กกต.เลือกได้ประธานคนใหม่เลื่อนเลือกตั้ง
เป็น 19 หรือ
26 พ.ย.ต้องนัดทุกพรรคหารือ
ประชุมนัดแรกกกต.เลือกได้ประธานคนใหม่ชี้กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ควรเชิญทุกพรรคหารือด้วย คาดไม่ 19 ก็ 26 พฤศจิกายน
ไม่ขัดข้อง "เอกชัย"ลาออกจากเลขาธิการกกต.
เมื่อวันที่
15 กันยายน นายประพันธ์ นัยโกวิท ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นคณะกรรมการการเลือก
ตั้ง(กกต.) กล่าวถึงการเลื่อนวันเลือกตั้งว่า กกต.ได้รับแผนงานที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเสนอมาแล้ว ซึ่งมีการเสนอแผนมาอย่างสมบูรณ์ ถ้าเลื่อนเลือกตั้งไปวันที่ 19 หรือ 26 พฤศจิกายน อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ต้องหารือกับกรรมการทุกคนอีกครั้ง ขอให้รอสัปดาห์หน้าจะมีการหารือกันในทุกเรื่องอย่างละเอียด ทั้งนี้ในการเลื่อนวันเลือกตั้งไปเป็นวันใด ตนเห็นว่าน่าจะต้องเชิญทุกพรรคมาหารือ ทั้งเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งและการขอความร่วมมือว่าขอให้ทุกพรรคการเมืองช่วยกันสนองพระราชดำรัสของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการทำให้การเลือกตั้งแก้วิกฤตประเทศชาติ
นายสถาพร สันติบุตร รองเลขาธิการด้านบริหารกลาง ในฐานะรักษาการเลขาธิการกกต. กล่าวว่า ในการหารือของสำนักงานกับว่าที่กกต.ทั้ง 5 คนเมื่อวันที่ 14 กันยายนนั้นว่าที่กกต.ทั้ง 5 คนได้สอบถามถึงงานเร่งด่วนที่คั่งค้างอยู่ซึ่งทางสำนักงานได้แจ้งให้ทราบว่ามีงานใดอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนวนเรื่องร้องคัดค้านการประกาศรับรองผลเลือกตั้ง โดยว่าที่กกต.ทั้ง 5 คนเห็นตรงกันและแจ้งให้ทางสำนักงานทราบว่า ในกรณีสำนวนที่กกต.ชุดเดิมมีมติแล้วแต่คำวินิจฉัยอยู่ระหว่างรอลงนาม กกต.ชุดนี้จะไม่ลงนามให้ ซึ่งทางสำนักงานก็จะแก้ไขโดยให้เลขานุการที่ประชุมกกต.ทำหนังสือรับรองแนบท้ายคำวินิจฉัยว่า ที่ประชุมกกต.ได้มีมติตามที่ตามคำวินิจฉัยจริง ส่วนสำนวนที่กกต. มีมติไปแล้ว โดยอาจจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ แต่กกต.ชุดเดิมยังไม่ได้มีคำสั่งนั้น กกต.ขอที่จะหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร
นายสถาพร กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้งใหม่ ส.ว.
2
จังหวัด คือกาฬสินธุ์และอำนาจเจริญ ที่กกต.ชุดที่แล้วมีมติไปแล้วนั้น ว่าที่กกต. เห็นว่า
น่าจะจัดเลือกตั้งหลังการเลือกตั้งส.ส.
โดยอาจจะรอการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนของว่าที่ส.ว.ที่ยังค้างอยู่อีก
18 รายก่อน หากต้องการมีการเลือกตั้งก็จะได้ดำเนินการไปในคราวเดียวกัน
ส่วนหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการกกต.ของพล.ต.ต.เอกชัย วารุณประภา นายสถาพร กล่าวว่า ว่าที่กกต. เห็นว่า เมื่อพล.ต.ต.เอกชัย มีความประสงค์เช่นนั้นก็ไม่ขัดข้อง แต่ขอให้เคลียร์งานคั่งค้างอยู่ให้เรียบร้อย อย่างไรก็ตามในเรื่องของการแบ่งงานแต่ละด้านของว่าที่กกต.นั้น ขณะนี้ยังไม่ถือว่าเป็นทางการ โดยว่าที่กกต.แต่ละคนได้นำเอกสารข้อมูลต่างๆ ในแต่ละด้านที่คาดว่าจะรับผิดชอบไปศึกษาก่อน
เมื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่แล้วก็จะมีการหารือกันอีกครั้งว่าเนื้องานที่ได้นำไปศึกษานั้นเหมาะสม และมีความถนัดหรือไม่อย่างไร ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงส่วนงานที่รับผิดชอบอีกครั้งก็ได้ เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งและเข้าปฏิบัติหน้าที่แล้ว
ก่อนหน้านี้เมื่อบ่ายวันที่ 14 กันยายน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 5 คนนัดประชุมนอกรอบเป็นครั้งแรกเพื่อหารือ หลังจากนั้นใช้เวลาเพียง 7 นาที ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์เลือกนายอภิชาต สุขัคคานนท์ เป็นประธาน กกต. ทั้งนี้ นายอภิชาตซึ่งเคยเป็นประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา ได้แถลงถึงภารกิจเร่งด่วนของ กกต.คือการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม และตั้งเป้าการทำงาน "ทำมากกว่าพูด" และจะต้องมีมาตรฐานทั้งคุณธรรมจริยธรรม
ส่วนวันเลือกตั้งต้องเลื่อนจากเดิมกำหนดไว้ในวันที่ 15 ตุลาคม แต่จะเป็นวันไหนยังต้องพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งอาจจะเป็นวันที่ 19 หรือ 26 พฤศจิกายน
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกอบด้วย นายประพันธ์ นัยโกวิท นายสุเมธ อุปนิสากร นายอภิชาต สุขัคคานนท์ นายสมชัย จึงประเสริฐ และนางสดศรี สัตยธรรม ร่วมหารือนอกรอบเพื่อเลือกประธาน กกต.คนใหม่
ทั้งนี้ กกต.ทั้ง 5 คน ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อเลือกกัน เองเป็นประธาน กกต. ซึ่งใช้เวลาเพียง 7 นาทีเท่านั้น คือนับตั้งแต่เจ้าหน้าที่เชิญผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องและปิดห้องประชุมในเวลา 14.02 น. จนถึงเวลา 14.09 น. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งต่อผู้สื่อข่าวที่รออยู่ด้านหน้าห้องประชุมว่า นายอภิชาต สุขัคคานนท์ จะแถลงข่าว
ต่อมานายอภิชาตเปิดแถลงว่า ที่ประชุมมีมติเอก ฉันท์ให้ทำหน้าที่เป็นประธาน กกต. เพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนสบายใจและให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจจาก กกต.อีก 4 คน ตลอดจนที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและวุฒิสภาที่ได้เลือก กกต.ชุดนี้เข้ามา
"ผมขอสัญญาว่าจะตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและยึดมั่นในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแก่คณะผู้พิพากษา เมื่อวันที่ 25 เมษายน เพื่อให้บ้านเมืองจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ตลอดจนพระกระแสรับสั่งที่ทรงปรารถนาให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย การเลือกตั้งเสร็จสมบูรณ์จะทำให้ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" นายอภิชาตกล่าว
นายอภิชาตกล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนที่สุดของ กกต. ชุดนี้คือการจัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม และมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ส่วนรายละเอียดของการเลือกตั้ง กำหนดวันเลือกตั้ง วิธีการดำเนินการต่างๆ ว่าจะทำอย่างไร จะได้ ปรึกษาหารือและจะแถลงให้ทราบต่อไป
