ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย
   

ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล

 
         

“สุรเกียรติ์”รับไม่ได้ถูก 3 อดีตทูตแฉกะล่อน-โกหก-สร้างภาพ

 เมื่อวันที่ 16 มี..นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ 3 อดีตเอกอัครราชทูตไทย ได้แก่ นายอัษฎา ชัยนาม, นายกษิต ภิรมย์ และนายสุรพงษ์ ชัยนาม แฉพฤติกรรมของตนเองในระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ โดยระบุว่า ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็น นอกจากจะบอกว่าสิ่งที่พูดเป็นเท็จทั้งหมด และไม่อยากเชื่อว่า เอกอัครราชทูต ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวแทนพระองค์ และคนไทยทั้งชาติ จะใช้วาจาที่หยาบคายเเละกล่าวในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง

อีกทั้งยังกล่าวพาดพิงอีกกว่า 10 ประเทศในลักษณะไม่ให้เกียรติพวกเขา ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเหล่านั้นได้ ทั้งๆ ที่คนที่เป็นทูตควรจะมีหน้าที่สร้างความสัมพันกับต่างประเทศมากกว่า

“ไม่น่าเชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินคนเป็นเอกอัครราชทูตใช้วาจาศัพท์แสลงแบบนั้น มีบุคลิกอย่างนั้น และนำเสนอข้อมูลอย่างนั้นให้ประชาชนฟัง ผมไม่มีอะไรต้องตอบหรือชี้แจง แต่เชื่อว่าคนที่ทำงานในกระทรวงการต่างประเทศที่ฟังอยู่แล้วคงเศร้าใจ คนที่รู้กันอยู่ก็รู้เองว่าข้อมูลเป็นอย่างไร คนเป็นทูตไม่ควรทำตัวแบบนี้” นายสุรเกียรติ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเรื่องที่ชี้แจงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จำเป็นต้องมีการชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ นายสุรเกียรติ์กล่าววว่ากระทรวงการต่าง ประเทศก็ต้องทำการชี้แจงไป มันเป็นเรื่องของนโยบายการต่างประเทศ หลายเรื่องก็ชี้แจงกันไปหมด แล้ว แต่ก็เอากลับมาพูดใหม่ และบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง อย่างเรื่องทูตจิตริยา ท่านเป็นคนขอประจำ การในประเทศเอง ไม่ต้องการออกไปอยู่นอกประเทศ ก็พูดออกมาเป็นว่าไม่ได้ก้าวหน้าเพราะรัฐบาลนี้เข้ามา ซึ่งเรื่องนี้คนกระทรวงก็รู้กันอยู่แล้ว อย่างเรื่องสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ ที่ถูกเผาทางกัมพูชาได้จ่ายเงินให้เงิน 200 กว่าล้านให้เราเวลาไปพูดก็บอกว่า เราเป็นคนจ่ายเงินให้เขา มันค่อนข้างตรงกันข้ามจากความเป็นจริง

เมื่อถามว่า ประเทศที่ถูกพาดพิงได้ติดต่อหรือสอบถามมาหรือไม่ นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า คงเป็นความรู้สึกที่อยู่ในใจ ไปบอกว่าเราบังคับประเทศในอาเซียนมาสนับสนุนเรา คงไม่ได้จะไปบังคับเขาได้อย่างไร ทุกประเทศมีศักดิ์ศรี มีข้อพิจารณาของตนเอง เขาจะสนับสนุนเราก็พิจารณากันเป็นปี ไปบังคับกันไม่ได้

“การพูดอะไรแบบนั้นเป็นการไม่ให้เกียรติประเทศอื่น จะไม่ชอบด้วยเรื่องส่วนตัวก็ว่ากันไป เรื่องพวกนี้จะกระทบภาพลักษณ์ของผมไม่เป็นไร แต่อย่าทำให้ประเทศเสียหาย”

