นายชาญชัย ดวงจิตต์ ผอ.ททท.แอล.เอ.แถลงรณงค์นำนักท่องเที่ยวกลับเมืองไทย ที่สำนักงานททท.แอล.เอ.วันที่ 29 ธันวาคม 2009
 

คาดติดลบ 5.75 % ททท.แอล.เอ.รณรงค์เที่ยวไทย
“รักแรกที่ปาย รักสุดท้ายที่อัมพวา”21 ก.พ.- 2 มี.ค.

 ททท.แอลเอชวนเที่ยวโปรแกรมทัวร์สุดคุ้ม “รักแรกที่ปาย รักสุดท้ายที่อัมพวา” ราคาพิเศษเพียง $1,699ต่อท่าน รวมตั๋วเครื่องบินในและต่างประเทศ ที่พักและอาหารตลอดทริป รับจำนวนจำกัด พร้อมแจกปฏิทินสุดสวยจากททท.ฟรีสำหรับผู้ที่สนใจ ติดต่อขอรับได้ที่สำนักงานททท.แอลเอและบริษัททัวร์ที่ร่วมรายการ

 ช่วงเย็นวันที่ 29 ธันวาคม 2009 ที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ลอสแอนเจลิส นายชาญชัย ดวงจิตต์ ผู้อำนวยการททท.แอลเอได้แถลงเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวของไทยให้สื่อมวลชนได้รับทราบ หลังจากนั้นเป็นส่วนของงานเลี้ยงสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างครื้นเครง นอกจากสื่อมวลชนแล้ว ยังมีหน่วยงานต่างๆจากทีมไทยแลนด์ และบริษัทจำหน่ายทัวร์และตั๋วเครื่องบินเข้าร่วมด้วย

นายชาญชัยได้กล่าวเชิญชวนให้คนไทยและต่างชาติเข้าร่วมรายการท่องเที่ยว “รักแรกที่ปาย รักสุดท้ายที่อัมพวา” เป็นเวลา 9 วัน 7 คืน ซึ่งกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2553 ในเส้นทางกรุงเทพฯ-แม่ฮ่องสอน-ปาย-เชียงใหม่-อัมพวา ในราคาสุดพิเศษเพียงคนละ 1,699 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งรวมค่าตั๋วเครื่องบินทั้งต่างประเทศและในประเทศ ที่พักหรูและอาหารตลอดการเดินทาง

ผู้สนใจสามารถจองได้ภายในสิ้นเดือนมกราคม 2553 จากบริษัทต่างๆอันประกอบด้วย International Grandway  Travel โทร 1-800-722-1288, Star Tour Inc. 1-800-794-1067, Econo Travel 1-800-255-1688, See My Thailand 1-800-941-4123, Thailand Vacation Tour 1-866-842-4777, Diamond World Travel 1-877-877-0670 จองวันนี้รับของที่ระลึกฟรี

 ขณะเดียวกัน ผอ.ททท.แอลเอกล่าวว่า ใครที่สนใจเป็นเจ้าของปฏิทินแขวนหรือปฏิทินตั้งโต๊ะจากททท.ซึ่งจัดทำขึ้นอย่างสวยงาม สามารถขอรับด้วยตัวเองที่ททท.สำนักงานลอสแอนเจลิส ชั้นล่าง อาคารสถานกงสุลใหญ่ฯ หรือขอรับได้ที่บริษัทจำหน่ายตั๋วเครื่องบินซึ่งร่วมจัดรายการท่องเที่ยว “รักแรกที่ปาย รักสุดท้ายที่อัมพวา” ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

 ด้านสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทย นายชาญชัยเปิดเผยว่า ในช่วงปี 2552 ถือว่าไม่สู้ดีนัก จากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง ความรุนแรงในพื้นที่3 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (H1N1) ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างมาก โดยในปี 2551 ประเทศไทยมีนักเที่ยวต่างประเทศ 14.6 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2550 เกือบ 1% แต่ในปี 2552 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีไม่ถึง 14 ล้านคน จึงน่าจะติดลบประมาณ 5.75%

 ในส่วนของตลาดนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกานั้น ถือว่าเป็นตลาดระยะไกล ดังนั้นปัจจัยสำคัญจึงขึ้นอยู่กับสภาวะทางเศรษฐกิจและรายได้ของประชากรกลุ่มเป้าหมายเป็นสำคัญ โดยในปี 2551 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯซึ่งจำแนกตามถิ่นที่อยู่ 648,699 คน แต่ในปี 2552 นี้คาดว่านักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯจะเหลือประมาณ 583,000 คน ลดลง 10% และจากข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน 2552 พบว่า มีนักท่องเที่ยวสหรัฐฯจำแนกตามสัญชาติจำนวน 469,577 คน ซึ่งถือว่าติดลบ 10.55

 นายชาญชัยกล่าวว่า ในปี 2553 ได้วางเป้าหมายไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯประมาณ 6 แสนคน โดยการดำเนินงานจะเน้นความร่วมมือกับธุรกิจท่องเที่ยวภาคเอกชนและสายการบินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบินไทย ไชน่าแอร์ไลน์ อีวีเอแอร์ รวมทั้งเข้าร่วมกับองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มประเทศเอเชีย ในแคมเปญ “Asia Now” พร้อมกับการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์

ทั้งนี้ททท.แอลเอได้ร่วมกับนิวยอร์คในการจัดทำเว็บไซต์โปรโมทการท่องเที่ยวไทย www.tourismthailand.org/USA  รวมทั้ง Social network อย่าง Face book, twitter, You tube เป็นต้น เพื่อกระตุ้นให้ชาวต่างชาติเดินทางไปเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น

 

 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy