กงสุลใหญ่จักร บุญ-หลง กำลังกล่าวในงานเลี้ยงรับรอง A Taste of Thailand with Chef Mc Dangที่ซานตา มอนิก้า วันที่ 25 สิงหาคม
..ศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ ( 3 จากขวา)หรือรู้จักกันในนามของ หมึกแดงถ่ายภาพกับเจ้าหน้าที่ของสถาบันอาหารรวมทั้งกงสุลใหญ่จักร บุญ-หลง ในงานเลี้ยงรับรอง A Taste of Thailand with Chef Mc Dangที่ซานตา มอนิก้า วันที่ 25 สิงหาคม
 
 
 
เชฟหมึกแดงกำลังบริการอาหารไทยที่จัดทำเสร็จเรียบร้อยแก่แขกต่างชาติที่ได้รับเชิญไปร่วมงานเลี้ยงรับรองในระหว่างเดินทางมาเป็นวิทยากรที่ซานตา มอนิก้า แคลิฟอร์เนีย
เชฟอีกรายโชว์ทอดมันแบบไทยๆที่นำมาจัดเสิร์ฟแก่แขกที่ได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยง
è----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×Í´ÙÃÙ»ãË­è--------------------------------------------

เชฟหมึกแดงโชว์อาหารไทยเลี้ยงต่างชาติ
เป็นวิทยากรสอนฝรั่งแคลิฟอร์เนียปรุงรส

หมึกแดงโชว์ฝีมือทำอาหารไทยอวดต่างชาติในงานเลี้ยงรับรอง หลังบินลัดฟ้ามาเป็นวิทยากรให้สถาบันชั้นนำด้านการสอนทำอาหารในแคลิฟอร์เนีย แนะให้เลิกท่องจำสูตร แต่ต้องเข้าใจถึงหลักการของการทำอาหาร เพื่อยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล

เมื่อเวลา 15.00 .วันที่ 25 สิงหาคม 2006 เมืองซานตา มอนิก้า ได้มีการจัดงานเลี้ยงรับรอง “ A Taste of Thailand with Chef Mc Dang” โดยเป็นความร่วมมือด้านการส่งเสริมอาหารไทย ระหว่างสถานกงสุลใหญ่ นครลอสแอนเจลิสและ Art Institute of California, Los Angeles ซึ่งร่วมกันจัดหลักสูตรการทำอาหารไทยระยะสั้น โดยมีม..ศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ หรือรู้จักกันในนามของ หมึกแดงเดินทางมาเป็นวิทยากร

 ภายในงานมีการแสดงดนตรีไทย การแจกเอกสารเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารไทย โดยพิธีการเริ่มขึ้นเมื่อพิธีกรกล่าวเชิญนายจักร บุญ-หลง กงสุลใหญ่แอลเอขึ้นกล่าว โดยมีใจความว่า ขอขอบคุณ Art Institute of California, Los Angeles ที่ให้ความร่วมมือด้านการส่งเสริมอาหารไทยซึ่งถือเป็นครั้งแรกของสถาบันนี้ การสอนทำอาหารไทยถือเป็นส่วนหนึ่งในโครงการครัวไทยสู่โลก เพื่อทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักของทั่วโลก จากนั้นได้กล่าวแนะนำม.ล.ศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารโดยเฉพาะ

 ม.ล.ศิริเฉลิมขึ้นกล่าวขอบคุณที่เชิญตนมาเป็นวิทยากรอีกครั้ง โดยหลักสูตรการสอนทำอาหารไทยจะทำให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมการกินอาหารของคนไทย ซึ่งหากมีความเข้าใจในวัฒนธรรมด้านอาหารการกินของไทยแล้ว ก็จะทำให้เห็นคุณค่าของอาหารไทยมากขึ้น และเป็นที่รู้กันว่าอาหารไทยมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีส่วนผสมหลากหลายในอาหารแต่ละจาน

 หลังจากนั้น ได้เปิดโอกาสให้ผู้มาร่วมงานชิมอาหารไทยที่เชฟหมึกแดงปรุงขึ้น อาทิ แกงมัสมั่นเนื้อ ต้มข่าไก่ สะเต็กเนื้อแกะ ห่อหมก ขนมกล้วย พร้อมด้วยไวน์ไทย มอนซูนแวลเลย์สร้างความพอใจให้กับผู้ที่มางานเป็นอย่างมาก

 ม.ล.ศิริเฉลิมกล่าวกับผู้สื่อข่าว APNว่า ที่ผ่านมาตนพยายามทำให้การสอนทำอาหารไทยเป็นไปอย่างมีเหตุผล มีหลักการและมีระบบ เป็น Principle of Thai Cooking ซึ่งสมัยก่อนเมืองไทยยังไม่มี โดยได้ยกตัวอย่างว่า การทำน้ำยำ ก่อนทำต้องเข้าใจก่อนว่าน้ำยำคืออะไร มีวิธีการทำอย่างไร มีกี่แบบ ไม่ใช่ว่ามีกี่สูตร มีหลักการเป็นความเปรี้ยว ความเค็ม ความหวาน อย่างอื่นเป็นรสชาติที่เราเติมเข้าไป ทั้งนี้ การทำน้ำยำของไทยมีสองแบบคือแบบธรรมดา กับเอาไปต้มให้เหนียว เพื่อให้เกาะกับอาหารต่างๆ

