è----------------------------------------------¤ÅÔ¡·ÕèÃÙ»à¾×Í´ÙÃÙ»ãËè--------------------------------------------
ชุมชนไทยในสหรัฐอเมริการณรงค์ให้คนไทยทุกคน
กรอกสำรวจประชากร
2010 เพื่อสิทธิประโยชน์คนไทย
ชุมชนไทยระดมสมองเตรียมรับมือ
Census
2010 อยากให้คนไทยทุกคนกรอกแบบฟอร์มสำรวจสำมะโนครัวประชากร
ยิ่งมากเท่าใดยิ่งมีผลให้ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
เผยที่ผ่านมาในปี
2000 ตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริงเป็นเหตุให้ไม่ได้รับการเหลียวแล
ย้ำคนที่เป็นโรบินฮู้ดไม่มีผลใดๆในการอยู่ประเทศ
ข้อมูลทุกอย่างเป็นความลับ
เมื่อช่วงเช้าของวันที่
17 ตุลาคม ที่ห้องประชุมชั้น
2 สถานกงสุลใหญ่
ณ นครลอสแอนเจลิส
ได้มีการประชุมระดมสมองเพื่อนำไปสู่การนับที่ครบถ้วน (Complete Count) ในการสำรวจสำมะโนครัวประชากรสหรัฐฯปี
2553 (CENSUS 2010) เพื่อนำตัวเลขและข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบาย
บริหารและวางแผนพัฒนาประเทศ
ทั้งนี้สถานกงสุลใหญ่ฯเห็นว่า
การรวมตัวแสดงพลังและความสามัคคีของชุมชนไทยในสหรัฐฯทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่การนับที่ครบถ้วน (Complete Count) ที่จะมาถึงนี้จะช่วยยกระดับความสำคัญ
สถานะทางการเมืองและกฎหมายของชุมชนไทย
ตลอดจนการได้รับการจัดสรรงบประมาณความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐฯอย่างเหมาะสมและตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง
นายดำรง
ใคร่ครวญ กงสุลใหญ่
ณ นครลอสแอนเจลิสกล่าวระหว่างเปิดการประชุมว่า
ต้องสามารถให้ความมั่นใจได้ว่าภาษีที่จ่ายไปให้กับรัฐบาลสหรัฐฯได้กลับคืนมายังชุมชนไทย
ไม่ใช่ตกไปอยู่ในชุมชนอื่น
ทั้งนี้ ทุกองค์กร
ทุกสมาคมควรสื่อสารเรื่องการกรอกแบบสำรวจสำมะโนประชากรให้กับสมาชิกทุกคน
โดยหลังจากตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วจะต้องมีการประเมินและตรวจสอบการทำงานเป็นระยะๆ
“ปัญหาที่พบคือคนม้งอพยพผ่านประเทศไทยมาสหรัฐฯในฐานะคนลี้ภัย
แม้ว่าสถานการณ์ในลาวไม่ได้มีสงคราม
สหรัฐฯรับไว้ไม่หมดก็เหลือม้งอยู่ในประเทศไทย
ม้งไม่ได้เป็นประเทศแต่ไทยเป็นประเทศ
ขณะที่ Senator
ที่นี่ให้ความสำคัญกับม้งมากกว่า
เพราะชาวม้งรวมพลังกันเข้าหานักการเมือง
ฉะนั้นคนไทยต้องรวมตัวกันให้ได้
เข้าหานักการเมืองเพื่อให้ดูแลผลประโยชน์ให้ชุมชนไทย
เป็นเรื่องสำคัญ” นายดำรงกล่าว
กงสุลใหญ่แอลเอกล่าวต่อว่า
การสำมะโนครัวประชากรต้องได้รับความร่วมมือจากทุกองคาพยพทั่วทั้งสหรัฐฯ
ในส่วนของสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยการประสานงานกับทุกองค์กรเพื่อให้คนไทยทุกคนได้รับการนับอย่างครบถ้วน
ซึ่งการสำรวจเมื่อปี
2000 ในแอลเอมีคนไทยจำนวนหลักหมื่น
