้วขอให้ fax pay in slip ไปที่หมายเลข 66-2-281-1423 “ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” เพื่อมูลนิธิฯจะได้จัดลงทะเบียนรับอย่างถูกต้อง
สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยใช้แฟกซ์หมายเลข 02-281-1423
เข้าไปดูเว็บไซท์ได้ที่
http://www.geocities.com/rajapracha/main.htm
นอกจากนี้กองทัพไทยร่วมกรุงเทพมหานครเปิดรับบริจาคโดยให้เข้าไปดูที่เว็บไซท์ดังนี้
http://www.thaigov.go.th/th/News/NewsThai.aspx?News_ID=T49000004709&menu=3
ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาด ภาคเกษตรพัง
1.6 พันล้าน
เมื่อวันที่
13 ตุลาคมศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า จากการที่ประเทศไทยประสบภาวะน้ำท่วมรุนแรงในปีนี้ กระทรวงเกษตรฯ ประเมินความเสียหายภาคการเกษตร เฉพาะในวันที่ 1 สิงหาคม – 10 ตุลาคม 2549 ไว้ที่ 927.49 ล้านบาท แต่จากการคาดการณ์ว่า ความเสียหายจากน้ำท่วมในปีนี้จะใกล้เคียงในปี 2547 คือ อยู่ที่ประมาณ 1,600 ล้านบาท รวมทั้งยังคาดว่า มีอีกหลายจังหวัด ที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในระยะต่อไป โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อันเป็นผลมาจากการระบายน้ำของจังหวัดที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมทางภาคเหนือ
ทั้งนี้ คาดว่า เมื่อประเมินความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้ช่วงปลายปี 2549 มูลค่าความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมในด้านพืชจะสูงถึง 1,400 ล้านบาท ด้านปศุสัตว์ มูลค่าความเสียหายน่าจะสูงเกือบ 200 ล้านบาท เนื่องจากพื้นที่ภาคกลางนั้น เป็นแหล่งเลี้ยงปศุสัตว์ที่สำคัญ ด้านประมง มูลค่าความเสียหายน่าจะสูงเกือบ 100 ล้านบาท เนื่องจากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะนครสวรรค์ และพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะสิงห์บุรี ชัยนาท ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่สำคัญ
นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรแล้ว ผลกระทบต่อเนื่องจากภาวะน้ำท่วม จะทำให้ราคาสินค้าเกษตรในระยะสั้นมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง ซึ่งราคาข้าวเปลือกโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ในช่วงนี้ลดต่ำลงเหลือตันละ 3,300-3,900 บาท เนื่องจากข้าวมีความชื้นสูง และหมดช่วงการรับจำนำ และไม่เกิดการแข่งขันรับซื้อข้าวจากโรงสี เนื่องจากหลายแห่งปิดกิจการจากการประสบปัญหาขาดทุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ สถานการณ์ราคามันสำปะหลังที่ลดลงเช่นกันจากปัญหาความชื้น
ราคาสินค้าเกษตรและผักจะแพงขึ้น
ส่วนราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงนี้ คือ ราคาสินค้าประเภทพืชผัก โดยเฉพาะผักกินใบ เนื่องจากบางส่วนได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมและฝนตกชุก รวมทั้งยังมีปัจจัยหนุน คือ ใกล้ช่วงเทศกาลกินเจ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการบริโภคผักเพิ่มขึ้น ส่วนในระยะยาว คาดว่า ราคาสินค้าเกษตรสำคัญบางรายการจะมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น จากที่เคยคาดการณ์ว่าในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูการผลิต ราคาสินค้าเกษตรจะปรับตัวลดลง พื้นที่ที่เสียหายเกษตรกรได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการ ในการแจกเมล็ดพันธุ์และพันธุ์สัตว์เพื่อผลิตทดแทนแล้ว เพียงแต่ผลผลิตอาจจะออกสู่ตลาดล่าช้ากว่าฤดูกาลปกติ ประมาณ 1-2 เดือน ส่งผลให้ผลผลิตสินค้าเกษตรไม่กระจุกตัวอยู่ในช่วงปลายปี แต่จะกระจายตัวไปออกผลผลิตในช่วงไตรมาสแรกของปี 2550
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย คือ นโยบายการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลยังไม่ประกาศราคาแทรกแซงการรับจำนำข้าว โดยถ้ารัฐบาล ประกาศราคารับจำนำอยู่ในเกณฑ์สูง ก็จะส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศอยู่ในเกณฑ์สูง และผู้ส่งออกจะประสบปัญหาการแข่งขัน
ÍèÒ¹µèÍ.....ÊÀÒʵÃÕä·ÂáÍÅ.àÍ.¨Ñ´ªèǹéÓ·èÇÁ¤×¹ÇÑ¹ÈØ¡Ãì
20 µ.¤.-»Õ¹ÕéµÒ 39 Ⱦ
|