 เวลาไปบอกฝรั่งถึงความแตกต่าง คือ น้ำยำ หรือ Salad Dressing ของไทยจะไม่มีการใส่น้ำมัน ฝรั่งจะเข้าใจได้เร็ว แต่คนไทยส่วนมากจะไปคิดถึงเรื่องสูตร ซึ่งจริงๆแล้วคอนเซ็ปต์น้ำยำเหมือนกันหมด ต้องทำให้เป็นระบบเชฟหมึกแดงกล่าวย้ำ

 ม.ล.ศิริเฉลิมกล่าวถึงประโยชน์ของการมาเป็นวิทยากรในครั้งนี้ว่า ตัวเชฟที่เป็นครูสอนอยู่ประจำจะได้มากกว่าเด็ก ก็บอกกับโรงเรียนนี้ไว้ว่าคราวหน้ามา เราจะทำเป็น Continuing Education จะมาอาทิตย์หนึ่งคือสอนทั้งเด็กและเชฟ ตอนนี้กับรอหนังสือที่เป็นภาษาอังกฤษ Principle of Thai Cooking ปีหน้าคงเสร็จ ต้องใช้เวลานานในการแยกหมวดหมู่ให้ถูกต้อง

 เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้อาหารไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลตามโครงการครัวไทยสู่โลก ม.ล.ศิริเฉลิมกล่าวถึง ต้องมีความมุ่งมั่น ต้องรู้จริงเกี่ยวกับระบบทำอาหารของไทย โดยที่ผ่านมาเมืองไทยยังไม่เคยมี Encyclopediaด้านอาหาร ไม่มีโรงเรียนสอนอาหารไทยที่มีหลักการ หรือเหตุผล แล้วจะเริ่มจะสื่อออกไปได้อย่างไร ก็สื่ออกไปอย่างสะเปะสปะ

ควรจะให้เอาคนมารวมกัน ไม่ใช่หมึกแดงก็ได้ เอานักวิชาการมารวมกันแล้วทำจริงๆ แล้วสร้างระบบการทำอาหาร ทำ Cook Book ดีๆ แล้วหาใครสองสามคน แล้วส่งเขาไปสอนที่เมืองนอกอย่างที่หมึกแดงทำ การทำอาหารไม่ได้ง่าย มันเป็นภาษาเฉพาะ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ คนที่จะทำตรงนี้ต้องเคยเรียนรู้มาว่า Principle of Western Cookery เป็นอย่างไร แล้วต้องเลิกท่องจำเรื่องสูตร ไม่ได้มีการจัดเป็นหมวดหมู่เลยไม่เข้าใจเชฟหมึกแดงกล่าว

 ขณะเดียวกันเชฟหมึกแดงแสดงความเห็นว่าเท่าที่ดูชุมชนไทยในเมืองนอก ความสามัคคีมีน้อยหากเปรียบเทียบกับคนญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งมีองค์กรที่ช่วยส่งเสริม สนับสนุนซึ่งกันและกัน แต่ไม่ทราบว่าทำไมคนไทยถึงไม่มีความสามัคคีกัน

 ด้านกงสุลใหญ่ฯกล่าวถึงการตั้งสถาบันการสอนทำอาหารไทยที่มีมาตรฐานว่า มีความเป็นไปได้หากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจริงๆแล้วเมืองไทยก็มีสถาบันสอนทำอาหารอยู่หลายแห่งทั้งในระดับมหาวิทยาลัย จึงไม่จำเป็นว่าต้องมาตั้งศูนย์ใหม่แต่อาจจะมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องที่ให้การดูแลสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันสอนทำอาหารให้มีมาตรฐาน เพื่อผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพในการทำอาหารไทย และอาจจะต้องเพิ่มหลักสูตรที่เป็นภาษาอังกฤษ ถ้ามีแต่ภาษาไทยจะเป็นการปิดโอกาสให้เราจะเผยแพร่อาหารไทยสู่ชาวต่างชาติ และเชื่อว่าจะมีผู้สนใจเข้ามาเรียนมากขึ้น

 ส่วนโครงการครัวไทยสู่โลกนั้น กงสุลใหญ่แอลเอเปิดเผยว่า เท่าที่ทราบขณะนี้ได้มุ่งไปที่กลุ่มประเทศแถบแสกนดิเนเวีย เพื่อโปรโมทอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง หลังจากที่ประสบความสำเร็จในตลาดสหรัฐอเมริกา

 นอกจาก Art Institute of California, Los Angeles แล้ว เชฟหมึกแดงจะไปสอนทำอาหารไทยที่ California School of Culinary Arts, Pasadena ด้วย ซึ่งถือเป็นหลักสูตรสอนทำอาหารไทยระยะสั้น ระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2006

ข่าวโดย สายธาร เดชาติวงศ์

ภาพชุดเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่ http://www.jumpphotography.com/McDang.html

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy