คาดติดลบ 5.75 % ททท.แอล.เอ.รณรงค์เที่ยวไทย
รักแรกที่ปาย
รักสุดท้ายที่อัมพวา21 ก.พ.- 2 มี.ค.
ททท.แอลเอชวนเที่ยวโปรแกรมทัวร์สุดคุ้ม
รักแรกที่ปาย
รักสุดท้ายที่อัมพวา ราคาพิเศษเพียง
$1,699ต่อท่าน
รวมตั๋วเครื่องบินในและต่างประเทศ
ที่พักและอาหารตลอดทริป
รับจำนวนจำกัด
พร้อมแจกปฏิทินสุดสวยจากททท.ฟรีสำหรับผู้ที่สนใจ
ติดต่อขอรับได้ที่สำนักงานททท.แอลเอและบริษัททัวร์ที่ร่วมรายการ
ช่วงเย็นวันที่
29 ธันวาคม 2009 ที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ลอสแอนเจลิส
นายชาญชัย
ดวงจิตต์ ผู้อำนวยการททท.แอลเอได้แถลงเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวของไทยให้สื่อมวลชนได้รับทราบ
หลังจากนั้นเป็นส่วนของงานเลี้ยงสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่า
ต้อนรับปีใหม่
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างครื้นเครง
นอกจากสื่อมวลชนแล้ว
ยังมีหน่วยงานต่างๆจากทีมไทยแลนด์
และบริษัทจำหน่ายทัวร์และตั๋วเครื่องบินเข้าร่วมด้วย
นายชาญชัยได้กล่าวเชิญชวนให้คนไทยและต่างชาติเข้าร่วมรายการท่องเที่ยว
รักแรกที่ปาย
รักสุดท้ายที่อัมพวา เป็นเวลา 9 วัน
7 คืน ซึ่งกำหนดเดินทางระหว่างวันที่
21 กุมภาพันธ์
2 มีนาคม 2553 ในเส้นทางกรุงเทพฯ-แม่ฮ่องสอน-ปาย-เชียงใหม่-อัมพวา
ในราคาสุดพิเศษเพียงคนละ
1,699 เหรียญสหรัฐฯ
ซึ่งรวมค่าตั๋วเครื่องบินทั้งต่างประเทศและในประเทศ
ที่พักหรูและอาหารตลอดการเดินทาง
ผู้สนใจสามารถจองได้ภายในสิ้นเดือนมกราคม
2553 จากบริษัทต่างๆอันประกอบด้วย
International
Grandway Travel โทร 1-800-722-1288, Star Tour Inc. 1-800-794-1067,
Econo Travel 1-800-255-1688, See My Thailand 1-800-941-4123, Thailand
Vacation Tour 1-866-842-4777, Diamond World Travel 1-877-877-0670 จองวันนี้รับของที่ระลึกฟรี
ขณะเดียวกัน
ผอ.ททท.แอลเอกล่าวว่า
ใครที่สนใจเป็นเจ้าของปฏิทินแขวนหรือปฏิทินตั้งโต๊ะจากททท.ซึ่งจัดทำขึ้นอย่างสวยงาม
สามารถขอรับด้วยตัวเองที่ททท.สำนักงานลอสแอนเจลิส
ชั้นล่าง อาคารสถานกงสุลใหญ่ฯ
หรือขอรับได้ที่บริษัทจำหน่ายตั๋วเครื่องบินซึ่งร่วมจัดรายการท่องเที่ยว
รักแรกที่ปาย
รักสุดท้ายที่อัมพวา ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น
ด้านสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทย
นายชาญชัยเปิดเผยว่า
ในช่วงปี 2552 ถือว่าไม่สู้ดีนัก
จากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง
ความรุนแรงในพื้นที่3
จังหวัดภาคใต้
รวมทั้งการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
(H1N1)
ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างมาก
โดยในปี 2551 ประเทศไทยมีนักเที่ยวต่างประเทศ
14.6 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี
2550 เกือบ 1% แต่ในปี
2552 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีไม่ถึง
14 ล้านคน จึงน่าจะติดลบประมาณ
5.75%
ในส่วนของตลาดนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกานั้น
ถือว่าเป็นตลาดระยะไกล
ดังนั้นปัจจัยสำคัญจึงขึ้นอยู่กับสภาวะทางเศรษฐกิจและรายได้ของประชากรกลุ่มเป้าหมายเป็นสำคัญ
โดยในปี 2551 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯซึ่งจำแนกตามถิ่นที่อยู่
648,699 คน แต่ในปี
2552 นี้คาดว่านักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯจะเหลือประมาณ
583,000 คน ลดลง
10% และจากข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน
2552 พบว่า มีนักท่องเที่ยวสหรัฐฯจำแนกตามสัญชาติจำนวน
469,577 คน ซึ่งถือว่าติดลบ
10.55
นายชาญชัยกล่าวว่า
ในปี 2553 ได้วางเป้าหมายไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯประมาณ
6 แสนคน โดยการดำเนินงานจะเน้นความร่วมมือกับธุรกิจท่องเที่ยวภาคเอกชนและสายการบินต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นการบินไทย
ไชน่าแอร์ไลน์
อีวีเอแอร์
รวมทั้งเข้าร่วมกับองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มประเทศเอเชีย
ในแคมเปญ Asia
Now พร้อมกับการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์
ทั้งนี้ททท.แอลเอได้ร่วมกับนิวยอร์คในการจัดทำเว็บไซต์โปรโมทการท่องเที่ยวไทย
www.tourismthailand.org/USA รวมทั้ง
Social network อย่าง
Face book, twitter, You tube เป็นต้น
เพื่อกระตุ้นให้ชาวต่างชาติเดินทางไปเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น
|