คาดว่าน่าจะผิดพลาด
เนื่องจากคนไทยไม่ให้ความสำคัญและกลัวเรื่องอิมมิเกรชั่น
เรื่องภาษี
ทำให้ขาดพลังและผลประโยชน์ไปมาก
ทางด้านนางน้ำเพชร
พาณิชพันธ์
ผู้เชี่ยวชาญและหัวหน้าทีมจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐกล่าวว่า
หากได้รับแบบฟอร์มการสำรวจสำมะโนประชากร
ในข้อที่ 9
ซึ่งถามเกี่ยวกับสัญชาติ
ให้เติมคำว่าไทยลงไป
โดยข้อมูลการสำรวจในปี
2000 พบว่ามีคนไทยอยู่ในแอลเอเคาน์ตี้
20,040 คน
และจากตัวเลขทั้งสหรัฐฯพบว่ามี
139,208 คน
อย่างไรก็ตาม
มีการประเมินการสำรวจในปี
2010 ที่จะถึงนี้ว่าจะมีคนไทยประมาณ
2 แสนคน ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยกว่าความเป็นจริง
จึงอยากให้ช่วยกันรณรงค์ให้คนไทยกรอกแบบสำรวจให้มากที่สุด
ในส่วนของนางชัญชนิฐ
มาร์เทอร์เรล
ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมชาวไทยกล่าวว่า
ที่ผ่านมาทางศูนย์ฯได้หาวิธีประชาสัมพันธ์ให้คนไทยเข้าใจต่อการทำสำรวจสำมโนประชากร
และครั้งนี้ทางศูนย์ฯจะทำการทดสอบเอกสารต่างๆที่จะสร้างความกระจ่างให้กับคนไทย
รวมทั้งการทำ
Focus
Group เพื่อดูว่าสื่อใดจะมีประสิทธิภาพสูงสุด
“เราต้องป้องกันการนับที่ต่ำกว่าความเป็นจริง
คาดว่าในปี
2010 จะเป็นครั้งที่ทำให้เรามีตัวตน
เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลมากขึ้น” ผอ.ไทยซีดีซีกล่าว
จากนั้น
ที่ประชุมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อให้คนไทยร่วมมือในการกรอกแบบฟอร์ม
โดยอุปสรรคในการทำโครงการนี้
นางนงเยาว์
วรานนท์จากศูนย์พัฒนาสุขภาพชุมชนระบุว่า
มีในเรื่องของงบประมาณที่จำกัด
นอกจากนี้
ประเด็นที่นับว่าเป็นปัญหาอีกประการคือ
การที่คนไทยที่อยู่อย่างไม่ถูกกฎหมายมีความกลัวถึงสถานะของตนจึงไม่อยากเปิดเผยข้อมูลใดๆ
แม้ว่าจะมีการยืนยันว่า
ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับก็ตาม
เกี่ยวกับเรื่องนี้
ทางนางน้ำเพชรกล่าวยืนยันว่า
เจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องสาบานว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูลที่ได้ให้กับหน่วยงานใดๆทั้งสิ้น
แม้กระทั่งประธานาธิบดีก็ไม่มีสิทธิได้รับข้อมูลดังกล่าว
ทางด้านของนายคีธ
ฉัตรประภาชัย
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษียังกล่าวเสริมด้วยว่า
การกรอกแบบฟอร์มสำมโนประชากรจะไม่มีผลต่อการติดตามด้านภาษีแต่อย่างใด
ที่ประชุมยังได้หาผู้รับผิดชอบในการทำงานส่วนต่างๆ
เช่น ฝ่ายหาทุนมีนางนิต้า
พิเชษฐ์วณิชย์โชค
เป็นประธาน
นอกจากนี้สมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้จัดทำเว็บไซท์
www.thaicensus.org เพื่อให้ข้อมูลกับคนไทยซึ่งจะแล้วเสร็จเร็วๆนี้
อ่านข่าวก่อนหน้านี้
http://www.apacnews.net/newspage1_2009/census443.htm
|