กันตธีร์เตือนกระเทือนสัมพันธ์

ทางด้าน ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่17 มีนาคมที่กระทรวงการต่างประเทศ ถึงเรื่องที่อดีตเอกอัครราชทูต อัษฎา ชัยนาม กษิต ภิรมย์ และสุรพงษ์ ชัยนาม ขึ้นกล่าวบนเวทีกู้ชาติ เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายต่างประเทศภายใต้รัฐบาลทักษิณ ชินวัตรว่า การที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยือนอินเดียนั้น เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่างประเทศ ที่เห็นความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ของอินเดีย และตลอดเวลาในการเจรจานั้น ก็ไม่มีการพูดเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวเลย พูดแต่ในเรื่องผลประโยชน์ของไทย

 “ระหว่างการเดินทางไปเยือนต่างประเทศ ที่ผมได้ติดตามไปด้วยทั้งวัน ผมไม่เคยได้ยินนายกฯพูดเรื่องส่วนตัวเลย เป็นเรื่องที่เอาผลประโยชน์ของไทยเป็นหลักทั้งนั้น” นายกันตธีร์ กล่าว

ขณะที่ในเรื่องเงินชดเชย จำนวน 251 ล้านบาท จากเหตุการณ์เผาสถานทูตไทย ในกรุงพนมเปญ นั้น เงินจำนวนดังกล่าวก็เป็นเงินที่ทางกัมพูชาชดใช้ให้ไทย ไม่ใช่เป็นเงินของไทยตามที่ทูตทั้ง 3 คนกล่าวอ้าง นอกจากนี้ ทางภาคเอกชนก็ได้รับเงินชดเชยจากทางรัฐบาลกัมพูชาแล้วถึง 90%

รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการรายงานข่าวที่ว่า ดาราไทยไปพูดให้ร้ายกับทางกัมพูชา อีกทั้งมีการพูดกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ในหมู่ประชาชน ซึ่งตอนนั้นกัมพูชาเองก็มีปัญหากันภายในอยู่แล้ว

ขณะที่ทูตทั้ง 3 กล่าวบนเวทีกู้ชาติ ว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่นายกรัฐมนตรีมีธุรกิจสื่อสารในกัมพูชา ทำให้เกิดเรื่องผิดใจกับนายกรัฐมนตรีฮุสเซน อีกทั้งยังมีส่วนในการให้เงินเพื่อก่อการปฏิวัติในเขมร จึงทำให้เกิดเรื่องเผาสถานทูต และบริษัทของไทย

ส่วนในเรื่องผลประโยชน์ของนายกรัฐมนตรีในพม่านั้น รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ทางไทยได้ใช้ช่องทางติดต่อกับรัฐบาลพม่า เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย อีกทั้งนโยบายก็มีความชัดเจน และดีขึ้นมากในช่วง 5 ปีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปราบปรามยาเสพติด

ทั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้กล่าวเตือนให้ระมัดระวังในเรื่องที่มีการพูดถึงผู้นำประเทศอื่นๆ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด

อย่างไรก็ตาม ทางรัฐมนตรีต่างประเทศ เผยว่า ได้ทำการศึกษาว่าเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความเข้าใจผิดระหว่างประเทศมากเพียงใด ซึ่งอาจจะนำไปสู่การทำหนังสือชี้แจงต่อเรื่องดังกล่าวได้ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีประเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวสออกมาถามถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ดร.กันตธีร์ ยังกล่าวอีกว่า มีประเทศมหาอำนาจและประเทศอื่นๆ ได้กล่าวชื่นชมว่ารัฐบาลไทยได้เดินหน้าตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ตามกติกาประชาธิปไตย ต่อปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ส่วนในเรื่องการประท้วงของกลุ่มพันธมิตรฯหน้าสถานทูตสิงคโปร์ ต่อกรณีการขายหุ้นชินคอร์ปในวันนี้ (17) นั้น รัฐมนตรีต่างประเทศ เผยว่า ในขณะนี้ทางสถานทูตได้ประสานงานกับไทยในเรื่องการรักษาความปลอดภัย ส่วนในเรื่องรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่มีการร้องขอมาแต่อย่างใด

ด้านทางสถานทูตสิงคโปร์เอง เข้าใจว่า เป็นการรวมตัวตามระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าหากมีการเรียกร้องในเรื่องใด และต้องการหารือกับฝ่ายไทย ทางรัฐบาลก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

 
 
 
 
 

The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping