| แนะจับตาทุ่ม
50 ล้านบล็อคโหวตกกต.ในวุฒิสภา
"นาม-สดศรี-แก้วสรร"ส่อเค้าหลุด-สาเหตุตรงข้ามรัฐบาล
โปรดเกล้าฯเปิดประชุมวุฒิสภา 15 ส.ค.
"สุชน"ฟิตเตรียมประชุมเลือก กกต.-ป.ป.ช.
ลุยสอบประวัติไม่พักเสาร์-อาทิตย์ เร่งให้ทัน พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เผย"นาม-สดศรี-แก้วสรร"ส่อหลุด "วิชา-สุเมธ-ประพันธ์"เต็งหาม รักษาการ ส.ว.ยโสธรให้จับตาใช้ 50 ล้านจ่ายเพื่อบล็อคโหวต เลขาฯศาลฎีกาย้ำผู้พิพากษาที่ได้รับเสนอชื่อเป็น กกต.สามารถจัดการเลือกตั้งได้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2549 ให้เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2549 เฉพาะเพื่อให้วุฒิสภาอันประกอบด้วย ส.ว.ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่อายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ดำเนินการประชุมเพื่อทำหน้าที่ตามมาตรา 168 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม
หลังจากมี พ.ร.ฎ.เรียกประชุมฯ นางสุวิมล ภูมิสิงหราช เลขาธิการวุฒิสภา ได้ทำหนังสือถึงรักษาการ ส.ว.ถึงคำสั่งของนายสุชน ชาลีเครือ รักษาการประธานวุฒิสภา นัดประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 15 สิงหาคม เวลา 13.30 น. เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติและความประพฤติของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แทนตำแหน่งที่ว่าง และเลือกกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.)
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ลงมติคัดเลือกผู้สมควรเป็น กกต.จำนวน 10 คน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนี้จะส่งให้วุฒิสภาทำการคัดเลือกเหลือจำนวน 5 คน
"สุชน"ได้รับชื่อ10ว่าที่กกต.แล้ว
นายสุชนให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับสำเนารายชื่อผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ทั้ง 10 คน จากนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา เรียบร้อยแล้ว รอเพียงหนังสืออย่างเป็นทางการที่ต้องแนบประวัติและความยินยอมของทั้ง 10 คน สำหรับการเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้เตรียมเอกสารจัดส่งให้แก่ ส.ว.ทุกคนไว้พร้อมหมดแล้ว เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาลงมาก็พร้อมเปิดประชุมได้ทันที ส่วนขั้นตอนตรวจสอบประวัติจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับที่ประชุม เชื่อว่า ส.ว.ที่เหลือ 189 คน ล้วนแต่ตระหนักในความรับผิดชอบของตนเองอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มี ส.ว.บางคนตั้งข้อสังเกตว่า 2-3 คน ใน 10
คน มีปัญหา นายสุชนกล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าใครมีปัญหา แต่ขอให้รอเพื่อตรวจสอบประวัติก่อน แต่เท่าที่ดูรายชื่อทุกคนก็เหมาะสมและมีคุณภาพ ที่น่าดีใจคือมีตัวแทนของผู้หญิงเข้ามาด้วย และนายแก้วสรร อติโพธิ อดีต ส.ว.กทม. ก็ติดมาด้วย ซึ่งเคยทำงานร่วมกันมา 6 ปี ทุกคนก็รู้จักกันดีว่าเป็นคนทุ่มเททำงานให้วุฒิสภา แต่เมื่อไปอาสาเป็น กกต.ก็ต้องมีสิทธิเท่าเทียมกับผู้อื่น วุฒิสภาจะไม่อาศัยความเป็นเพื่อนพี่น้องหรือญาติมาเลือกกันเอง เพราะทุกคนรู้ดีว่า ครั้งนี้เป็นวาระเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ในส่วนตัวมีหลายคนอยู่ในใจ แต่บอกไม่ได้
นายไสว พราหมณี รักษาการ ส.ว.นครราชสีมา กล่าวว่า วุฒิสภาต้องมีหน้าที่ถวายคำแนะนำและนำรายชื่อ กกต.ทั้ง 5 คน ขึ้นทูลเกล้าฯ ดังนั้น จึงต้องการข้อมูลและประวัติในเชิงลึกของ 10 คน ที่ได้รับการเสนอชื่อมา โดยเฉพาะตามรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่า จะต้องเป็นกลางทางการเมือง มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่ง 2 ประเด็นนี้วุฒิสภาต้องถวายคำแนะนำ จึงต้องการทราบว่า ใครมีปัญหาทางการเมืองและความซื่อสัตย์สุจริตแค่ไหน ต้องการให้ประชาชนส่งข้อมูลมาให้วุฒิสภาเพื่อวุฒิสภาจะทำงานได้เร็วขึ้น
นายไสวกล่าวอีกว่า เชื่อว่าการตรวจสอบประวัติจะทันกับวันที่ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งมีผลบังคับใช้คือ 24 สิงหาคม ส่วนจะใช้เวลากี่วันนั้นขึ้นกับที่ประชุมในวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งกรรมาธิการจะตรวจสอบกันทุกวันไม่เว้นวันเสาร์ อาทิตย์ ดังนั้น ก็ขอให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อ เตรียมข้อมูลทรัพย์สิน เตรียมแสดงวิสัยทัศน์ และเตรียมชี้แจงประวัติการทำงาน ประวัติส่วนตัว และพฤติกรรมใกล้ชิดนักการเมืองหากมีการร้องเรียนเข้ามา
นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล รักษาการ ส.ว.ร้อยเอ็ด ประธานคณะกรรมาธิการประสานงาน วุฒิสภา (วิปวุฒิ) กล่าวว่า กรอบเวลาคงสั้นกว่า 30 วันแน่นอน ส่วนเรื่องจะเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปหรือไม่นั้น ก็มีความเป็นไปได้ แต่จะไม่มาจากสาเหตุที่ ส.ว.เลือกช้า แต่ขึ้นกับ กกต.ชุดใหม่มากกว่าเมื่อเข้ามาแล้ว หากระบบต่างๆไม่เอื้ออำนวยให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม และต้องการปรับปรุง ก็ขึ้นกับ กกต.ใหม่จะพิจารณาเองว่าจะเลื่อนเลือกตั้งออกไปหรือไม่
"วิชา-สุเมธ-ประพันธ์"เต็งหาม "นาม-สดศรี-แก้วสรร"ส่อชวด
รายงานข่าวจากวุฒิสภาแจ้งว่า สำหรับผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ทั้ง 10 คน ที่มีการพูดกันในหมู่ ส.ว.สายที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลว่า สัดส่วนอาจจะเป็นสายศาล 4 คน สายอื่น 1 คน ซึ่งผู้ที่มีสิทธิได้รับเลือกค่อนข้างสูง เบื้องต้นมี 3 คน ได้แก่ 1.นายวิชา มหาคุณ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ในศาลฎีกา ซึ่ง ส.ว.ทุกสายให้การยอมรับ 2.นายสุเมธ อุปนิสากร ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งมีบุคลิกประนีประนอม เป็นกลางๆ และ 3.นายประพันธ์ นัยโกวิท รองอัยการสูงสุด อาจผ่านทางนายพชร ยุติธรรมดำรง อัยการสูงสุด (อสส.) ที่รู้จักกับ ส.ว.จำนวนมาก รวมทั้งนายสุชน ชาลีเครือ รักษาการประธานวุฒิสภา ซึ่งแม้ว่านายประพันธ์ และนายพชร จะชิงตำแหน่ง อสส.กันครั้งล่าสุด แต่ทั้ง 2 คนก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเข้ามาเป็นอัยการผู้ช่วยด้วยกัน
ส่วนว่าที่ กกต.ที่มีแนวโน้มว่าจะไม่ได้รับการคัดเลือกจากวุฒิสภา ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีผลงานอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลที่ชัดเจน อาทิ 1.นายนาม ยิ้มแย้ม อดีตรองประธานศาลฎีกา ที่เป็นประธานอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนกรณีพรรคใหญ่จ้างพรรคเล็กให้ลงสมัคร ส.ส.
เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา และสรุปสำนวนขอให้ยุบพรรคไทยรักไทย 2.นางสดศรี สัตยธรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายของวุฒิสภา อาจจะทำให้ไม่ได้รับเลือกถ้ากระแสผลักดันผู้หญิงให้เป็น กกต.ไม่แรงพอ และ 3.นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต ส.ว.กทม. ที่แม้จะผ่านการสรรหาในชั้นศาลฎีกา แต่โอกาสที่จะผ่านในรอบของวุฒิสภาคงยาก เพราะนายแก้วสรรมีแนวคิดที่ตรงข้ามกับรัฐบาลมาตลอด
นายบุญญา หลีเหลด รักษาการ ส.ว.สงขลา กล่าวว่า มีกระแสข่าวจากเพื่อน ส.ว.บางคนว่า ส.ว.กลุ่มหนึ่งที่เรียกว่ากลุ่มสายใต้ดิน เดิมทำงานรับใช้คนในรัฐบาล กำลังล็อบบี้เพื่อไม่ให้นายนาม ยิ้มแย้ม และนายแก้วสรร อติโพธิ ได้รับการคัดเลือกให้เป็น กกต. แต่ตนเชื่อว่ารักษาการ ส.ว.ส่วนใหญ่มีอิสระ และจะตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง และเพื่อประเทศชาติ มีเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ยังทำตามใบสั่ง
จับตาใช้50 ล้านบล็อคโหวต
นายสมบูรณ์ ทองบุราณ รักษาการ ส.ว.ยโสธร กล่าวว่า คนแรกที่ตนเองจะเลือกคือ นายนาม ยิ้มแย้ม เพราะเป็นคนที่กล้าที่สุด แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่านายนามจะได้รับเลือกเป็น กกต.จากวุฒิสภาหรือไม่ เพราะต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุม อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องจับตาคือ ในการลงมติเลือกของวุฒิสภา จะมีการแจกเงิน แจกโผ เหมือนการคัดเลือกองค์กรอิสระทุกครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ที่สังเกตได้ง่ายคือ หากในการนับคะแนนเบอร์ผู้สมัครเป็นชุดเดียวกันเหมือนทุกครั้ง 1-3-8-9-7 เหมือนกัน 80 คนขึ้นไป ก็แสดงว่ามีการบล็อคโหวต
"เวลาจ่ายเงินกันทุกครั้งที่เลือกองค์กรอิสระต่างๆ จะมีไม่จ่ายก่อนเลือก แต่จะจ่ายหลังทราบผล และพวกนี้จะไม่โอนผ่านธนาคารหรือให้เช็ค แต่ใช้เงินสด บางครั้งใส่รถปิคอัพมาแจกกันที่รัฐสภา เฉลี่ยคนละห้าแสนบาทต่อครั้ง ถ้าคำนวณไว้ว่าต้องแจก 80 คน จะต้องเสียเงินประมาณ 40-50 ล้านบาทต่อครั้ง" นายสมบูรณ์กล่าว
"แม้ว"ยันไม่รู้จักว่าที่10กกต.
ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่รู้จักว่าที่ 10 กกต.เลย รู้จักชื่อบางคน แต่ส่วนตัวไม่รู้จักใครเลย ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่า กกต.ชุดใหม่จะทำให้ความวุ่นวายทางการเมืองยุติลงหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ขอให้ใครก็ได้ที่ทำงานโดยที่ยึดหลักกติกาที่ถูกต้องและเป็นกลาง |