นายอภิชาตกล่าวว่า สำหรับหลักการและวิธีการทำงานที่พอจะแจ้งให้ทราบได้ในเวลานี้มีดังนี้ (1) กกต. จะให้ความสำคัญแก่การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชน และจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่การปฏิบัติงาน (2) กกต.ทั้ง 5 คน จะเน้นทำมากกว่าพูด การให้ข่าวจะมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน (3) กกต.ทั้ง 5 คน จะทำงานเป็นทีมในลักษณะร่วมกันคิดร่วมกันทำ โดยจะทำงานด้วยความอิสระและมีความเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริง ในฐานะประธาน กกต.จะไม่ทำงานในลักษณะเผด็จการ เป้าหมายของการทำงานถือเป็นวาระเพื่อชาติ และ (4) เร่งด่วนที่สุด คือจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์และยุติธรรม โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน โดยการทำงานจะต้องมีมาตรฐานทั้งคุณธรรมและจริยธรรมด้วย วาระการดำรงตำแหน่งของ กกต.ชุดนี้มีอยู่เพียง 2 ปี ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า พวกเราทั้ง 5 คน จะทำงาน ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อให้ประเทศชาติก้าวพ้นจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันเลือกตั้งยังจะเป็นวันที่ 15 ตุลาคมหรือไม่ นายอภิชาตกล่าวว่า เห็นกันอยู่แล้วว่าคงต้องเลื่อน เพราะว่าเป็นไปไม่ได้ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เหลืออีก 1 เดือน เมื่อถามว่า ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน หรือ 26 พฤศจิกายน วันไหนจะเหมาะสมเป็นวันเลือกตั้งใหม่ นายอภิชาตกล่าวว่า ต้องพิจารณาประเด็นอื่นด้วยว่าจะใกล้วันสำคัญอะไรหรือไม่หรือจะเป็นวันเสาร์อาทิตย์อย่างไร ยังไม่ได้พิจารณาในรายละเอียดกัน คงต้องมีหลายข้อเรื่องความเสียหายของประเทศชาติบ้านเมือง ยิ่งช้ายิ่งเสียหาย ต่างชาติไม่มั่นใจมาลงทุน เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาพูดอยู่ ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี ข้ามปีไปก็จะเกิดความรู้สึกเกินไป
เมื่อถามอีกว่า ตกลงวันที่ 19 พฤศจิกายน หรือ 26 พฤศจิกายน น่าจะเป็นวันเลือกตั้งใหม่ใช่หรือไม่ นายอภิชาตกล่าวว่า ถูกต้องส่วนตัว น่าจะเป็น 2 วันนี้
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องเป็นผู้พิพากษาเก่าหรือไม่ นายอภิชาตกล่าวว่า ไม่จำเป็น เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะนำผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต.อีก 5 คน ที่ไม่ได้รับเลือกให้เป็น กกต.มาร่วมงานหรือไม่ นายอภิชาตกล่าวว่า เป็นความคิดที่ดีหากมีความเป็นไปได้ จะพิจารณากันอีกครั้ง ในส่วนของ กกต.จังหวัดนั้น คงไม่ล้างไพ่เพราะ กกต.จังหวัดใกล้จะหมดวาระไปหลายจังหวัด เพียงแต่ว่าต่อไปจะดูวิธีการจะเลือก กกต.จังหวัดอย่างไร
เมื่อถามว่า ช่วยประเมินข้ออ่อนข้อแข็งของทีมงาน นายอภิชาตกล่าวว่า "ข้ออ่อนคืออาจจะพูดไม่เก่ง แต่พูดด้วยความจริงใจ ข้อแข็ง ความรู้ความสามารถมีเต็มที่"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมเลือกประ ธาน กกต.เสร็จแล้ว จัดประชุมร่วมกับสำนักเลขาธิการ กกต. เพื่อพิจารณาเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งและกรอบการทำงาน
นายสถาพร สันติบุตร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวภายหลังว่า ในการแบ่งงานอย่างไม่เป็นทางการนั้น นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ในฐานะประธานรับผิดชอบงานด้านบริหารกลาง นายสุเมธ อุปนิสากร รับผิดชอบงานด้านการมีส่วนร่วม นายประพันธ์ นัยโกวิท รับผิดชอบการบริหารการเลือกตั้ง นายสมชัย จึงประเสริฐ รับผิดชอบเรื่องการสืบสวนสอบสวน และนางสดศรี สัตยธรรม รับผิดชอบเรื่องพรรคการเมือง แบ่งงานเหมือนกับ กกต.ชุดแรก แต่การพิจารณาต้องทำร่วมกันทั้ง 5 คน ซึ่งการทำงานลักษณะนี้จะเหมือนกับ กกต.ชุดที่มีนายสวัสดิ์ โชติพานิช เป็นประธาน กกต.
ที่บก.ทบ.วันนี้
(15 ก.ย.) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
ผบ.ทบ. กล่าวถึงการสนับสนุนการทำงานของ
คณะกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.) ชุดใหม่
ว่า เรื่องการเลือกตั้งทุกครั้งกองทัพจะให้การสนับสนุนตลอด
ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดที่เข้ามาหาเสียง
เราไม่เคยมีปัญหา
ก็ขอให้มีความเท่าเทียมกัน
ส่วนการส่งกำลังทหารเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องของการเตรียมการเลือกตั้ง
แม้กระทั่งการรักษาความปลอดภัย
และนับคะแนนเราก็มีความพร้อม
"เท่าที่มองแล้ว
ท่านประธาน
กกต.เป็นเพื่อนผม
ท่านเป็นคนดี
และตรงไปตรงมา
ตนเชื่อว่ามันคงจะดีขึ้น"
ผบ.ทบ.กล่าว
อ่านต่อ.....วุฒิสภาประชุมวันเดียวจบเลือก
5 กกต.แก้วสรรหลุดเฉียดฉิวขอเป็นเลขาธิการ
|